
เหนื่อย...เลยดุไปหน่อย
ผมนำรถยนต์ไปต่อทะเบียน "เลื่อนล้อต่อภาษี" ที่สำนักงานขนส่งพระโขนง เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 22 กันยายน 2553 เมื่อถึงคิว ผมยื่นทะเบียนรถ (เล่ม) เงินสด และหลักฐานการซื้อกรมธรรม์ประกันภัยบุคคลที่ 3
เจ้าหน้าที่ในช่องเลื่อนล้อรับไว้ และส่งหลักฐานที่มีขนาดพอๆ กับเช็ค คืนกลับมาให้ในช่องเล็กๆ
เจ้าหน้าที่ขอต้นขั้วกรมธรรม์จากผม แต่ผมบอกว่า ไม่มี เขาก็ยืนยันว่า "ต้องมีสิ กรมธรรม์นะ" น้ำเสียงของเจ้าหน้าที่ออกอาการไม่สบอารมณ์ ผมชักยังไม่แน่ใจ เนื่องจากภรรยาเป็นคนไปซื้อประกันภัยบุคคลที่ 3 มาจากธนาคาร และนำใบ "หางตั๋ว" มาให้ผมไปใช้เสียภาษี จากนั้นเจ้าหน้าที่ก็บอกว่า ถ้าไม่มีมา ก็ต่อไม่ได้
ผมตั้งสติ คิดทบทวน และนำ "หางตั๋ว" ขึ้นมาดู ปรากฏว่า เจ้าหน้าที่ธนาคารซึ่งเป็นผู้ออกให้ตอนไปซื้อประกัน ไม่ได้เขียนเลขทะเบียนรถ ลงไปในนั้นด้วย ผมก็สงสัยอยู่ดีว่า ทำไมเจ้าหน้าที่ขนส่งไม่แจ้งผมว่า "เขียนเลขทะเบียนรถให้ด้วย" หรือ "ขอทราบเลขทะเบียนรถด้วย" จึงตัดสินใจถามเจ้าหน้าที่ฝ่ายภาษีรถยนต์ (ประเภทเข้าคิวจ่ายที่เคาน์เตอร์) ปรากฏว่า เจ้าหน้าที่ตอบเหมือนกันว่า "ต้องเอากรมธรรม์มาด้วย"
เจ้าหน้าที่ยืนยันว่า "ต้องมีกรมธรรม์ด้วย ไม่งั้นจะรู้ได้ยังไงว่าคุณมี พ.ร.บ.บุคคลที่ 3"
ผมโทรกลับไปถามภรรยาอีก ภรรยายืนยันว่า เจ้าหน้าที่ธนาคารบอกมาว่าแค่หางตั๋วก็ใช้ได้แล้ว ปีก่อนก็ต่อทะเบียนด้วยหลักฐานเพียงเท่านี้ ผมจึงกลับไปยืนยันเจ้าหน้าที่หน้าเครื่องกดบัตรคิวคุณ เธอทำเสียงดุใส่ผมว่า "จะบ้าเหรอ"
หัวใจผมหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่ม...นึกไม่ถึงว่า เจ้าหน้าที่กรมการขนส่งทางบก กรมที่คุยหนักหนาเรื่องบริการเร็วล้ำเลิศ จะมีวาจาเช่นนี้
ผมถามกลับไปว่า "คุณว่าใครบ้า" เธอบอกว่า "ธนาคาร"
ผมตัดสินใจว่า มาถึงขนาดนี้แล้ว ขอเสี่ยงยื่นหลักฐานเสียภาษีเท่าที่มีอยู่ในมือ ดีกว่าเสียเวลาฟรีไป 1 วัน ผลที่ออกมาคือ เจ้าหน้าที่เคาน์เตอร์ที่ 11 ยอมรับเงินภาษี และออกป้ายวงกลมให้ โดยไม่ถามสักคำ ผมอยากรู้ว่า
