
สัมมนาอยู่สบายกระตุ้นเศรษฐกิจสร้างสรรค์เกิดกระแสการลงทุนอย่างยั่งยืนนับหมื่นล้านบาท
เป็นความชื่นชมยินดี และประสบความสำเร็จเป็นอย่างยิ่งสำหรับการสัมมนาในโอกาสครบรอบ 9 ปี เข้าสู่ปีที่ 10 ของรายการอยู่สบาย ในหัวข้อ การออกแบบโรงแรมรีสอร์ทขนาดเล็กแนวใหม่ ณ คริสตัล ดีไซน์เซ็นเตอร์ เมื่อวันที่ 18-19 กันยายน ที่ผ่านมา
โดยผู้เข้าสัมมนาต่างพกความตั้งใจและความมุ่งมั่นที่จะลงทุนโครงการด้วยการออกแบบอย่างครบวงจร และการใช้ความคิดสร้างสรรค์อย่างชาญฉลาดในการลงทุน โดยได้รับความร่วมมือจากภาควิชาออกแบบตกแต่งภายใน คณะมัณฑนศิลป์ ม.ศิลปากร และรายการอยู่สบาย ทางเนชั่นแชนแนลเป็นผู้จัดโปรแกรมทั้งหมด
สิ่งหนึ่งที่เห็นได้ชัดในการจัดกิจกรรมครั้งนี้ คือเนื้อหาสาระที่ครอบคลุม 360 องศา และการระดมสมองร่วมกันในช่วงเวิร์กช็อปของเจ้าของโรงแรมที่เข้าร่วมสัมมนาครั้งนี้ครับ ผลปรากฏให้เห็นเป็นรูปธรรมครับว่า ทุกคนจะกลับไปพัฒนาโครงการของตัวเอง ให้มีแนวคิดสร้างสรรค์ใหม่ๆ กันมากขึ้น จากการประเมินรวมมูลค่าไม่ต่ำกว่า 1 หมื่นล้านบาท โดยรวมกันกว่า 70 โครงการ ซึ่งล้วนเป็นแฟนพันธุ์แท้ของ “อยู่สบาย” ทั้งสิ้น
เรื่องที่น่าปลื้มใจมากก็คือ “อยู่สบาย” กลายเป็นการรวมกลุ่มครั้งสำคัญของสถาปนิก, มัณฑนากร, วิศวกรมากมาย โดยมีอุดมการณ์ที่คล้ายๆ กันกว่า 200 ชีวิต มีทั้งกลุ่มนักออกแบบรุ่นใหม่ไปจนถึงนักออกแบบรุ่นลายคราม
จุดศูนย์กลางที่ทุกคนมารวมกลุ่มกัน คืออุดมการณ์ของนักออกแบบ เงื่อนไขของการรวมกลุ่ม คือ จริยธรรม, จรรยาบรรณวิชาชีพ, ความมุ่งมั่น ที่จะเห็นประเทศไทยน่าอยู่ มีสถาปัตยกรรมที่มีคุณภาพ ไม่อยากเห็นประเทศไทยเรามอมแมมไปกว่านี้ อันเกิดจากอาคารไร้คุณภาพและความงดงาม เรารวมกลุ่มกันทำกิจกรรมให้คำปรึกษา ซึ่งนับวันก็ยิ่งมีมากขึ้น กลุ่มคนเหล่านี้ไม่ได้มองที่ผลประโยชน์เป็นหลัก แต่มองที่การพัฒนาวิชาชีพเป็นสำคัญที่สามารถนำไปพัฒนาสังคมอย่างเป็นรูปธรรมมากที่สุด
กรณีศึกษาที่น่าสนใจอย่างยิ่งของความสำเร็จในการสัมมนาครั้งนี้คือ ทัศนคติที่เปลี่ยนไปของผู้ประกอบการในการนำแนวคิดสร้างสรรค์ การออกแบบที่พิเศษแนวใหม่มาเป็นแรงกระตุ้นในการลงทุน การทำโครงการอย่างมืออาชีพ โดยเฉพาะอย่างยิ่งโครงการที่จำเป็นต้องใช้การออกแบบที่ดีเป็นตัวนำทางการตลาด โดยสามารถสรุปกรณีศึกษาออกมาเป็นกลุ่มๆ ได้ดังนี้
