ไลฟ์สไตล์

พระปราโมทย์เทศน์"พระไม่ตีกับโยม"

พระปราโมทย์เทศน์"พระไม่ตีกับโยม"

25 ก.ย. 2553

พระปราโมทย์เทศน์ แจ้ง ไม่ตอบโต้เพราะกลัวทุเรศที่ไปตีกับโยม ให้ศิษย์พาสื่อชมกุฏิแต่ไม่ให้เข้าใกล้ ขณะที่ พศ.ระบุผลสอบจากจังหวัดชลบุรีทำถูกต้องทั้งเรื่องเงิน-ที่ดิน ส่วนข้อหาอวดอุตริมนุสสธรรม ต้องรอเจ้าคณะจังหวัดตรวจสอบก่อน

(25ก.ย.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่สำนักปฏิบัติธรรม สวนสันติธรรม บ้านโค้งดารา หมู่ 6 ต.หนองขาม อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี เชิญสื่อมวลชนมาฟังการแถลงข่าวและตอบข้อสงสัยหลังถูกกลุ่มอดีตลูกศิษย์รวมถึงกลุ่มชาวพุทธรักศาสนาร้องเรียน โดยช่วงเช้ายังคงมีลูกศิษย์ลูกหากว่า 300 คน เดินทางมาฟังการเทศนาของพระปราโมทย์ตามปกติ ทำให้บริเวณสวนสันติธรรมแคบลงไปถนัดตา ทั้งนี้หลังจากฉันเช้าเสร็จแล้ว เจ้าหน้าที่ของสวนสันติธรรมได้อนุญาตให้คณะสื่อมวลชนกว่า 100 คน เข้าฟังการเทศนาในช่วงที่ 2 ด้วย โดยอนุญาตให้ถ่ายภาพและบันทึกภาพได้ แต่ห้ามออกนอกพื้นที่ที่กำหนด

 ทั้งนี้ก่อนที่พระปราโมทย์จะสอนธรรมะแก่ลูกศิษย์ที่มารอฟังคำเทศนา ก็พูดกับสื่อมวลชนว่า หลังจากมีเรื่องราวการร้องเรียนเกิดขึ้น ก็ไม่ได้ออกมาโต้แย้งอะไรนั้น เนื่องจากวิถีทางโลกกับวิถีทางธรรมนั้นไม่เหมือนกัน โดยวิถีทางโลกจะต้องห้ำหั่นเชือดเฉือนกันให้ตายไปข้างหนึ่ง แต่วิถีทางธรรมนั้นจะต้องใช้สันติวิธี

 "ลองนึกดูสภาพพระไปตีกับโยมคงทุเรศมาก หลวงพ่อถูกด่ามา 2 ปีทำไมไม่ตอบ เพราะพระพุทธเจ้าห้ามไม่ใช่วิธีของพระ หน้าที่ของเราคือพัฒนาจิตวิญญาณอย่าไปเสียเวลากับเรื่องพวกนี้ ปัญญามาทำให้เราไม่มีทุกข์ เสียดายอยากให้นักข่าวได้ศึกษาธรรมะ ชีวิตจะได้มีความสุขเยอะๆ"  อย่างไรก็ตาม เมื่อพระปราโมทย์พูดคุยกับนักข่าวได้ราว 10 นาที จึงเริ่มให้ลูกศิษย์ถามถึงเรื่องการปฏิบัติธรรม โดยไม่ยอมให้ถามถึงเรื่องอื่นๆ

 หลังจากนั้น เวลาประมาณ 09.30 น. เจ้าหน้าที่ของสวนสันติธรรม ได้นำคณะสื่อมวลชนเข้าไปพิสูจน์ตามจุดต่างๆ ที่เป็นข้อสงสัย อาทิ กุฏิพระปราโมทย์ กุฏิแม่ชีอรนุช กุฏิพระ กุฏิของผู้ที่มาปฏิบัติธรรม รวมทั้งอาคารที่ตั้งสำคัญต่างๆ อย่างไรก็ตามถึงแม้จะให้สื่อมวลชนเข้าไปในพื้นที่หวงห้ามได้ แต่ก็ไม่สามารถเข้าไปใกล้ๆ และไม่มีการเปิดประตูกุฏิให้สื่อมวลชนเข้าไปตามที่รับปากไว้ อีกทั้งยังกำชับไม่ให้คณะผู้สื่อข่าวเดินแตกแถวออกนอกเส้นทางที่กำหนดไว้โดยเด็ดขาด โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจ และเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยสวนสันติธรรม คอยยืนกันในบางเส้นทางที่ไม่อนุญาตให้คณะสื่อมวลชนเข้าไป ขณะเดียวกันก็มีการถ่ายรูปบันทึกใบหน้าผู้สื่อข่าวเก็บไว้ด้วย

