ไลฟ์สไตล์

ระบบย้อมไหมแบบประหยัด 
งดใช้พลังงาน-ฝีมือนักวิจัย มข.

ระบบย้อมไหมแบบประหยัด งดใช้พลังงาน-ฝีมือนักวิจัย มข.

31 มี.ค. 2552

ถนนสายไหม หรือ Silk Road ตั้งอยู่ในเขตเทศบาลตำบลชนบท อ.ชนบท จ.ขอนแก่น ขึ้นเชื่อว่าเป็นแหล่งผลิตและจำหน่ายผ้าไหมที่มีชื่อเสียงอีกแห่งหนึ่งของประเทศไทย

  เนื่องจากมีการผลิตผ้าไหมทุกกระบวนการ ทั้งปลูกหม่อน เลี้ยงไหม ย้อมสีเคมี มัดหมี่ ทอและตัดเย็บผ้าไหม โดยทำในรูปแบบของอุตสาหกรรมในครอบครัว อุตสาหกรรมขนาดใหญ่ และกลุ่มโอท็อปหลายสิบกลุ่ม สร้างรายได้อย่างเป็นกอบเป็นกำ

 แต่เมื่อมีการผลิตขนาดที่ใหญ่ขึ้น ได้เริ่มส่งผลกระทบต่อสภาพแวดล้อมต่อคน สัตว์เลี้ยง แหล่งน้ำ โดยหลังการย้อมสีผ้าไหมแล้ว กลุ่มผู้ผลิตจะปล่อยน้ำไหลลงสู่หนองกรองแก้ว แหล่งน้ำชุมชนในเขตเทศบาลตำบลชนบท ทำให้น้ำมีสารปรอท สารตะกั่วปนเปื้อน ที่ผ่านมาทำให้ชาวบ้านที่นำน้ำไปอุปโภคได้รับผลกระทบ บางรายถึงขั้นล้มป่วยด้วยโรคมะเร็งตับ

 ด้วยเหตุนี้ รศ.ชุติมา คูคู่สมุทร และ รศ.รัตนา มหาชัย อาจารย์ประจำภาควิชาเคมี คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น จึงได้ลงไปช่วยเหลือชาวบ้าน ด้วยการคิดค้นระบบบำบัดน้ำสีย้อมผ้าไหมแบบไม่ใช้พลังงานเพื่อให้กลุ่มทอผ้าไหมได้นำไปทดลองใช้กัน

 รศ.ชุติมาบอกว่า ระบบนี้จะประกอบด้วยถังพักน้ำสีย้อม 1 ถัง และถังบำบัด 3 ถัง โดยนำบ่อปูนซีเมนต์มาทำเป็นบ่อ หลักการทำงานของถังที่ 1 ได้มีการบรรจุตะกร้อพลาสติกลงไปในถัง เหตุที่ต้องใช้ตะกร้อพลาสติก เนื่องจากมีจุลินทรีย์เคลือบอยู่ ซึ่งจะเป็นตัวช่วยย่อยสารอินทรีย์ และทำให้น้ำย้อมมีสีที่เจือจางลง ส่วนในถังที่ 2, 3, 4 จะใส่เถ้าแกลบที่มีอยู่ในท้องถิ่นลงไป ซึ่งน้ำจะซึมผ่านเถ้าแกลบ และทำให้ได้น้ำเป็นสีปกติและไม่มีสารพิษปนเปื้อนในที่สุด 

