ไลฟ์สไตล์

คมเลนส์ส่องพระประจำวันอาทิตย์ที่26กันยายน53

คมเลนส์ส่องพระประจำวันอาทิตย์ที่26กันยายน53

26 ก.ย. 2553

*** อ่านข่าวเหตุการณ์บ้านเมือง ในช่วงนี้ หลายคนคงวิตกกังวลใจไปต่างๆ นานา ถือเป็นวิบากกรรมอย่างหนึ่งของชาติบ้านเมืองที่ยังวุ่นไม่เลิก ก็ได้แต่ภาวนาขออย่าได้เกิดความรุนแรงขึ้นอีกเลย ประเทศชาติจะได้สงบสุขเสียที

 ** ไม่ว่าจะเกิดเหตุการณ์อะไร ฝนจะตกหนัก น้ำจะท่วมเมือง อย่างไรก็ตามที วงการพระก็ยังมีการซื้อขายกันตลอดเวลา มีของเข้าสนามพระอยู่เรื่อยๆ แท้บ้างเก๊บ้างก็ว่ากันไป (แต่ของเก๊ขายไม่ได้) นอกจากจะขายพระแก่ลูกค้ากันแล้ว บางครั้งเซียนพระใหญ่น้อยต่างผลัดกันซื้อขายด้วยกันเองก็มี ทำให้มีพระหมุนเวียนเปลี่ยนมือกันเสมอ แล้วก็ไปจบกันที่รังพระลูกค้าระดับวีไอพีของเซียนคนใดคนหนึ่ง ที่เป็นมือป้อนเข้าไป จากนั้นพระองค์นั้นก็จะหายหน้าไปจากวงการพระโดยปริยาย

** คมเลนส์ส่องพระ วันนี้ขอเริ่มกันที่ พระสมเด็จ จิตรลดา ปี ๒๕๐๙ ซึ่งเป็นพระยุคแรกที่ล้นเกล้าฯ ทรงสร้างขึ้นระหว่าง พ.ศ.๒๕๐๘-๒๕๑๒ สิ่งสำคัญของพระยุคแรกที่เซียนพระผู้ชำนาญพระสายนี้กล่าวไว้เป็นความรู้เบื้องต้นก็คือ พระยุคแรกจะมีเนื้อหามวลสารมากกว่ายุคหลังๆ ดังที่เห็นได้จากพระองค์นี้ ที่มีความสวยสมบูรณ์คมชัดมาก และเห็นมวลสารอย่างชัดเจน เป็นพระของ คำรณ สัยยะนิฐิ เจ้าของศูนย์พระเครื่องธนบุรี ชั้น ๒ ห้างดิโอลด์สยาม พาหุรัด เฉลิมกรุง กทม. แหล่งรวมของพระหลักยอดนิยมมากมายหลายประเภท ซึ่งคัดเฉพาะพระแท้พระสวย ตั้งแต่ราคาหลักพัน ไปจนถึงหลักล้าน ซึ่งคอลัมน์ เส้นทางนักพระเครื่อง ได้นำเรื่องราวของ คำรณ มาลงไปแล้วเมื่อวันที่ ๑๔ มิถุนายน ๒๕๕๒ ทำให้รู้ว่า คำรณ คนนี้ไม่ธรรมดา แท้จริงแล้วเป็นผู้สืบเชื้อสายมาจาก หลวงพ่อปาน วัดบางนมโค โดยคุณปู่คุณย่าเป็นลูกหลานแท้ๆ ของ หลวงพ่อปาน ที่บ้านจึงมี พระหลวงพ่อปาน มาก คำรณ บอกว่า ในบางครั้งเคยไปคุ้ยเขี่ยพื้นดินในบริเวณวัด ที่ครั้งหนึ่ง หลวงพ่อปาน เคยใช้ในการเผาพระพิมพ์ทรงต่างๆ ก็ยังพบพระที่ท่านได้สร้างไว้ก็มี ฉะนั้น พระหลวงพ่อปาน ใครที่ชอบคุยว่ามีเยอะมาก หากรู้ว่าความจริงนี้แล้ว ก็อย่าได้เที่ยวคุยต่อไปอีก