 เมื่อเสร็จสิ้นการนำคณะสื่อมวลชนเดินสำรวจตามจุดต่างๆ นายธนเดช พ่วงพูล ทนายความและตัวแทนสวนสันติธรรม ได้ชี้แจงถึงเรื่องกุฏิของหลวงพ่อปราโมทย์ ซึ่งมีรั้วล้อมรอบอย่างมิดชิด และห่างจากกุฏิอุบาสิกาอรนุช สันตยากร ไปอีกประมาณ 120 เมตร อีกทั้งบริเวณพื้นที่กุฏิ จะมีต้นไม้ขึ้นอยู่อย่างหนาทึบไม่สามารถมองเห็นถึงกันได้ 

 "ส่วนกรณีผลการสอบสวนของดีเอสไอผมได้รับแจ้งจากผู้สื่อข่าวว่า ได้สัมภาษณ์นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษว่า จากการตรวจสอบกรณีเงินบริจาค ที่ดิน และพระธรรมวินัย นั้น  เจ้าหน้าที่ไม่พบว่าพระปราโมทย์มีการกระทำผิดใดๆ ตามที่ร้องเรียน จึงไม่จำเป็นต้องดำเนินการอย่างไรต่อไป แต่อย่างไรก็ตามจะต้องดูข้อเท็จจริงต่อไปอีกระยะหนึ่ง ซึ่งขึ้นอยู่กับสำนักพระพุทธศาสนาแห่งชาติ เป็นผู้พิจารณาต่อไป" นายธนเดชกล่าว

 นายธนเดชยังกล่าวถึงบัญชีของสวนสันติธรรมว่า สวนสันติธรรม มีบัญชีที่เปิดไว้ที่ธนาคารกสิกรไทย สาขาศรีราชา จำนวน 7 บัญชี ได้แก่ บัญชีออมทรัพย์ ฝากประจำ 3 เดือน กระแสรายวัน โดยมียอดเงินรวมทั้งสิ้น 21,154,992.10 ล้านบาท เท่านั้น อย่างไรก็ดีได้ตรวจสอบข้อกล่าวหาเองที่มีการประมูลเหรียญผ่านเว็บไซต์ โดยให้โอนเงินผ่านบัญชี 2 บัญชีของอุบาสิกาอรนุช นั้นเป็นการกระทำของลูกศิษย์ ทั้งอุบาสิกาอรนุช และพระปราโมทย์ไม่ทราบเรื่อง อย่างไรก็ดีการประมูลในครั้งนี้ได้เงินมา 8,000 บาทและได้โอนใส่บัญชีของสวนสันติธรรมแล้ว ทั้งนี้ยืนยันว่าสวนสันติธรรมจะไม่มีการยื่นฟ้องกลับผู้ร้องเรียนแต่อย่างใด โดยพระปราโมทย์ได้ห้ามปรามไว้ เพราะไม่ต้องการสร้างกรรมต่อกัน

 ขณะที่ อ.สุรวัฒน์ เสรีวิวัฒนา ลูกศิษย์ผู้ใกล้ชิดพระปราโมทย์ กล่าวว่า ธรรมะที่พระปราโมทย์สอนนั้นเป็นธรรมะที่เหมาะกับคนเมือง จะเป็นการหัดให้รู้สึกตัว หัดให้รู้กาย จิต และสภาวะที่กำลังปรากฏ ดังนั้นไม่ได้หมายความว่าจะเหมาะกับผู้ปฏิบัติทุกคน ซึ่งบางคนเรียนมาแล้วอาจปฏิบัติไม่ได้ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องปกติ และนั่นไม่ได้หมายถึงคำสอนที่ผิดจากหลักพุทธศาสนา