 "เมื่อเทน้ำสีย้อมที่เย็นแล้วลงไปในถังพักที่ 1 น้ำจะไหลออกปล่อยท่อด้านข้างแล้วซึมผ่านตะกร้อพลาสติก ซึ่งน้ำจะถูกบำบัดการย่อยสลายโดยเชื้อแบคทีเรียที่มีอยู่ในกร้อพลาสติก และจะไหลออกทางท่อด้านข้างลงสู่ท่อกลางถังที่ 2 ซึ่งน้ำสีเคมีย้อมผ้าไหมจะถูกบำบัดโดยเถ้าแกลบที่บรรจุอยู่ภายใน เมื่อน้ำสีย้อมสัมผัสเถ้าแกลบในถังที่ 2 เป็นเวลา 5-7 วันแล้ว จากนั้นน้ำจะล้นจากถังที่ 2 ไหลลงท่อกลางของถังที่ 3 และถูกบำบัดด้วยเถ้าแกลบด้วยเช่นกัน และไหลลงท่อกลางของถังที่ 4" 

 รศ.ชุติมาบอกว่า ระบบบำบัดน้ำย้อมสีแบบไม่ใช่พลังงานนี้ จะใช้เวลาประมาณ 44 วัน ซึ่งจะทำให้ได้น้ำที่เป็นสีปกติและไม่มีสารปนเปื้อนอีกเลย ส่วนน้ำที่ผ่านการบำบัดก็จะไหลซึมผ่านลงพื้นดินที่ต่อท่อลงไปในระดับความลึก 30 ซม. ซึ่งจะทำให้พื้นดินเปียกชุ่มตลอดเวลา เหมาะแก่การปลูกพืชผักสวนครัว

 ด้าน รศ.รัตนา หนึ่งในทีมนักวิจัย เปิดเผยว่า ต้นทุนในการติดตั้งระบบบำบัดน้ำสีย้อมแบบไม่ใช้พลังงานนั้น ใช้เงินลงทุนเพียง 4,000-5,000 บาท อาทิ ค่าบ่อปูน ตะกร้อพลาสติก ท่อพีวีซี ส่วนเถ้าแกลบหาได้ในชุมชน โดยระบบดังกล่าวใช้ได้นานถึง 22 ปี โดยที่ไม่ต้องเปลี่ยนเถ้าแกลบแต่อย่างใด ส่วนเถ้าแกลบที่หมดอายุก็นำไปผสมกับปูนซีเมนต์เพื่อทำเป็นบ่อปูนต่อไปได้

 "ในการวิจัยเราพบว่า หากมีการติดตั้งบำบัดเพียง 1 ถัง จะทำให้ระบบบำบัดมีอายุการใช้งานได้ประมาณ 4 ปี แต่หากมีการติดตั้งถังบำบัดจำนวน 3 ถัง จะทำให้มีอายุใช้งานได้นานถึง 22 ปี แต่อาจขึ้นกับปริมาณน้ำทิ้ง ซึ่งในกลุ่มทอผ้าใน อ.ชนบท ส่วนใหญ่จะมีการย้อมผ้าไหมเดือนละ 2 ครั้ง" 

 ที่ผ่านมา ทีมนักวิจัยได้นำระบบบำบัดน้ำสีย้อมแบบไม่ใช้พลังงาน ไปติดตั้งให้กลุ่มทอผ้าไหมในเขตพื้นที่ อ.ชนบท ไม่ต่ำกว่า 10 ชุด โดยผลจากการติดตั้งระบบดังกล่าว สามารถลดการก่อมลภาวะทางสิ่งแวดล้อมได้เป็นอย่างดี จนทำให้ผลงานวิจัยชิ้นนี้ได้รับอนุสิทธิบัตร 2 ฉบับ คืออนุสิทธิบัตร "ระบบบำบัดน้ำสีย้อมผ้า แบบไม่ใช้พลังงาน" โดยจุดเด่นคือ การใช้เถ้าแกลบ ตะกร้อพลาสติก และการไม่ใช้พลังงาน

 สำหรับกลุ่มผู้ประกอบการอุตสาหกรรม หรือกลุ่มทอผ้าไหมรายใดที่สนใจระบบดังกล่าว ติดต่อได้ที่ 08-1471-0030 ซึ่งอาจารย์พร้อมให้คำปรึกษา

"มยุรี อัครบาล"