** ในวงการพระเชื่อกันว่า พระเนื้อดิน ที่มีอายุการสร้างเก่าแก่ที่สุด คือ พระสกุลลำพูน โดยผู้สร้างคือ พระนางจามเทวี ซึ่งเป็นปฐมกษัตริย์แห่งเมืองหริภุญชัย (ลำพูน) พระนางทรงเป็นพระราชธิดาของ พระเจ้าจักรพรรดิราช แห่งกรุงละโว้ (ลพบุรี) ต่อมา สุกกทันตฤาษี และ วาสุเทพฤาษี ได้ส่งทูตมาขอเชิญท่านไปครองเมืองหริภุญชัย พระนางจามเทวี จึงได้นิมนต์พระสงฆ์ สมณะชีพราหมณ์ พร้อมทั้งพ่อค้าวาณิช ช่างแขนงต่างๆ อย่างละ ๕๐๐ คน รวมกันแล้วกว่า ๗,๐๐๐ คน เดินทางโดยทางเรือ ไปตามลำน้ำปิงขึ้นเหนืออย่างช้าๆ ใช้เวลา ๗ เดือน จนถึงเมืองหริภุญชัย จึงได้จัดการบริหารราชการแผ่นดิน รวมทั้งการเผยแผ่พระพุทธศานา ในครั้งนั้นพระนางได้ทรงสร้างพระเครื่องพิมพ์ต่างๆ ขึ้นด้วย เป็นช่วงประมาณ พ.ศ.๑๒๐๐ นับถึงทุกวันนี้ พระเครื่องที่ พระนางจามเทวี ทรงสร้างขึ้น มีอายุประมาณ ๑,๒๐๐ ปี พระเครื่องดังกล่าวรวมเรียกว่า พระสกุลลำพูน เนื้อดินเผา มีหลายพิมพ์ด้วยกัน วันนี้ได้ภาพมาให้ชม ๓ พิมพ์ คือ พระรอด กรุวัดมหาวัน (ขุดได้เฉพาะที่วัดนี้เพียงแห่งเดียว) พิมพ์ใหญ่ ของ จุก อุตรดิตถ์ เป็นพระสวยคมชัดองค์หนึ่ง สนนราคาอยู่ที่หลักล้านขึ้นไป พระรอด กรุวัดมหาวัน มี ๕ พิมพ์ คือ พิมพ์ใหญ่ พิมพ์กลาง พิมพ์เล็ก พิมพ์ต้อ และพิมพ์ตื้น แต่ละองค์หากเป็นพระสวยราคาอยู่ที่หลักแสนขึ้นไปทั้งนั้น

