
1ต.ค.ยกเลิกใช้บัตรทองใช้บัตรปชช.แทนทั่วไทย
ที่กระทรวงสาธารณสุข เมื่อวันที่ 29 ก.ย. นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วย นางพรรณสิริ กุลนาถศิริ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข นพ.ไพจิตร์ วราชิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข และนพ.วินัย สวัสดิวร เลขาธิการสำนักงานห
นายจุรินทร์ กล่าวว่า ในวันที่ 1 ต.ค.นี้ สถานพยาบาลทุกแห่งในสังกัดกระทรวงสาธารณสุขรวมทั้งสถานพยาบาลที่อยู่ภายใต้สิทธิหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า มีความพร้อม 100 % ในการให้บริการประชาชน 48 ล้านคน ด้วยการใช้บัตรประชาชนใบเดียวแทนการใช้บัตรทอง เพื่อความสะดวก รวดเร็ว ในการเข้ารับบริการ อีกทั้ง สปสช.ได้มีระบบในการปรับปรุงข้อมูลเชื่อมโยงฐานข้อมูลทะเบียนราษฎร์ และกรมบัญชีกลาง ที่ทำให้โรงพยาบาล และสถานพยาบาลสามารถตรวจสอบสิทธิของผู้ใช้บริการ ว่าอยู่ในสิทธิบัตรทอง ประกันสังคม และสวัสดิการข้าราชการ โดยระบบการรักษาฟรีในกรณีเจ็บป่วยทั่วไป ประชาชนสามารถเริ่มต้นเข้าใช้บริการที่หน่วยพยาบาลที่ขึ้นทะเบียนไว้
ส่วนกรณีฉุกเฉินสามารถเข้ารับบริการได้ทุกแห่ง อย่างไรก็ตามกรณีของเด็กที่อายุไม่ถึง 15 ปี ซึ่งยังไม่มีบัตรประชาชน สามารถใช้สำเนาสูติบัตร หรือสำเนาบัตรประชาชน มาขอแจ้งรับสิทธิ ได้ เช่นเดียวกับผู้สูงอายุ สามารถใช้บัตรประชาชนใบสุดท้ายที่ได้รับจากราชการมารับบริการได้ นอกจากนี้ยังอนุญาตให้ใช้บัตรซึ่งทางราชการออกให้ซึ่งมีเลข 13 หลัก และรูปถ่าย เช่น ใบขับขี่ มายื่นขอให้สิทธิทดแทนบัตรประชาชนได้ด้วย
นพ.ไพจิตร์ กล่าวว่า ได้ทำหนังสือสั่งการทุกจังหวัด พร้อมประชุมวิดีโอคอนเฟอร์เรนซ์กำชับนายแพทย์สาธารณสุข และผู้อำนวยการโรงพยาบาลทั่วประเทศ ให้ทดสอบการใช้ระบบบัตรประชาชนใบเดียวให้มีความพร้อม เนื่องจากยังมีหน่วยพยาบาลอีก 200 แห่งที่ยังไม่มีอินเตอร์เน็ตเข้าถึง พร้อมทั้งเตรียมระบบสนันสนุนข้อมูลในกรณีเกิดไฟดับ
ด้านนพ.วินัย กล่าวว่า จากข้อมูลพบว่า สถานีอนามัยทั้งหมด 10,000 แห่ง มีเพียง 100 แห่งที่ยังไม่มีอินเตอร์เน็ต ทำให้ไม่สามารถปรับปรุงข้อมูลจากฐานข้อมูลของสปสช.ได้ทันที แต่ได้ใช้วิธีส่งข้อมูลที่มีการปรับปรุงทุก 15 วันส่งไปให้แทน และร้อยละ 3 ของหน่วยบริการสาธารณสุขทั่วประเทศที่ต้องใช้การปรับปรุงข้อมูลด้วยวิธีนี้ อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันมีโรงพยาบาลเข้าใช้ข้อมูลจากฐานข้อมูลของสปสช. 500,000 ครั้งต่อวัน และ 160 ล้านครั้งต่อปี คาดว่า หลังวันที่ 1 ต.ค. จะมีการเข้าฐานข้อมูลของสปสช.เพิ่มขึ้น ประมาณ 1 ล้านครั้งต่อวัน ซึ่งได้เตรียมศูนย์สำรองข้อมูล (บางรัก) เพื่อรองรับการเข้าใช้ข้อมูลจำนวนมากป้องกันปัญหาเว็บไซต์ข้อมูลล่ม ทั้งนี้ประชาชนสามารถตรวจสอบสิทธิเบื้องต้นได้เองที่สายด่วนสปสช. 1330



