
วิปรัฐบาลยันให้กมธ.ร่วมฯชำแหละร่างกสทช.
วิปรัฐบาลเผยให้กมธ.ร่วมฯชำแหละร่างกสทช.แบบไม่มีกำหนด กันข้อผิดพลาด เชื่อไม่เกิน 3 สัปดาห์พิจารณาเสร็จ
(29ก.ย.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่าภายหลังจากที่สภาผู้แทนราษฎรมีมติตั้งคณะกรรมาธิการร่วมฯเพื่อพิจารณาร่างพ.ร.บ.จัดสรรคลื่นความถี่และกำกับดูและวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. ... ทั้งหมด 22 คนโดยเป็นตัวแทนจากสภาฯ 11 คน และตัวแทนจากวุฒิสภา 11 คน
โดยในส่วนสภาผู้แทนฯประกอบด้วย พรรคประชาธิปัตย์ นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รมต.ประจำสำนักนายกฯ นายอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช นายสมเกีตรติ ตั้งกิจวาณิชย์ รองประธานสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) และนายดิสทัต โหตระกิตย์ อดีตผู้ช่วยเลขานุการกมธ.วิสามัญพิจารณาร่างพ.ร.บ.กสทช.และนายสนอง เทพอักษรณรงค์ ส.ส.บุรีรัมย์ พรรคภูมิใจไทย นายคมกฤช หงษ์วิไล ส.ส.ปราจีนบุรี พรรคเพื่อแผ่นดิน และน.ส.พัชรี โพธสุธน ส.ส.สุพรรณบุรี พรรคชาติไทยพัฒนา ในส่วนพรรคเพื่อไทย นายเผดิมชัย สะสมทรัพย์ ส.ส.นครปฐม นายเจริญ จรรย์โกมล ส.ส.ชัยภูมิ นายประเกียรติ นาสิมมา ส.ส.สัดส่วน ทั้งนี้ ที่ประชุมยังมีมติให้ระยะเวลาแปรญัตติไม่มีกำหนดเวลา
อย่างไรก็ตามภายหลังการลงมติ นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม ส.ส.พิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะวิปรัฐบาล กล่าวว่า สาเหตุที่วิปรัฐบาลกำหนดให้คณะกรรมาธิการพิจารณาแบบไม่มีกำหนดระยะเวลา เพราะวุฒิสภามีการแก้ไขถึง 23 มาตราซึ่งแต่ละมาตรามีการเชื่อมโยงเกือบทั้งหมด ดังนั้น หากกำหนดระยะเวลาเพื่อเป็นเงื่อนไขในการทำงานไปอาจจะส่งผลเสียให้คณะกรรมาธิการต้องเร่งพิจารณาซึ่งอาจนำไปสู่ข้อผิดพลาดได้ อย่างไรก็ตาม ในหลักการแล้วคาดว่าการพิจารณาจะใช้เวลาไม่เกิน 3 สัปดาห์น่าจะแล้วเสร็จและพร้อมส่งให้แต่ละสภา คือ สภาฯและวุฒิสภาพิจารณาในขั้นตอนต่อไปได้
สำหรับสาระสำคัญในถ้อยคำของร่างพ.ร.บ.กสทช.ที่วุฒิสภาดำเนินการแก้ไขมีด้วยกันถึง 23 มาตรานั้นมีการครอบคลุมใน 4 ประเด็นสำคัญ ดังนี้ 1.องค์ประกอบ กสทช. วุฒิสภากำหนดให้ 15 คน จากร่างเดิม 11 คน โดยให้สถาบันการศึกษาของรัฐ และองค์กรเอกชนที่ไม่แสวงหากำไรในด้านความมั่นคงและด้านการบริหารราชการ เป็นหน่วยงานที่มีสิทธิเสนอรายชื่อกรรมการ กสทช. โดยให้สำนักงาน กสทช. เป็นหน่วยงานธุรการในการดำเนินการสรรหา กสทช. จากเดิมที่สภากำหนดให้สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภาเป็นหน่วยงานธุรการ
2.คุณสมบัติของ กสทช. วุฒิสภาแก้ไขให้บุคคลที่จะมาทำหน้าที่ กสทช. ต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 35 ปีบริบูรณ์ แต่ไม่เกิน 70 ปีบริบูรณ์ เดิมสภากำหนดให้มีอายุไม่ต่ำกว่า 30 ปีบริบูรณ์ แต่ไม่เกิน 65 ปี นอกจากนี้วุฒิสภากำหนดให้บุคคลที่อยู่ระหว่างการห้ามมิให้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองเข้ามาเป็น กสทช. ทั้งนี้ กสทช. มีวาระการดำรงตำแหน่ง 6 ปี เพียงวาระเดียว โดยวุฒิสภาแก้ไขการพ้นจากตำแหน่งนอกเหนือไปจากการพ้นไปตามวาระเอาไว้ว่า เมื่ออายุครบ 70 ปีบริบูรณ์ ต้องพ้นจากตำแหน่ง ตรงกันข้ามกับสภาที่กำหนดเอาไว้ที่อายุ 65 ปีบริบูรณ์
3.การจัดทำแผนแม่บท วุฒิสภาแก้ไขให้การจัดทำแผนแม่บทการบริหารคลื่นความถี่นั้น กสทช.ต้องมีระยะเวลาในการรับฟังความคิดเห็นในการจัดทำแผนแม่บทไม่น้อยกว่า 30 วัน และกำหนดรายละเอียดเพื่อใช้งานด้านความมั่นคงของรัฐต้องเป็นไปอย่างเพียงพอ และเหมาะสม ขณะที่ในส่วนของสภาไม่ได้มีการกำหนดระยะเวลาในการจัดทำแผนแม่บท รวมไปถึงไม่ได้กำหนดเรื่องรายละเอียดเกี่ยวกับความมั่นคงของรัฐ
4.การนำส่งรายได้ให้ กสทช.ของหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ วุฒิสภาบัญญัติให้เมื่อพ้นกำหนดระยะเวลา 3 ปี นับตั้งแต่วันที่ พ.ร.บ.ฉบับนี้ประกาศบังคับใช้ ให้รัฐวิสาหกิจที่ได้รับจัดสรรไปให้ผู้อื่นประกอบกิจการนำส่งรายได้จากผลประกอบการในส่วนที่ได้รับจากการให้อนุญาตที่รัฐวิสาหกิจได้ดำเนินการตาม กฎหมายว่าด้วยการให้เอกชนเข้าร่วมงานหรือดำเนินการในกิจการของรัฐไม่ว่าจะได้ทั้งหมดหรือบางส่วนมาให้ กสทช. โดยให้หักค่าใช้จ่ายตามที่กฎหมายกำหนด ซึ่ง กสทช.จะนำส่งเงินดังกล่าวเป็นรายได้แผ่นดินต่อไป โดยในประเด็นนี้สภากำหนดระยะเวลาไว้ที่ 1 ปี