1. กลุ่มที่มีอาคารเก่าต้องการปรับปรุงใหม่
กลุ่มนี้เป็นกลุ่มที่มีปริมาณมากสุดครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเจ้าของอาคารพาณิชย์เก่าๆ ตามหัวเมือง จังหวัดต่างๆ และในกรุงเทพมหานคร ซึ่งในแต่ละเคสอาคารมาจากธุรกิจดั้งเดิมที่ย้ายฐานจากย่านธุรกิจใจกลางเมืองออกไปสู่ชานเมือง เช่น เดิมเป็นอาคารโรงพิมพ์, โรงกลึง, สำนักงาน ร้านค้า SME ขนาดเล็ก มีอายุ 15-30 ปี บางเคสเคยเป็นตลาดสดก็มี เจ้าของเข้าไปประมูล ซื้อมาด้วยราคาไม่สูงมาก แต่เป็นทำเลที่ดี บางแห่งเป็นไข่แดงกลางเมืองหลวง เพื่อไม่ให้การพัฒนาที่ดิน “เสียของ” จึงมาขอคำแนะนำจากทีมงาน “อยู่สบาย” ได้ไอเดียไปเพื่อหาจุดคุ้มทุน, จุดขาย จุดเด่น ในการประกอบการตัดสินใจลงทุนและได้ไอเดียสร้างสรรค์ใหม่ๆ ในการพัฒนาอย่างเหมาะสมที่สุด
2.กลุ่มที่มีที่ดินแปลงงามแต่ไม่รู้ว่าจะนำไปลงทุนทำโครงการประเภทใด
เป็นเรื่องที่น่าวิเคราะห์เป็นอย่างยิ่งว่า หลายคนมีที่ดิน แต่ไม่รู้ว่าจะเอาไปใช้ในการลงทุนโครงการอะไรบ้าง บ้างก็เป็นที่ดินเปล่าที่ทิ้งร้างมานาน บ้างก็ไปประมูลที่ดินมาในราคาต่ำ บางที่ดินเป็นมรดกตกทอด จึงสังเกตให้เห็นว่าการทิ้งร้างของที่ดินทั่วประเทศมีเยอะมาก ซึ่งไม่ได้รับการพัฒนา แต่จากการสัมมนาหลายคนมีความมั่นใจว่า ถ้าจะพัฒนาที่ดิน แนวทางไหนจะเหมาะที่สุดและมีความคุ้มค่าที่สุด อีกทั้งหลายคนเกิดไอเดียใหม่ๆ ที่จะสร้างสรรค์ในปีนี้และปีหน้า
3.กลุ่มเจ้าของกิจการเดิมที่ต้องการเปลี่ยนแปลงรูปแบบใหม่
จากเดิมที่โครงการอาจจะมีวิธีการให้บริการอย่างหนึ่ง และเจอปัญหาผลกระทบเรื่องรายได้, การตั้งราคาที่ไม่คุ้มค่า ลูกค้าน้อยผิดปรกติ ตลอดจนบรรยากาศที่ไม่เชิญชวนไม่สามารถสร้างจุดขายให้ดึงดูดได้ หลังจากได้ฟังและเข้าร่วมเวิร์กช็อปในครั้งนี้ หลายๆ คนมีแรงบันดาลใจในการปรับปรุงกิจการ โดยนำดีไซน์มาใช้อย่างครบวงจร และมีความตั้งใจที่จะสร้างสิ่งใหม่ๆ เปลี่ยนวิธีคิดเดิมๆ ที่เคยทำมา ประยุกต์ให้เหมาะสมกับสถานการณ์ในปัจจุบันไปจนถึงอนาคต
4.กลุ่มนักลงทุนรุ่นใหม่ที่กำลังจะเริ่มโครงการ
