ไลฟ์สไตล์

กรมวิทย์ยก"ฟิล์ม-แอนนี่"รณรงค์ใช้ถุงยางอนามัย

กรมวิทย์ยก"ฟิล์ม-แอนนี่"รณรงค์ใช้ถุงยางอนามัย

27 ก.ย. 2553

กรมวิทย์ฯ เปิดชมห้องปฏิบัติการทดสอบมาตรฐานถุงยางอนามัย พร้อมพิพิธภัณฑ์ถุงยางอนามัย ไม่ตกกระแสติดข่าว “ฟิล์ม” ร่ำไห้ ชี้ตัวอย่างไม่ใช่ถุงยาง เตือนอย่าเก็บในช่องรถยนต์ กระเป๋าหลังกางเกง เสี่ยงถูกความร้อนหมดประสิทธิภาพ เสี่ยงฉีดขาด แนะกลุ่มชายรักชายใช้ถุงอ

ที่กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ วันที่ 27 ก.ย. นางพรรณสิริ กุลนาถศิริ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข   เป็นประธานเปิดงานโครงการเรียนรู้นอกตำรา   “ถุงยางอนามัยดี มีคุณภาพ(สากล)”   เพื่อส่งเสริมให้ประชาชน   นักเรียน นักศึกษา   เข้ามาเรียนรู้ความเข้าใจพื้นฐานของถุงยางอนามัย พร้อมเปิดให้เข้าศึกษาห้องปฏิบัติการทดสอบคุณภาพถุงยางอนามัยตามมาตรฐานสากล และพิพิธภัณฑ์ถุงยางอนามัยของกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ในเวลาราชการ  

 นางพรรณสิริ กล่าวว่า   ปัจจุบันคนไทยยังมีทัศนคติที่ไม่ดีต่อการใช้ถุงยางอนามัย เช่น ใครใช้ถุงยางอนามัยเป็นคนไม่ดี หากใช้ถุงยางอนามัยแล้วมีปัญหาของการมีเพศสัมพันธ์ หรือกังวลว่า ไม่สามารถป้องกันการตั้งครรภ์ได้จึงเลือกใช้ยาคุมกำเนิด และไม่ใช่นักเที่ยวไม่ต้องใช้ก็ได้ นอกจากนี้มีวิธีการใช้ไม่ถูกต้องเพราะความเข้าใจผิด เช่น กรณีที่มีข่าวว่าวัยรุ่นใช้เบบี้ออยล์ทางถุงยางอนามัยก่อนมีเพศสัมพันธ์ แสดงให้เห็นว่ายังขาดความรู้ความเข้าใจในเรื่องวิธีการใช้ถุงยางอนามัยที่ถูกต้อง   รวมทั้งไม่เข้าใจว่าถุงยางอนามัยทุกรุ่นที่วางจำหน่ายและถุงยางอนามัยแจกฟรีของกระทรวงสาธารณสุข มีคุณภาพตามมาตรฐานสากล  

 นพ.จักรธรรม ธรรมศักดิ์ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์ กล่าวว่า   ห้องปฏิบัติการของกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ถ้าพบว่าถุงยางอนามัยรุ่นผลิตใดไม่เข้ามาตรฐานผู้ผลิตและผู้นำเข้าจะไม่สามารถนำออกมาจำหน่ายได้ การรับรองความสามารถของห้องปฏิบัติการทดสอบถุงยางอนามัย อย่างไรก็ตามในการเลือกใช้ถุงยางอนามัย ควรเลือกใช้ถุงยางอนามัยใหม่ที่ไม่หมดอายุ มีความเหนียว   ไม่เปื่อย สามารถใช้สารหล่อลื่นซิลิโคลนออยล์ หรือสารหล่อลื่นที่ละลายในน้ำ   ไม่ควรใช้สารหล่อลื่นที่มีน้ำมันเป็นตัวทำลาย   เช่น เบบี้ออยล์ ปิโตรเลียมเจลลี น้ำมันพืช เพราะจะทำให้ถุงยางอนามัยเสื่อมสภาพเร็วขึ้น   และควรเก็บถุงยางอนามัยในที่แห้งและเย็น   อย่าให้ถูกแสงแดดหรือความร้อน อย่าเก็บถุงยางอนามัยไว้ในช่องเก็บของรถยนต์ กระเป๋าสตางค์ หรือกระเป๋ากางเกงด้านหลัง เพราะหากมีการกดทับจะทำให้ถุงยางอนามัยฉีกขาดได้