** องค์ที่ ๒ คือ พระลือ ซึ่งเป็นพระหายากอีกองค์หนึ่งของ พระสกุลลำพูน นานทีปีหนถึงจะพบเห็นสักองค์หนึ่ง โดยเฉพาะองค์ที่สวยสมบูรณ์คมชัดอย่างองค์ที่เห็นนี้ เป็นพระสภาพผิวเดิมๆ ไม่ได้ผ่านการใช้มาก่อนเลย หน้าตาคมชัดเจน ถือเป็นองค์แชมป์ของวงการ ที่สามารถยึดเป็นองค์ครูเนื้อครูได้เลย สนนราคาเช่าหาอยู่ที่หลักล้านต้นๆ เป็นพระของ สมปอง หงษ์ศรีเมือง อดีตนักกีฬาสควอช ทีมชาติไทย ในยามนี้ได้ตระเวนเก็บแต่พระสวยเข้าบ้านเป็นประจำ ** พระสกุลลำพูน องค์ที่ ๓ คือ พระคง เนื้อดินเผา พระพิมพ์นี้ขุดพบได้ทุกวัดในเมืองลำพูน เป็นพระที่มีจำนวนสร้างมากกว่าพระพิมพ์อื่นใด ด้วยเหตุนี้ สมัยหนึ่งจึงเป็นพระราคาถูก องค์ละไม่กี่ร้อยบาทก็หาซื้อได้ แต่ทุกวันนี้ราคาอยู่ที่หลักหมื่นขึ้นไปจนถึงหลักแสน และหลักล้านก็เคยมีการซื้อขายกันมาแล้ว โดยเฉพาะองค์ที่สวยคมชัด จนเห็นรายละเอียดบนใบหน้าอย่างชัดเจน รวมทั้งใบโพธิ์ที่พลิ้วไหวเหมือนธรรมชาติก็มีครบถ้วน ติดพิมพ์อย่างสมบูรณ์ เหมือนกับพระองค์ในภาพนี้ ซึ่งเป็นพระของ นพ.ทวีชัย จันทร์เพ็ญ ผู้บริหารโรงพยาบาลสิงห์บุรีเวชการ จ.สิงห์บุรี และเป็นผู้ชำนาญในการดูพระได้หลายหน้า ด้วยสายตาตนเอง ช่วงเดือนที่ผ่านมาได้พระยอดนิยมมาหลายองค์ ทั้งๆ ที่ไม่ได้เดินเช่าหาในสนามพระแต่ประการใด

** ด้วยความสามารถในการดู พระกริ่ง วัดสุทัศนฯ ได้อย่างแตกฉาน ทำให้ ภิยวัฒน์ วัฒนายากร (แต๊ก สงขลา) ได้รับการยกย่องว่าเป็นเซียนพระสายนี้อย่างแท้จริง ในหนังสือ พระกริ่งสมเด็จพระสังฆราช (แพ) ซึ่งจัดทำโดยทีมงานนิตยสาร พระท่าพระจันทร์ พิมพ์แจกเป็นรางวัลในงานประกวดพระตำรวจภูธรภาค ๗ เมื่อวันอาทิตย์ที่ ๘ สิงหาคม ๒๕๕๓ จึงมีภาพพระกริ่งของ แต๊ก สงขลา อยู่ในหนังสือดังกล่าวหลายองค์ อาทิ พระกริ่งพรหมมุนี รุ่นศิษย์ถวายสำรับ พ.ศ.๒๔๕๙ ที่ระลึกในวาระฉลองพระชนมายุครบ ๕ รอบ ๖๐ ปี สมเด็จพระสังฆราช (แพ) วัดสุทัศนฯ จำนวนสร้าง ๖๑ องค์ เพื่อมอบให้แก่ศิษยานุศิษย์และญาติ ผู้รับเป็นเจ้าภาพถวายสำรับอาหารคาวหวาน (ถวายหมด รวมทั้งภาชนะ) แด่เจ้าประคุณ สมเด็จพระสังฆราช (แพ) จึงเรียกพระกริ่งรุ่นนี้ว่า พระกริ่งพรหมมุนี รุ่นศิษย์ถวายสำรับ ** เนื่องจาก สมเด็จพระสังฆราช (แพ) ทรงครองสมณศักดิ์ที่ พระพรหมมุนี ในช่วงปี ๒๔๕๕-๒๔๖๖ พระกริ่งที่ทรงหล่อสร้างขึ้นในช่วงปีดังกล่าว จะเรียกว่า พระกริ่งพรหมมุนี ทั้งสิ้น แม้ว่าจะมีพิมพ์ทรงองค์พระไม่เหมือนกันก็ตาม เพราะเป็นการหล่อในวาระที่ต่างกัน และแม่พิมพ์ไม่เหมือนกันนั่นเอง