 "เรื่องกรรมการลาออกพร้อมๆ กันก็เป็นอีกประเด็นหนึ่งที่มีการพูดถึง ขอชี้แจงว่า เมื่อต้นปีที่ผ่านมามีคณะกรรมการลาออกจริง 6 คน จากทั้งหมด 30 คน กรรมการบริหารสวนสันติธรรมมีหลายประเภท ซึ่งจะแต่งตั้งตามความเหมาะสมหลายด้าน ซึ่งกรรมการที่เหลืออยู่ 24 คน เปิดเผยว่ามีการชักชวนให้ลาออกด้วยการโน้มน้าวและข่มขู่ให้ลาออกด้วย อย่างไรก็ดีภายหลังมีกรรมการท่านหนึ่งได้กลับเข้ามาขอขมาหลวงพ่อปราโมทย์ภายหลังด้วย" อ.สุรวัฒน์กล่าว

 วันเดียวกันนายนพรัตน์ เบญจวัฒนานันท์ รองผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ(พศ.) กล่าวถึงการตรวจสอบกรณีพระปราโมทย์ ว่าได้รับรายงานจากสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัด(พศจ.)ชลบุรีผ่านทางโทรศัพท์เกี่ยวกับผลการตรวจสอบของคณะกรรมการตรวจสอบเรื่องสวนสันติธรรมที่มีผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรีเป็นประธานว่า  ผลการตรวจสอบเรื่องของที่ดิน และเงินของสำนักสวนสันติธรรมไม่มีปัญหา เนื่องจากสำนักสวนสันติธรรมได้ชี้แจงรายละเอียดอย่างชัดเจนว่า นำเงินไปทำอะไรบ้าง 

 ส่วนเรื่องของที่ดินที่ขอตั้งวัดก็ได้ดำเนินการอย่างถูกต้อง อย่างไรก็ตาม กำลังรอหนังสือยืนยันผลตรวจสอบอย่างเป็นทางการ ส่วนกรณีที่ผู้ร้องเรียนมองว่า สำนักสวนสันติธรรมทำเรื่องของที่ดินและเงินไม่ถูกต้อง ต้องกลับไปถามผู้ร้องเรียนว่า มีส่วนไหนที่ยังไม่ถูกต้องเพราะคณะกรรมการได้สรุปผลออกมาเช่นนี้ 

 “หากผลสรุปของคณะกรรมการตรวจสอบฯไม่มีการเปลี่ยนแปลงและมีการรายงานเป็นลายลักษณ์อักษรมายังผมแล้ว ก็จะยึดตามมติของคณะกรรมการตรวจสอบฯ ส่วนกรณีที่มีการร้องเรียนว่าคำสอนของพระปราโมทย์อวดอุตริมนุสสธรรมนั้น คณะกรรมการตรวจสอบฯได้ให้เจ้าคณะจังหวัดชลบุรี(ฝ่ายธรรมยุต)ตรวจสอบคำสอนของพระปราโมทย์ทั้งหมดว่า มีการอวดอุตริมนุสสธรรมว่าเป็นพระอรหันต์หรือไม่ ซึ่งขณะนี้เจ้าคณะจังหวัดได้ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบข้อเท็จจริงในเรื่องนี้แล้ว อย่างไรก็ตามคงต้องใช้เวลาตรวจสอบสักระยะหนึ่ง เนื่องจากจะดูคำสอนเพียงแต่ตัดตอนไม่ได้ จะต้องดูทั้งหมดทุกคำพูด ทุกลายลักษ์อักษร ที่ผ่านมามีแต่ความคิดเห็นของฝ่ายต่างๆซึ่งไม่ใช่ผู้รู้   ทำให้ไม่ชัดเจนว่าเท็จจริงเป็นอย่างไร    จึงต้องให้ผู้รู้ตรวจสอบคำสอนของพระปราโมทย์ และรอผลสรุปว่าจริงๆแล้วเป็นอย่างไร” รองผอ.พศ.กล่าว

  พระเทพสุทธาจารย์ เจ้าคณะจังหวัดชลบุรี (ธรรมยุต) กล่าวว่า ได้รับเอกสารการคำสอนของพระปราโมทย์ มาทั้งหมดแล้ว ซึ่งจะต้องดูสาระโดยละเอียดว่ามีการอวดอุตริธรรมหรือไม่ และไม่สามารถบอกได้ว่า จะดำเนินการได้เสร็จเมื่อใดเนื่องจากการตรวจสอบคำสอนอย่างละเอียดนั้นต้องใช้เวลา