ประกอบด้วยลูกหลานนักลงทุนรุ่นเก่าที่ต้องการเปลี่ยนภาพลักษณ์ โดยมีความเชื่อว่าดีไซน์ คือเส้นทางของความสำเร็จในธุรกิจรุ่นใหม่ และมีความต้องการเริ่มต้นการลงทุนอย่างถูกต้องและสร้างสรรค์ บางคนนำโครงการที่ตั้งใจทำในปีนี้และปีหน้ามาขอไอเดียตั้งแต่การตั้งชื่อโครงการ, การกำหนดธีม, การกำหนดแนวความคิดสร้างสรรค์ และกระบวนการสร้างอย่างมีคุณภาพในราคาที่เหมาะสม นับเป็นความฉลาดของนักลงทุนรุ่นใหม่ที่พยายามสร้างภูมิคุ้มกันเอาไว้ก่อน เพื่อลดความผิดพลาดในอนาคต
5.กลุ่มที่มีเงินแต่ไม่รู้จะลงทุนโครงการอะไร
มีตั้งแต่แฟนๆ รายการวัยเกษียณ, ผู้สูงอายุ, ผู้ได้รับมรดกตกทอด, มีเงินสด เงินออม โดยบุคคลเหล่านี้มีความชอบอยู่เป็นทุนเดิมอยู่แล้วที่จะพัฒนาโครงการแนวใหม่แต่ไม่มีประสบการณ์ มีความใฝ่ฝันที่จะมีโรงแรม, รีสอร์ท, สถาปัตยกรรมที่มีคุณค่าเป็นของตัวเองอย่างน้อย 1 โครงการในชีวิตนี้ ซึ่งก็แตกต่างกับหลายๆ คนที่ทำโครงการเพื่อเงินกลายเป็นโครงการ “อุจาด” ลักษณะอาคารไม่งดงาม ไม่มีคุณค่า โดยแฟนๆรายการ “อยู่สบาย” กลุ่มนี้ ต้องการและมุ่งมั่นเป็นอย่างยิ่งครับ ที่จะสร้างปรากฏการณ์ให้แก่ชีวิตและสังคมครับ และบริหารการใช้เงินอย่างชาญฉลาดที่สุด ที่ถึงแม้ในชีวิตที่ผ่านมาอยู่ในแวดวงอื่นๆ ที่ไม่เกี่ยวข้องกันเลย
6.กลุ่มที่ไม่มีเงินทุน
กลุ่มนี้มีความตั้งใจมาก แต่ขาดปัจจัยสำคัญคือเงินทุนครับ แต่มุ่งหวังที่จะสร้างสรรค์โครงการในฝัน สิ่งที่ได้กลับไปอย่างมากในการสัมมนาครั้งนี้ คือทุนทางปัญญาครับ ทุนที่มีค่าที่สุด ความรู้ คือทรัพย์สินที่มีมูลค่ามากที่สุด คนที่มีที่ดิน มีเงิน แต่ถ้าขาดความรู้, ปัญญา ก็อาจจะทำให้ทรัพย์สินสูญสลายไปอย่างรวดเร็ว แต่เมื่อมีภูมิคุ้มกันทางปัญญาแล้ว ก็จะยิ่งช่วยส่งเสริมให้รุ่งเรืองขึ้น และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ปัญญาความรู้ที่เกิดจากการตกผลึกความคิดเป็นของตนเอง ไม่ลอกเลียนแบบใคร ก็ยิ่งทำให้คนกลุ่มนี้มีโอกาสประสบความสำเร็จแบบยั่งยืนครับ
ฉะนั้นแม้เป็นคนกลุ่มใด ลักษณะใดก็ตามขอให้แต่ละกลุ่มมีอุดมการณ์ มีความจริงใจและตั้งใจดี ในการสร้างสรรค์โครงการแนวใหม่ในอนาคต ผมเชื่อว่าจะเกิดเศรษฐีใหม่ที่มองมุมกว้างรอบด้าน เกิดนักธุรกิจที่มีจริยธรรม ที่ไม่เห็นแก่ตัวมากขึ้น เกิดโครงการลักษณะดีๆ มากขึ้นไม่ให้เป็นภาระของเมืองอีกต่อไป เป็นความสุขและความสำเร็จตลอด 9 ปีที่ผ่านมาครับ เข้าสู่ปีที่ 10 ของรายการ “อยู่สบาย” ที่จะยึดอุดมการณ์ต่อไปอย่างเต็มภาคภูมิครับ
อ. เอกพงษ์ ตรีตรง
www.ideal1group.com