 น.ส.นิภา ศรีบรรทัดทอง   พนักงานห้องปฏิบัติการงานทดสอบคุณภาพถุงยางอนามัย กล่าวว่า บริษัทที่ผลิตถุงยางอนามัย ต้องนำตัวอย่างส่งให้กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ตรวจทดสอบให้ผ่านมาตรฐาน   จึงขอขึ้นทะเบียนกับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) โดยมีการทดสอบความกว้าง   ความยาว การบรรจุผลิตภัณฑ์ ซึ่งเป็นการตรวจมาตรฐานพื้นฐาน   นอกจากนี้มีการรั่วซึมและความดันของความทนและปริมาณขณะแตก(ห้องระเบิด)     โดย 1 ล็อกหากส่งมาตรวจ 500 ชิ้น จะแบ่งเป็นการตรวจรั่วซึม 315   ชิ้นห้องระเบิด 200 ชิ้น   ซึ่งต้องผ่านมาตรฐานของการตรวจทั้งสองแบบ ทั้งนี้ภาพรวมถุงยางอนามัยที่ผลิตในประเทศไทย ส่วนใหญ่ผ่านเกณฑ์มาตรฐานการทดสอบ   แต่ก็มีบางล็อกพบการรั่วซึม ซึ่งทำให้ไม่มีประสิทธิภาพในการป้องกันโรคเอดส์ และการตั้งครรภ์ไม่พึ่งประสงค์  

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า   สำหรับพิพิธภัณฑ์ถุงยางอนามัยของกรมวิทยาศาสตร์ มีการแสดงถุงยางอนามัยในยุคแรก เช่น ยี่ห้อมีชัย   ถุงยางอนามัยยุคนำเข้าจากต่างประเทศ   อย่างไรก็ตามภายในพิพิธภัณฑ์ดังกล่าว มีการแสดงข่าวของ "ฟิล์ม" รัฐภูมิ โตคงทรัพย์ นักร้องนักแสดงชื่อดัง ที่กำลังตกเป็นข่าวฉาว กับ น.ส.แอนนี่ บรู๊ค นักแสดงสาวที่เกิดการตั้งครรภ์ไม่พึ่งประสงค์ขึ้นจากการไม่ใช่ถุงยางอนามัย พร้อมทั้งมีโปสเตอร์รณรงค์ “เชื่อมั่น   รักเดียว กับนายกอภิสิทธิ์”   ด้วย

แนะกลุ่มชายรักชายใช้ถุงอนามัยสตรีป้องกันโรค
                    
 ขณะเดียวกันนายแพทย์ สมยศ    กิตติมั่นคง    หัวหน้ากลุ่มโรคเอดส์   สำนักโรคเอดส์ วัณโรค และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์   กรมควบคุมโรค    กระทรวงสาธารณสุข   กล่าวว่า   สถานการณ์การติดเชื้อเอชไอวีในกลุ่มชายที่มีเพศสัมพันธ์กับชายมีเพิ่มมากขึ้นจากเดิม   มีสัดส่วนการติดเชื้อ 17% ในปี 2546   เพิ่มเป็น 28% ในปี 2548   และยังสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง   โดยในปี พ.ศ. 2550 สัดส่วนการติดเชื้อเพิ่มขึ้นถึงเกือบ 32%   กรมควบคุมโรค   กระทรวงสาธารณสุข   ได้ตระหนักถึงปัญหาการติดเชื้อเอชไอวีในกลุ่มชายที่มีเพศสัมพันธ์กับชาย   จึงได้ดำเนินมาตรการต่างๆ ในการป้องกันและควบคุมโรค   โดยได้พัฒนาระบบการให้บริการแบบครบวงจรสำหรับกลุ่มชายที่มีเพศสัมพันธ์กับชายโดยเฉพาะขึ้นที่ คลินิกสุขภาพชาย โรงพยาบาลบางรัก   นอกจากนี้ยังได้ดำเนินการร่วมกับเครือข่ายทั้งภาครัฐและภาคเอกชน   รวมถึงองค์กรระหว่างประเทศ   ในการพัฒนามาตรการใหม่ๆ ขึ้นมา   เพื่อใช้ป้องกันการติดเชื้อเอชไอวีในกลุ่มชายที่มีเพศสัมพันธ์กับชาย  