** พระนิรันตราย เป็นพระพุทธรูปหล่อด้วยทองคำเนื้อหก น้ำหนัก ๗ ตำลึง ๑๑ สลึง พุทธลักษณะประทับนั่งปางสมาธิ ศิลปะทวารวดี หน้าตัก ๓ นิ้ว สูง ๔ นิ้ว ขุดพบโดย กำนันอิน เมืองปราจีนบุรี เมื่อ พ.ศ.๒๓๙๙ จึงนำไปมอบให้ พระเกรียงไกรกระบวนยุทธ์ ปลัดเมืองฉะเชิงเทรา จากนั้น พระเกรียงไกรจึงได้พากำนันอินและนายยัง เข้าเฝ้า พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (ร.๔) เพื่อทูลเกล้าฯ ถวายพระพุทธรูปทองคำองค์ที่ขุดพบนี้ และโปรดให้เจ้าพนักงานอัญเชิญพระพุทธรูปทองคำไปประดิษฐาน ณ หอพระเสถียรธรรมปริต คู่กับ พระกริ่งทองคำน้อย ต่อมาได้มีคนร้ายลักลอบเอาพระกริ่งทองคำองค์น้อยไป แต่ไม่เอาพระพุทธรูปทองคำที่ประดิษฐานอยู่คู่กันไปด้วย ทั้งที่องค์พระมีขนาดเขื่องกว่า ล้นเกล้าฯ ร.๔ ทรงมีพระราชดำริว่า...พระพุทธรูปซึ่งกำนันอินทูลเกล้าฯ ถวายนั้น เป็นทองคำทั้งแท่ง และใหญ่กว่าพระกริ่งทองคำน้อย ควรที่คนร้ายจะลักองค์ใหญ่ไป แต่กลับละไว้ เช่นเดียวกับผู้ที่ขุดได้ไม่ทำอันตรายองค์ที่ขุดได้ เป็นเรื่องมหัศจรรย์ที่แคล้วคลาดถึง ๒ ครั้ง

...จึงทรงถวายพระนามพระทองคำองค์นี้ว่า พระนิรันตราย จากนั้น ทรงมีพระราชดำริ ให้เจ้าพนักงานทำการหล่อ พระพุทธรูปนั่ง ปางสมาธิเพชร เนื้อทองคำ ขนาดหน้าตักกว้าง ๕ นิ้วครึ่ง เพื่อสวม พระนิรันตราย ไว้อีกชั้น และทรงโปรดให้ช่างหล่อพระพุทธรูปพิมพ์เดียวกัน โดยมีซุ้มเรือนแก้วเป็นพุ่มพระมหาโพธิ์ เพื่อพระราชทานประจำพระอารามคณะธรรมยุต สืบต่อกันมาถึงสมัย รัชกาลที่ ๕ ได้มีการสร้าง พระชัยวัฒน์ ในพระนามเดียวกัน คือ พระนิรันตราย ที่เรียกกันสั้นๆ ว่า พระชัยนิรันตราย เนื้อเงินกะไหล่ทอง ขนาดความสูงประมาณ ๑.๕ นิ้ว และเนื่องจาก พระกรรณ (หู) ของพระชัยรุ่นนี้ไม่ยาวเหมือนกับพระพุทธรูปทั่วๆ ไป คงยาวเท่ากับหูของมนุษย์ธรรมดา บางคนจึงเรียกพระชัยรุ่นนี้ว่า พระชัยหูคน องค์ในภาพนี้หล่อขึ้นที่ วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม อันเป็นพระอารามหลวงคณะธรรมยุตวัดหนึ่ง ที่ได้รับพระราชทาน พระนิรันตราย จาก ล้นเกล้าฯ ร.๕ ... ผู้โชคดีที่ได้เป็นเจ้าของ พระชัยนิรันตราย องค์ในภาพนี้ คือ บุญส่ง ธาดาประดิษฐ์ (เสี่ยลิ้ง หาดใหญ่) คนธรรมดาที่ไม่ธรรมดา บ้านอยู่หาดใหญ่ แต่ต้องบินเข้ากรุงเทพฯ เป็นประจำเดือนละหลายครั้ง เพื่อซื้อขายแลกเปลี่ยนพระหลักยอดนิยมเป็นประจำ จนหลายคนสงสัยว่า ทำไม เสี่ยลิ้ง ไม่ย้ายบ้านเข้าไปอยู่กรุงเทพฯ เสียเลย จะได้ไม่ต้องบินไปบินมาให้เสียเวลาโดยใช่เหตุ  

** ขอเชิญสั่งจอง เหรียญสร้างบารมี 'หลวงปู่คำบุ คุตฺตจิตฺโต' วัดกุดชมภู จ.อุบลราชธานี ครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของวงการพระยุคใหม่ ที่มีการจัดสร้าง เหรียญฝังตะกรุด ด้วยรูปแบบลวดลายนูนเด่นสวยงามมาก โดยหลวงปู่ได้ลงอักขระยันต์ปืนแตก ล้อมรอบด้วยหัวใจพระคาถา อุด ธัง อัท โธ และยันต์สามแถว เป็นบทพระเวทย์คาถาโบราณเต็มสูตร เพื่อความโดดเด่นทางอานุภาพความศักดิ์สิทธิ์ในทุกด้าน ประกอบพิธีปลุกเสก ๒ วาระ ในเดือนพฤศจิกายนนี้ ณ พระอุโบสถวัดหลวง จ.อุบลราชธานี โดยหลวงปู่คำบุนั่งปรกอธิษฐานจิตปลุกเสก ร่วมกับ พระเกจิอาจารย์สายสำเร็จลุน ๘ รูป วาระที่ ๒ หลวงปู่คำบุอธิษฐานจิตปลุกเสกเดี่ยว ณ อุโบสถวัดกุดชมภู ติดต่อสั่งจองได้ที่ วัดกุดชมพภู, วัดหลวง จ.อุบลราชธานี หรือที่ศูนย์พระเครื่องทั่วประเทศ สอบถาม โทร.๐๘-๑๘๗๕-๓๑๗๗ ** อย่าลืม...วันนี้มี งานประกวดพระ ที่ห้าง ตั้ง ฮั่ว เส็ง ธนบุรี รางวัลพระชนะเลิศแต่ละรายการ หนังสือรวมภาพพระชนะการประกวด จัดโดย ฐิติพงศ์ อุดมรัตนะศิลป์

** ถัดไปในวันอาทิตย์ที่ ๓ ตุลาคม เป็นรายการรับ ตรวจสอบพระแท้ เพื่อออกใบประกาศนียบัตรรับรองให้โดย สมาคมผู้นิยมพระเครื่องพระบูชาไทย เฉพาะพระชุดพระเบญจภาคี ทุกพิมพ์ (ค่าลงทะเบียนองค์ละ ๕๐๐ บาท) พระเนื้อดิน และพระเนื้อผง (ค่าลงทะเบียนองค์ละ ๓๐๐ บาท) ท่านที่มีพระ ๓ ประเภทนี้อยู่ในครอบครอง หากต้องการทราบว่าเป็น พระแท้ หรือไม่แท้ เอาไปรับการตรวจสอบได้ หากเป็น พระแท้ สมาคมจะออกใบรับรองให้ หากเป็น พระไม่แท้ ก็จะมีคำตอบให้เช่นกัน เพื่อท่านจะได้ทราบความจริงเสียที จะได้ปรับปรุงแก้ไขแนวทางการสะสมพระเครื่องให้ถูกต่อไป การได้แต่ พระปลอม มาเป็นประจำ เพราะเดินทางผิด นอกจากจะไม่ได้อะไรแล้ว ยังเสียเงินไปโดยใช่เหตุ เริ่มต้นใหม่ในวันนี้ ยังไม่สายเกินไป...สอบถามรายละเอียดได้ที่โทร.๐-๒๙๕๒-๗๘๙๘ ** พบกับ คมเลนส์ส่องพระ ได้ใหม่ในวันเสาร์และวันอาทิตย์ต่อไป...ขอให้ทุกท่านได้ พระแท้ โดยทั่วหน้า...ขอขอบพระคุณ...นะมัสเต ***