
กทช.ไล่บี้ค่ายมือถืออัพเกรด3จีอืดองค์กรสื่อขอร่วมกก.พิจารณากฎหมาย กสทช.
บอร์ด กทช.ทวงถามเอกชนอัพเกรดคลื่น 3จีบนคลื่นความถี่เดิม ข้องใจได้คลื่นไปแล้วแต่ยังไม่คืบหน้า หวังกระตุ้นให้เกิดบริการเร็วขึ้น ยันไม่เกี่ยวรัฐอนุมัติให้ทีโอทีลงทุน ด้านองค์กรสื่อยื่นหนังสือเร่งดันกฎหมาย กสทช.-ร่วมเป็นกรรมการพิจารณา
พ.อ.นที ศุกลรัตน์ กรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) กล่าวภายหลังประชุมคณะกรรมการ (บอร์ด) เมื่อวันที่ 29 กันยายน ที่ผ่านมา ว่า ที่ประชุมมีมติให้ส่งหนังสือไปติดตามความคืบหน้าการอัพเกรดคลื่นความถี่เป็น 3จี บนคลื่นความถี่เดิม ตามที่ บมจ.ทีโอที และ บมจ.กสท โทรคมนาคม ส่งหนังสือขออัพเกรดคลื่นความถี่ของคู่สัญญาสัมปทานทั้งย่านความถี่ 800 และ 900 เมกะเฮิรตซ์ โดยสาเหตุที่บอร์ด กทช.หยิบยกประเด็นนี้ขึ้นมา เพราะอยากทราบเหตุผลว่า ทำไมการดำเนินการถึงได้ล่าช้า ทั้งที่การยื่นขอที่ผ่านมา เอกชนที่ขอผ่านมาทางเจ้าของสัมปทานคือ กสท และทีโอที ตั้งแต่ปี 2551 แต่จนถึงวันนี้ การดำเนินการทดสอบ 3จีบนคลื่นความถี่เดิม ยังไม่คืบหน้า
"การติดตามความคืบหน้าการอัพเกรดความถี่เดิม เพื่อให้บริการ 3จี ก็เพื่อกระตุ้นให้เกิดการให้บริการ 3 จี ในประเทศอีกทางหนึ่ง และแสดงให้เห็นว่า กทช.ได้พยายามสนับสนุนผลักดันให้อัพเกรดความถี่เดิมเพื่อเปิดบริการ 3จี มาตลอด โดยเรื่องนี้สำนักงาน กทช.ได้เสนอให้พิจารณามาระยะหนึ่งแล้ว และประเด็นนี้ไม่ได้เกี่ยวข้องกับกรณีรัฐอนุมัติงบลงทุน 19,900 ล้านบาท ให้ทีโอทีสามารถขยายโครงข่าย 3จี ได้ทั่วประเทศให้เป็น 5,400 สถานี" พ.อ.นทีกล่าว
อย่างไรก็ตาม ผู้ให้บริการทั้งเอไอเอส ดีแทค และ ทรูมูฟ อาจจะอ้างว่าการดำเนินการอัพเกรดความถี่เดิมล่าช้า เป็นเพราะติดคณะกรรมการมาตรา 22 พ.ร.บ.ว่าด้วยการให้เอกชนเข้าร่วมงานหรือดำเนินการในกิจการรัฐ พ.ศ. 2535 (พ.ร.บ.ร่วมทุนฯ) ที่ กสท และทีโอที จะต้องพิจารณานั้น ถือว่าเป็นเรื่องนอกเหนืออำนาจของ กทช.
แหล่งข่าวในวงการโทรคมนาคมระบุว่า ไม่มีโอเปอเรเตอร์รายไหนต้องการทำ 3จี บนคลื่นความถี่เดิม เพราะอายุสัมปทานที่เหลือน้อย ไม่คุ้มค่าการลงทุน ยกเว้นดีแทค อาจต้องการทำต่อ เพราะสัมปทานเหลือมากที่สุด
เมื่อวันที่ 29 กันยายน ที่ผ่านมา องค์กรวิชาชีพสื่อมวลชนหนังสือพิมพ์และโทรทัศน์ไทย นำโดย นายวสันต์ ภัยหลีกลี้ ตัวแทนองค์กรวิชาชีพ และนายชวรงค์ ลิมป์ปัทมปาณี อุปนายกสมาคมฝ่ายต่างประเทศ ได้เข้ายื่นข้อเรียกร้องต่อนายวิทยา แก้วภราดัย ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล)
นายวิทยากล่าวว่า เห็นด้วยกับที่องค์กรสื่อเสนอมา 3 แนวทางว่าด้วย พ.ร.บ.องค์กรจัดสรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช. คือ 1.จำเป็นต้องผลักดันกฎหมาย กสทช.ให้ทันบังคับใช้ในสมัยประชุมนี้ 2.ร่างพ.ร.บ.ที่เหมาะสมที่สุดคือร่างฉบับที่ส.ส.มีความเห็นชอบ และมีความเห็นที่จะให้มีการตั้งกรรมาธิการร่วมเพื่อศึกษาเรื่องดังกล่าว และ 3.ให้นำตัวแทนของสื่อมวลชนเป็นกรรมาธิการร่วมด้วย



