
ครม.ดันทีโอทีตั้งบริษัทลูกลุย3จีงบ1.9หมื่นล้าน
ครม.อนุมัติทีโอทีตั้งบริษัทลูกเดินหน้าขยายโครงการ 3จี วงเงินลงทุน 1.9 หมื่นล้านบาท คาดประชาชนใช้บริการได้ภายใน 6 เดือนข้างหน้า นำร่องในกรุงเทพฯและปริมณฑลก่อนขยายสู่เมืองใหญ่ให้ครอบคลุม 80% "อภิสิทธิ์"ชี้ตอบโจทย์ 3 จีได้ส่วนหนึ่ง ด้าน ทีโอทีรับลูกดันแผน
นายจุติ ไกรฤกษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 28 กันยายน 2553 ได้อนุมัติให้บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) ตั้งบริษัทลูกเพื่อดำเนินการขยายโครงการ 3จี บนคลื่นความถี่ 1900 ภายใต้งบประมาณ 19,000 ล้านบาท ซึ่งโครงการดังกล่าวจะเริ่มพัฒนาโดยใช้โครงข่ายร่วม เพื่อเป็นการประหยัดต้นทุน จะเริ่มต้นในกรุงเทพฯ และปริมณฑลก่อนจะขยายไปครอบคลุมหัวเมืองใหญ่ ให้ประชาชนกว่า 80% ของประเทศได้ใช้บริการจากโครงข่ายดังกล่าว คาดว่าจะทำให้ประชาชนได้ใช้บริการ 3 จีผ่านโครงการของทีโอทีภายในอีก 6 เดือนข้างหน้า
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ก็มีส่วนได้บ้างที่ทำให้การใช้ระบบ 3 จีเป็นได้รวดเร็วขึ้น แต่ก็ไม่สามารถทดแทนความชัดเจนเรื่องของการประกอบการ 3 จี ทั้งหมดได้ แต่ทั้งนี้ความจริงแล้วโครงข่ายที่เป็นโครงข่ายหลักขณะนี้รัฐบาลก็พยายามเร่งรัดและมีหลักคิดอยู่แล้วที่จะไม่ให้ลงทุนซ้ำซ้อนและเดินหน้าในการลงทุนเท่าที่จะทำได้ส่วนหนึ่ง
นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงความคุ้มค่าในการดำเนินการว่า ประเมินมาแล้วในส่วนของผลตอบแทนอะไรต่างๆ ก็อยู่ในเกณฑ์ดีและมีการปรับตัวเลขลงมาเทียบกับเมื่อปีพ.ศ. 2551 จะเห็นได้ชัดว่าใช้เงินน้อยกว่าและใช้บริการน้อยกว่า แต่ว่าเรื่องของการประกอบก็เป็นอย่างที่ตนเรียนว่าต้องทำในลักษณะของการค้าส่งไม่ใช่การค้าปลีก โดยจะต้องไปมีบริษัทและผู้ประกอบการ พันธมิตร และอื่นๆเข้ามาร่วมด้วย ส่วนจะถูกต้องหรือไม่ที่จะมีการตั้งบริษัทลูกเข้ามาแข่งขันนั้นก็ต้องไปดูกติกาในการกำกับอีกที
แหล่งข่าวจากทีโอที กล่าวว่า หลังจากที่ครม.อนุมัติโครงข่าย 3จี ทั่วประเทศของทีโอทีแล้ว จากนี้ไปจะเร่งดำเนินการ โดยจะนำร่างทีโออาร์ และสเปค ที่กำหนดไว้เสร็จเรียบร้อย เข้าที่ประชุมคณะกรรมการ (บอร์ด) คาดว่า จะเข้าสู่วาระการประชุมในช่วงวันที่ 12-14 ตุลาคมที่จะถึงนี้ โดยหากบอร์ดอนุมัติ หรือให้หาซัพพลายเออร์ติดตั้งอุปกรณ์เพิ่มก็จะเร่งดำเนินการให้เร็วที่สุด
ด้านพันเอกนที ศุกลรัตน์ กรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) เปิดเผยว่า ขณะนี้ กทช.ได้แต่งตั้งคณะกรรมการเจรจาต่อรองบรรเทาความเสียหาย จากการถูกระงับการประมูล 3 จี ซึ่งคณะกรรมการชุดดังกล่าว จะมีผู้เชี่ยวชาญภายนอกองค์กรเป็นประธาน รองเลขาธิการ กทช. และเจ้าหน้าที่ กทช. รวมทั้งสิ้น 5 ท่าน จะมีกรอบหน้าที่ในการเจรจาต่อรองกับโรงแรมเอวาซอน ซิกส์เซนต์ รีสอร์ท แอนด์ สปาหัวหิน ว่างานใดบ้างที่ได้ใช้ และส่วนใดที่ยังไม่ได้ดำเนินการ โดยจะนำรายชื่อเข้าคณะกรรมการ (บอร์ด) กทช. ในวันที่ 29 กันยายนนี้
ทั้งนี้ เบื้องต้นได้ประเมินมูลค่าดำเนินงานไว้ไม่เกิน 80 ล้านบาท แบ่งเป็นการเดินทางเชิญชวนนักลงทุนในต่างประเทศ 10 ล้านบาท งานมหกรรม 3.9 จี Thailand Human D.N.A. 20 ล้านบาท และการเตรียมสถานที่จัดการประมูลอีก 50 ล้านบาท ซึ่งหลังการเจรจาต่อรองคาดว่าวงเงินที่ใช้ไม่มีทางถึง 80 ล้านบาท
"ความเสียหายนี้ไม่สามารถเรียกร้องได้ว่าใครจะเป็นผู้รับผิดชอบ เนื่องจากกระบวนการประมูล 3 จี เริ่มมาตั้งแต่การออกระเบียบร่างหลักเกณฑ์ ไปจนถึงการเตรียมตัวเริ่มประมูล ซึ่งที่ผ่านมา ได้มีการยื่นฟ้องร้องไปแล้ว 3 ครั้ง กระทั่งมาครั้งสุดท้ายที่จะเริ่มการประมูล ศาลมีคำสั่งให้ระงับ ความเสียหายครั้งนี้เราก็คงไม่ไปฟ้องร้องกับ กสท โทรคมนาคม เพราะถือเป็นบทเรียนของสังคม และผมก็เป็นสุภาพบุรุษพอที่จะไม่ไปกล่าวโทษใคร" พันเอกนที กล่าว
พันเอกนทีกล่าวด้วยว่า การไปโรดโชว์กับผู้ประกอบการโทรคมนาคมต่างชาติก็ขอดูการประมูลในรอบแรกก่อน จึงจะมาเข้ายื่นซองประมูลในรอบ 2 ซึ่งขณะนั้น มีบริษัทโทรคมนาคมต่างชาติสนใจ 3 ราย คือ เอ็นทีที โดโคโมะ จากญี่ปุ่น เอเซียต้า จากมาเลเซีย และเอสเค เทเลคอม จากเกาหลี ซึ่งระบุว่า ความไม่แน่นอนเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดในประเทศไทย



