ไลฟ์สไตล์

สมุย...ณ วันนี้

สมุย...ณ วันนี้

25 ก.ย. 2553

ลมหายใจของคนเกาะสมุยเกือบร้อยทั้งร้อย เขาใช้ทะเลอ่าวไทยเป็นทรัพยากรทรงคุณค่าทางการท่องเที่ยวเป็นสิ่งยังชีพ แต่กับข่าวการขุดเจาะน้ำมันกลางอ่าวไทยที่อยู่ห่างฝั่งสมุยราวๆ 40 ไมล์ทะเล สร้างบรรยากาศความอึมครึมและวุ่นวายให้แก่ชาวสมุยอย่างแท้จริงกว่า 5 หมื่นคน แ

  แล้วเมื่อทรัพยากรซึ่งเปรียบเสมือนสินค้าเสนอขาย ต้องมีอันเป็นไปแล้ว พวกเขาจะเอาอะไรมาเลี้ยงชีพ เพราะถึงวันนั้นคงไม่มีนักท่องเที่ยวรายใดคิดจะเดินทางไปท่องเที่ยวท้องทะเลที่เต็มไปด้วยมลพิษอย่างรุนแรง สิ่งนี้คือมหันตภัยร้ายที่คนสมุยจะต้องปิดประตูป้องกันในทุกวิถีทาง

 นี่คือประเด็นปัญหาที่ยังคาราคาซังอยู่กับคนเกาะสมุย !
 แต่ในมุมกลับ เกาะสมุยเป็นเป้าหมายทางการท่องเที่ยวของกลุ่มยุโรปมากสุด คือ เยอรมนี อังกฤษ ฝรั่งเศส สวีเดน รองลงมาได้แก่ ออสเตรเลีย ญี่ปุ่น แต่กลุ่มนักท่องเที่ยวที่กำลังเป็นดาวรุ่งพุ่งแรงขึ้นสำหรับเกาะสมุยในช่วงปีสองปีนี้ คือ กลุ่มคนมีเงินจากจีน แล้วก็อินเดีย รัสเซีย ที่เคยเห็นกระจุกตัวอยู่แถวๆ พัทยา หรือเกาะช้าง จ.ตราด ขณะนี้เริ่มกระจายตัวเข้าสู่เกาะแห่งนี้ด้วยเหมือนกัน

 มาถึงวันนี้...หากมองข้อมูลทางด้านการตลาดของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) โดยศูนย์ประสานงานการท่องเที่ยวเกาะสมุย ระบุว่า สมุยมีโรงแรมอยู่ทุกระดับ 468 แห่ง 17,603 ห้อง และกำลังจะเพิ่มขึ้นอีก 2,000 ห้องในเร็วๆ นี้ โดยในช่วงฤดูท่องเที่ยวเกาะสมุยปลายปีนี้ คือ ตั้งแต่เดือนตุลาคมเป็นต้นไป โรงแรมระดับ 4-5 ดาว คือราคา 2,000 บาทขึ้นไป ซึ่งมีอยู่ 49 เปอร์เซ็นต์ มีอัตราการจองห้องพักล่วงหน้าไว้ก่อนแล้วกว่า 90 เปอร์เซ็นต์

 ส่วนโรงแรมขนาดกลางถึงเล็ก อัตราการจองล่วงหน้ายังอยู่ที่ 65 เปอร์เซ็นต์ และเชื่อว่าจะเต็ม 100 เปอร์เซ็นต์ เมื่อถึงฤดูกาลท่องเที่ยว โดยกลุ่มที่เติมเต็มก็คือกลุ่มนักท่องเที่ยวไทย จากครอบครัวนักธุรกิจ ซึ่งเคยนิยมเดินทางท่องเที่ยวทะเลแถบชะอำ-หัวหิน และบัดนี้เริ่มขยายทิศทางสู่สมุยกันมากขึ้น

 เมื่อสมุยยังเป็นเกาะสวาทหาดสวรรค์ของนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก หรือแม้แต่คนไทยกันเอง รวมแล้วปีหนึ่งกว่า 1.05 ล้านคน เป็นอย่างน้อย ถึงชะตากรรมของบ่อน้ำมันจะยังไม่ปรากฏ แต่ทุกวันนี้เกาะสมุยก็หลีกเลี่ยงปัญหาสิ่งแวดล้อมในหลายๆ ด้านที่เกิดผลกระทบไม่ได้ โดยเฉพาะขยะที่เกาะสมุยมีปริมาณการใช้มากถึงวันละ 140 ตัน แม้จะมีเตาเผารองรับกับการกำจัดขยะได้เพียงพอ แต่ปรากฏว่าเตาเผาเจ้ากรรมที่กรมโยธาธิการไปสร้างไว้ให้นั้น ชำรุด และใช้งานไม่ได้มากว่า 2 ปีแล้ว เทศบาลเมืองเกาะสมุยเคยเทงบฯ เข้าไปซ่อมถึงสองครา เป็นเงินมากถึง 66 ล้านบาท ก็ยังไม่สามารถเดินเครื่องได้

