ไลฟ์สไตล์

 เหตุที่ฉันสนใจกล้วยไม้ (2)

เหตุที่ฉันสนใจกล้วยไม้ (2)

01 ต.ค. 2553

ฉันสังเกตเห็นผู้คนที่มียศถาบรรดาศักดิ์ในสมัยนั้น หลายบ้านมักมีการปลูกกล้วยไม้เสมือนเป็นวัฒนธรรมของคนที่มีสภาพร่ำรวย มีบรรดาศักดิ์ แม้แต่เป็นพ่อค้า ถ้าทำงานแล้วเอาผลเข้าไปถวายในวังก็มักได้รับบรรดาศักดิ์ ดังเช่นช่างทำรองเท้า หลังจากนำรองเท้าไปถวายในหลวงก็ม

 ดังนั้นคนที่มีบรรดาศักดิ์หรือมีฐานะดีโดยที่เป็นพ่อค้ามักนิยมนำกล้วยไม้มาปลูกเล่นร่วมกับบรรดาเจ้านายบางพระองค์

 เรื่องนี้น่าจะอยู่นอกเหนือไปจากชีวิตธรรมดา แท้จริงแล้วตัวฉันเองที่ไปบ้านลุงซึ่งมีบรรดาศักดิ์เป็นพยา ภายในบริเวณบ้านฉันก็พบเรือนกล้วยไม้ 

 ช่วงปี 2475 ฉันสังเกตเห็นกล้วยไม้พื้นบ้าน 4-5 กระเช้า ถูกนำเอาแขวนไว้บนราว ซึ่งสร้างทิ้งไว้ก่อนหน้านั้น 5-6 ปี และในกระเช้ามีกล้วยไม้พื้นบ้าน อาทิ เอื้องผึ้ง เอื้องคำ ม่อนไข่ เอื้องตาควาย และลิ้นกระบือ ซึ่งในสมัยนั้นไม่มีราคาค่างวดอะไรถูกนำมาปลูกโดยไม่ได้มีใครสนใจ 

 แถมตัวฉันเองยังไม่รู้ว่านั่นคือความคิดของพ่อ เพราะพ่อของฉันไม่ค่อยจะสนใจในเรื่องพรรค์นี้มากนัก 


 ทั้งนี้ เพราะพ่อเชื่อว่า “ของกินไม่ได้พ่อก็ไม่เห็นด้วยที่จะให้นำมันมาปลูก จึงไม่เอาใจใส่อะไรทั้งสิ้น”
 ส่วนตัวฉันเองได้ยินพ่อพูดว่า “ของกินไม่ได้พ่อจะไม่สนใจ” ฉันฟังแล้วนิ่งเฉยโดยคิดอยู่ในใจว่า  “มิน่าล่ะ คนสมัยนี้มักนิสัยของที่กินได้เป็นส่วนใหญ่ เพราะเหตุว่าคนยุคนี้นิยมการกินมากกว่าการทำงานอย่างมีความสุข” แทนที่จะนึกถึงความสำคัญของจิตวิญญาณมนุษย์หรืออีกนัยหนึ่งอาจกล่าวว่าอาหารทางใจ

 ช่วงปี 2480 พ่อไปตรวจราชการในภาคอีสานตอนใต้ ท่านชวนฉันไปด้วยทำให้ฉันรู้สึกดีใจ เพราะอยากเข้าป่าอยู่แล้ว โดยที่คิดว่าน่าจะมีกล้วยไม้ชนิดต่างๆ เป็นจำนวนมาก

 ก่อนออกเดินทาง หลายคนรู้ว่าพ่อฉันจะไปตรวจราชการในภาคอีสานตอนใต้ ที่บุรีรัมย์ สุรินทร์ และศรีสะเกษ ใครๆ ก็พากันมาฝากให้ฉันเก็บกล้วยไม้ที่ชื่อ “เอื้องกุหลาบนางรอง” แต่แล้วก็ต้องผิดหวัง เพราะตัวฉันเองก็ไม่รู้ว่าเอื้องกุหลาบนางรองนั้นรูปร่างหน้าตามันเป็นอย่างไร

 เอาเข้าจริงๆ จึงรู้ว่าแท้จริงแล้ว “เอื้องลิ้นกระบือ” ซึ่งปลูกลงกระเช้าแขวนอยู่ในบริเวณบ้าน นั่นคือ เอื้องกุหลาบนางรองเพราะมันมีแหล่งกำเนิดอยู่ในป่าบริเวณ อ.นางรอง จ.บุรีรีมย์

 นี่แหละคือเรื่องราว ซึ่งทำให้เราต้องมาถกเถียงกันอยู่นาน กว่าจะรู้เรื่องว่าเป็นความจริง!

"ระพี สาคริก"