 ล่าสุดถุงอนามัยสตรี   เป็นอีกทางเลือกหนึ่งของการป้องกันที่ได้ผล   ถุงอนามัยสตรีเริ่มแรกมีการนำมาใช้กับกลุ่มสตรี   เพื่อเป็นทางเลือกในการป้องกันโรคเอดส์   แต่ปัจจุบันยังสามารถป้องกันการมีเพศสัมพันธ์ทางทวารหนักได้   และถุงอนามัยสตรีจะมีความทนทานมากกว่าถุงยางอนามัย   มีอายุการใช้งาน 5 ปีหลังจากวันผลิต   สามารถใส่ก่อนการมีเพศสัมพันธ์ได้นานถึง 8 ชั่วโมง   มีประสิทธิภาพในการป้องกันการติดเชื้อโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ได้ร้อยละ 97.1 และประสิทธิภาพในการป้องกันการตั้งครรภ์เมื่อเทียบกับถุงยางอนามัย คือ 5 ต่อ 3 มีโอกาสเสี่ยงต่อการฉีกขาดและหลุดเลื่อน 2.7 ต่อ 8.1 ดังนั้นถุงอนามัยสตรีจึงเป็นเครื่องมือที่สามารถเพิ่มทางเลือกในการป้องกันการติดเชื้อติดต่อทางเพศสัมพันธ์   การติดเชื้อเอชไอวี   และการคุมกำเนิดได้

 นายแพทย์ สมยศ    กล่าวต่อไปว่า   สำนักโรคเอดส์ วัณโรค และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์   กรมควบคุมโรค     ได้พัฒนารูปแบบการป้องกันการติดเชื้อเอชไอวีจากการร่วมเพศทางทวารหนักด้วยการแนะนำการใช้ถุงอนามัยสตรี   เพื่อเป็นทางเลือกในการป้องการติดเชื้อเอชไอวี   นอกเหนือจากการรณรงค์การใช้ถุงยางอนามัยสำหรับผู้ชาย            ด้วยการศึกษาการยอมรับความพึงพอใจในการใช้ถุงยางอนามัยในการมีเพศสัมพันธ์ทางทวารหนักในกลุ่มชายที่มีเพศสัมพันธ์กับชาย   รวมทั้งองค์การอนามัยโลกและกองทุนโรคเอดส์แห่งสหประชาชาติยังได้สนับสนุนถุงอนามัยสตรีเป็นวิธีการใหม่ในการป้องกันการตั้งครรภ์   โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์   และเป็นทางเลือกของการดูแลสุขภาพทางเพศ   รวมถึงอนามัยเจริญพันธุ์สำหรับทุกคน   นอกจากนี้กองทุนประชากรแห่งสหประชาชาติยังมีนโยบายในการสนับสนุน    ให้ถุงอนามัยสตรีอยู่ในบริการสุขภาพเพราะถุงอนามัยสตรีไม่เหมือนถุงยางอนามัยผู้ชายตรงที่ผู้หญิง สามารถเป็น         ผู้ตัดสินใจเลือกใช้   รวมถึงกลุ่มชายที่มีเพศสัมพันธ์กับชาย   และผู้หญิงข้ามเพศด้วย  

 “สำหรับผู้ที่ต้องการทดลองใช้ถุงอนามัยสตรี สามารถเข้าไปดูรายละเอียดได้ที่เว็บไซด์ WWW.AIDSTHAI.ORG   ซึ่งมีการแจกถุงอนามัยสตรี สำหรับผู้ชายให้ทดลองใช้ได้ฟรี โดยไม่คิดมูลค่า ”   นายแพทย์สมยศ   กล่าว