1.การเสียภาษีรถยนต์ประจำปี ต้องใช้หลักฐานใดบ้าง
2.จำเป็นต้องใช้กรมธรรม์ไปยื่นอย่างที่เจ้าหน้าที่แจ้งหรือไม่
3.ถ้าไม่จำเป็น ทำไมเจ้าหน้าที่ตั้งแต่ช่องเลื่อนล้อ จนถึงเจ้าหน้าที่กดบัตรคิว ยืนยันว่า ต้องใช้กรมธรรม์
4.ถ้าจำเป็น ทำไมเจ้าหน้าที่คนสุดท้าย (ช่อง 11) จึงยอมรับจ่ายภาษีของผม
ผมถามเผื่อคนข้างหลัง จะได้ไม่เสียเวลา เสียโอกาส และทำให้เจ้าหน้าที่หลายคนหงุดหงิด เหมือนที่ผมประสบมากับตัวเอง
คนไทยอยากเสียภาษี
ตอบ
นายถาวร เหรียญชัยตระกูล ผู้อำนวยการ สำนักงานขนส่งเขตพื้นที่ 3 (พระโขนง) ชี้แจงว่า ในการต่อภาษีรถยนต์ ตามระเบียบปฏิบัติใช้เพียงแค่สำเนาใบเสร็จรับเงินที่ชำระค่าเบี้ยประกันภัยบุคคลที่ 3 ไม่ต้องใช้กรมธรรม์ เนื่องจาก ใบเสร็จรับเงินจะระบุหมายเลขกรมธรรม์ วันที่ และทะเบียนรถที่เอาประกัน เป็นการยืนยันได้ว่า รถคันนี้ ทะเบียนนี้ ทำประกันบุคคลที่ 3 แล้ว
กรณีนี้ ในสำเนาใบเสร็จรับเงินไม่ได้ระบุทะเบียนรถ เจ้าหน้าที่จึงจำเป็นต้องขอตรวจสอบกรมธรรม์ตัวจริง เพื่อยืนยันว่า ใบเสร็จรับเงินประกันภัยบุคคลที่ 3 ที่นำยื่นนั้น ใช้กับรถคันนี้จริงหรือไม่ เพราะ 1 กรรมธรรม์ต่อรถ 1 คัน เคยมีการสวมกรมธรรม์ โดยนำสำเนาใบเสร็จรับเงินถ่ายเอกสารหลายฉบับ แล้วนำมาหลอกเจ้าหน้าที่ขนส่ง เพื่อต่อภาษีกับรถหลายๆ คัน จึงต้องมีระเบียบนี้ออกมา เพื่อเข้มงวดกวดขันในการเรียกหลักฐานในการตรวจสอบ
ส่วนที่เจ้าหน้าที่ในช่อง 11 ยอมให้ต่อภาษีโดยไม่เรียกขอกรมธรรม์ เป็นอนุโลม เพราะเห็นว่า มีการโต้แย้งเกิดขึ้น หรือมีการสอบถามข้อมูลอื่นๆ เพิ่มเติมแล้ว อย่างไรก็ตาม จะเรียกเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานในวันและเวลานั้นมาสอบสวนอีกครั้ง
ผู้อำนวยการขนส่งพระโขนง ฝากขออภัยในความไม่สะดวก แต่ละวันมีผู้มาใช้บริการประมาณ 500 ราย เจ้าหน้าที่อาจเหนื่อยล้า
ที่หน้าสำนักงานขนส่ง จะมีป้ายติดไว้ว่า "ถ้าไม่ได้รับความสะดวกในการให้บริการ กรุณาติดต่อ ผู้อำนวยการโดยตรง" พร้อมทั้งมีตู้แดงรับเรื่องร้องเรียนด้วย
ห้องผู้อำนวยการเปิดตลอด ยินดีต้อนรับ (เรื่องร้องเรียน) เสมอ
ลุงแจ่ม



