ไลฟ์สไตล์

ฉีดวัคซีนป้องกันหวัด 2009 ฟรี!

ฉีดวัคซีนป้องกันหวัด 2009 ฟรี!

28 ก.ย. 2553

กทม.จัดการเร่งด่วนป้องกัน "ไข้หวัด 2009" ระลอก 3 ช่วงปลายฝนต้นหนาว ด้วยการฉีดวัคซีน...ฟรี! สำหรับ กลุ่มเสี่ยง 7 กลุ่ม

 ขอรับบริการฉีดวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัด 2009 ได้...ฟรี! ที่ ศูนย์บริการสาธารณสุข 68 แห่ง และ โรงพยาบาลสังกัด กทม. การฉีดวัคซีนไม่เกิดผลข้างเคียงที่ก่อให้เกิดความเสี่ยงและอันตราย
กลุ่มเสี่ยงที่สามารถรับวัคซีน...ฟรี!
 1.บุคลากรที่มีความเสี่ยงต่อการสัมผัสโรค อาทิ แพทย์ พยาบาล เจ้าหน้าที่ และอาสาสมัครทำลายซากสัตว์ปีก
 2.หญิงตั้งครรภ์ที่อายุครรภ์มากกว่า 7 เดือน
 3.คนอ้วนน้ำหนักมากกว่า 100 กิโลกรัม
 4.ผู้พิการทางสมองที่ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้
 5.เด็กอายุ 6 เดือน-2 ปีทุกคน
 6.ผู้ที่มีอายุ 2-64 ปี ที่มีโรคเรื้อรัง เช่น ปอดอุดกั้นเรื้อรัง หอบหืด โรคหัวใจ หลอดเลือดสมอง ไตวาย
 7.ผู้ป่วยมะเร็งที่อยู่ระหว่างได้รับเคมีบำบัด โรคธาลัสซีเมีย
 8.ผู้ที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง เบาหวาน ผู้ติดเชื้อเอชไอวี 
 9.ผู้สูงอายุ 65 ปีขึ้นไป
มาตรการ 555 ประกอบด้วย 5 มาตรการเข้มข้น ได้แก่
 แจ้งเตือนสถานการณ์การระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่ 2009 เฝ้าระวังการระบาดและป้องกันควบคุม ป้องกันการแพร่เชื้อ ดูแลกลุ่มเสี่ยงต่อการเจ็บป่วยรุนแรง และบูรณาการการบริหารจัดการ
5 พื้นที่เสี่ยงสูง ได้แก่
 ชุมชน สถานศึกษา/โรงเรียน สถานประกอบการ/สถานที่ทำงาน แหล่งชุมชน อาทิ วัด สถานีรถไฟฟ้า และพื้นที่จัดกิจกรรมรวมคนหมู่มาก
5 เดือนอันตราย ช่วงตุลาคม 2553-กุมภาพันธ์ 2554 เนื่องจากเป็นช่วงรอยต่อระหว่างฤดูฝน กับฤดูหนาว โดยปกติจะมีการระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่เป็นประจำ อีกทั้งช่วงปลายปีจะมีเทศกาลต่างๆ มากมาย เช่น วันลอยกระทง คริสต์มาส วันส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ ทำให้มีการรวมกลุ่มของคนจำนวนมาก เพื่อทำกิจกรรม หรือฉลองงานเทศกาลต่างๆ นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาตินิยมเดินทางท่องเที่ยวต่างจังหวัด ทำให้มีโอกาสเกิดการแพร่กระจายของโรคได้ง่าย
วิธีดูแลสุขภาพของตนเองอย่างถูกวิธี
 -ทำได้ไม่ยาก เพียงปิดปากและจมูกเวลาไอ หรือจาม
 -ใส่หน้ากากอนามัย
 -ล้างมือบ่อยๆ
 -หลีกเลี่ยงชุมชนแออัด
 -หยุดเรียน หยุดงาน เมื่อป่วย
 -กินของร้อน ใช้ช้อนกลาง
 -พักผ่อนให้เพียงพอ รักษาสุขภาพให้แข็งแรงอยู่เสมอ
 จากรายงาน การเฝ้าระวังโรคไข้หวัดใหญ่ 2009 ในพื้นที่กรุงเทพฯ ตั้งแต่ 1 มกราคม-18 กันยายน 2553 พบผู้ป่วยสะสม 1,395 ราย เสียชีวิต 10 ราย เป็นชาย 2 ราย หญิง 8 ราย อายุระหว่าง 2-83 ปี ผู้ป่วยส่วนใหญ่เป็นนักเรียน นักศึกษา ร้อยละ 32.11 กลุ่มอายุที่พบสูงสุด อายุ 6-10 ปี ร้อยละ 21.18 รองลงมา อายุ 0-5 ปี ร้อยละ 18.23 อายุ 11-20 ปี คิดเป็นร้อยละ 17.52 และมีแนวโน้มระบาดเป็นวงกว้าง
 ทุกคนจึงต้องร่วมมือร่วมแรงกัน เฝ้าระวังอย่างจริงจัง เพื่อให้การป้องกันการแพร่ระบาดของโรคมีประสิทธิภาพ และประสบผลสำเร็จสูงสุด
พญ.มาลินี สุขเวชชวรกิจ
รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร