ไลฟ์สไตล์

วิปรัฐบาลเดินหน้าตั้งกมธ.ร่วม2สภากม.กสทช.

วิปรัฐบาลเดินหน้าตั้งกมธ.ร่วม2สภากม.กสทช.

27 ก.ย. 2553

วิปรัฐบาลเดินหน้าตั้งกมธ.ร่วมกม.กสทช.หลังสว.เเก้ไขเยอะคาดสิ้นเดือนนี้ฉลุย วอนพรรคร่วมเเละครม.กำชับส.ส.อย่าโดดประชุมหลังสภาล่มหลายครั้งเเล้ว

(27ก.ย.) นายวิทยา แก้วภราดัย ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) แถลงผลการประชุมวิปรัฐบาลว่าสัปดาห์นี้จะประชุมสภาผู้แทนราษฎรวันที่ 29 - 30 ก.ย.โดยจะพิจารณาร่างกฎหมายที่ค้างการประชุมสัปดาห์ที่แล้วคือกรณีที่ส.ว.แก้ไขเพิ่มเติมร่างพ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมพ.ศ.........
 
 โดยการประชุมสภาสัปดาห์ที่แล้วได้พิจารณาเรื่องนี้ปรากฏว่าฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้านมีความเห็นในทิศทางเดียวกันคือส.ว.แก้ไขมากเกินจำเป็น โดยทางออกคือตั้งกมธ.ร่วมของสองสภาเพื่อทบทวน โดยวิปรัฐบาลได้ขอให้รัฐบาลแต่งตั้งบุคคลไปทำหน้าที่กมธ.ร่วม ซึ่งมอบให้นายสาทิตย์  วงศ์หนองเตย  รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีได้นำตัวแทนพรรครว่มรัฐบาลและพรรครว่มฝ่ายค้านไปหารือกับส.ว.คาดว่าจะใช้เวลาสองสัปดาห์

 ทั้งนี้คาดว่าหากการประชุมสัปดาห์นี้มีการตั้งตัวแทนกมธ.ของสภาผู้แทนราษฎรได้แล้ว การประชุมมส.ว.ในสัปดาห์ต่อไปก็คาดว่าน่าจะตั้งตัวแทนกมธ.ได้เช่นกัน จากนั้นจะมีการประชุมร่วมสองสภาเพื่อพิจารณาการแก้ไขร่างพ.ร.บ.ฉบับนี้ และปลายเดือนนี้คาดว่าจะพิจารณาร่วมของสองสภาแล้วเสร็จและส่งกลับให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาต่อไป จากนั้นจะพิจารณารายงานของกมธ.วิสามัญตรวจสอบคุณสมบัติผู้ได้รับการเสนอชื่อการดำรงตำแหน่งผู้ทรงคุณวุฒิของปปง.เพราะเรื่องนี้ค้างคามานานแล้ว และจะใช้เสียงข้างมากลงมติ  และต่อไปจะพิจารณาร่างกฎหมายที่ส.ว.แก้ไข 11 ฉบับหากฉบับใดสภาผู้แทนราษฎรไม่เห็นด้วยก็จะตั้งกมธ.ร่วมต่อไป

 นายวิทยากล่าวว่า วิปรัฐบาลยังพิจารณาร่างพ.ร.บ.กองทุนการออมแห่งชาติหรือบำนาญประชาชนตามที่ครม.เสนอไว้ เพราะต้องมีหน่วยงานไว้บริการประชาชนอายุ 20-60 ปีที่ไม่ได้อยู่ในภาคแรงงาน ภาคราชการรวมทั้งอาชีพอิสระราว 26 ล้านคนได้เข้าสู่ระบบเมื่อเข้าสู่อายุ 60 ปี โดยประชาชนจะแสดงความจำนงขอออมเงินของตัวเองรายเดือนตั้งแต่เดือนละ 50 - 1,100 บาท  โดยรัฐบาลจะสมทบให้ด้วยและเมื่อเกษียณอายุรัฐบาลจะจ่ายคืนให้ตามอัตราส่วนการออมและบวกกับเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุเดือนละ 500 บาทด้วย โดยวิปรัฐบาลจะเร่งรัดกรณีนี้เป็นเรื่องเร่งด่วนเพื่อดูแลประชาชนในด้านนี้

 นายวิทยากล่าวว่า ที่ประชุมยังหารือปัญหาการประชุมสภาผู้แทนราษฎรในช่วงบ่ายวันพฤหัสบดีที่มีปัญหาองค์ประชุมไม่ครบและไม่พอในการลงมติเรื่องต่าง ๆ นั้นที่ต้องใช้เสียงเกินกึ่งหนึ่งของจำนวนส.ส.วิปรัฐบาลจึงมอบให้ทุกพรรคนำเรื่องนี้ไปยังที่ประชุมพรรคเพื่อตรวจสอบรายชื่อส.ส.ที่จะเข้าประชุมสภาในสัปดาห์นี้และขอความกรุณาว่าต้องไม่ขาดประชุมและยังมอบให้นายสาทิตย์ไปแจ้งนายอภิสิทธิ์  เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กำชับต่อที่ประชุมครม.ให้เข้าประชุมสภาโดยยึดกฎเหล็กเก้าข้อของนายอภิสิทธิ์อย่างเคร่งครัด หากประชุมกันพร้อมเพียงสภาจะผลักดันกฎหมายได้เยอะเพราะร่างกฎหมายที่รัฐบาลเสนอไว้และค้างกับที่ประชุมสภานั้นมี 29 ฉบับ และบางฉบับอาจไม่ทันสมัยประชุมนี้จึงต้องเร่งรัด

 ต่อข้อถามที่ว่าที่ประชุมหารือการลงสมัครส.ส.สุราษฎร์ธานี เขต 1 ของนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีและเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ว่า นายสุเทพสมควรลงสมัครส.ส.หรือไม่ เพราะบางฝ่ายคัดค้านว่าอาจมีการใช้อำนาจหน้าที่ไปช่วยหาเสียงรวมทั้งขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่ นายวิทยากล่าวว่า หากถามว่าขัดรัฐธรรนูญหรือไม่นั้น เรียนว่าไม่ขัดแต่อาจมีบางฝ่ายโต้แย้งเรื่องการใช้อำนาจหน้าที่ต่อการเลือกตั้ง แต่เรื่องนี้ก็อยู่ในกรอบอยู่แล้ว วิปรัฐบาลไม่ได้พิจารณาเรื่องนี้ และพรรคประชาธิปัตย์จะหารือเรื่องนี้เอง