 ด้วยเตาเผาดังกล่าวเป็นระบบที่ไม่เคยมีในเมืองไทย จึงทำให้หาอะไหล่ซ่อมยาก การแก้ปัญหาที่เทศบาลเมืองเกาะสมุยแก้มาตลอดคือ ขุดหลุมฝังกลบแล้วก็พ่นยาดับกลิ่นเข้าไป เป็นการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ก่อนที่เตาเผาจะกลับฟื้นคืนชีพขึ้นมา !

 อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ด้วยสำนึกในเรื่องของสิ่งแวดล้อม ที่จะสร้างความยั่งยืนให้แก่เกาะสมุย นอกเหนือจากการออกแรงต่อต้านการขุดเจาะน้ำมันกลางทะเล องค์กรท้องถิ่นทั้งภาครัฐและเอกชนได้ประสานมือกันแน่น เพื่อก่อตั้งมูลนิธิเกาะสีเขียวขึ้นมา จัดทำโครงการเกาะสีเขียว (Green Island) และปลุกจิตสำนึกให้ทุกผู้ทุกฝ่ายร่วมกันลดปัญหามลภาวะด้านสิ่งแวดล้อม ที่กำลังเกิดขึ้นบนเกาะด้วยการลดปริมาณการใช้พลังงานตามความจำเป็น

 สิ่งที่เห็นได้ชัดยามนี้ ก็คือ การร่วมรณรงค์และชักชวนสถานประกอบการทุกชนิด โรงแรมทุกแห่ง อีกทั้งชุมชนต่างๆ ช่วยกันลดปริมาณการใช้ขยะในแต่ละวัน จนเห็นได้ทันตาคือ ขยะที่เคยมากถึงวันละ 140 ตัน ลดลงมาเหลือเพียง 120 ตัน ทั้งยังขอความร่วมมือให้ช่วยกันจัดแยกชนิดขยะเพื่อความง่ายและสะดวกต่อการกำจัด

 ในส่วนของนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้าไปใช้ชีวิตอยู่บนเกาะ ก็เป็นกำลังอีกส่วนหนึ่งที่มีการชักชวนให้ช่วยกันลดการใช้พลังงานอย่างสิ้นเปลืองและฟุ่มเฟือย มีโรงแรมบางแห่งลงทุนถึงขั้นทำถุงผ้า เพื่อให้นักท่องเที่ยวนำไปใช้ในการจับจ่ายสินค้า โดยไม่พกพาเอาถุงพลาสติกซึ่งย่อยสลายยากกลับมา ในส่วนของการคืนพื้นที่สีเขียวให้แก่ธรรมชาติ ก็ด้วยเกาะสมุยได้ชื่อมานานว่า เป็นแหล่งที่มีต้นมะพร้าวมากสุดถึง 84,310 ไร่ แต่ด้วยปัจจัยหลายอย่าง เช่น มีการตัดโค่นเพื่อใช้เป็นพื้นที่ก่อสร้าง การถูกคุกคามด้วยภัยจากตัวหนอน ตัวด้วง ส่งผลให้จำนวนมะพร้าวหายไปปีละ 2 หมื่นต้น ถ้าเป็นเช่นนี้เชื่อว่า อีก 10 ปีข้างหน้า สมุยคงไม่เหลือต้นมะพร้าวให้เห็นกันอีกแล้ว !

 แรงหนุนที่สำคัญอีกด้านหนึ่งที่ ททท.กำลังเดินหน้าว่าด้วยโครงการเผยแพร่ความรู้ด้านการท่องเที่ยวที่ตระหนักถึงสิ่งแวดล้อม ภายใต้โครงการปฏิญญารักษาสิ่งแวดล้อม เพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน ตามแนวคิด 7 Greens เป็นพื้นที่นำร่อง และเพื่อช่วยส่งเสริมโครงการเกาะสีเขียวของสมุย ล่าสุดมีการลงนามร่วมกับสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย ถึงข้อตกลงความร่วมมือ Samui : Together Green ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

 และเมื่อทุกภาคส่วนดูเหมือนจะเห็นเกาะสมุยเป็นเช่นไข่ในหิน ที่ต้องฟูมฟักรักษาสิ่งแวดล้อมเอาไว้ใช้เป็นสินค้าขายการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน รัฐก็คงต้องคิดทบทวนอยู่ด้วยเหมือนกันว่า อนาคตอันใกล้จะสามารถฝ่าด่านต่อต้านการขุดเจาะน้ำมันจากชาวเกาะสมุยกันไหวหรือไม่ ?

เรื่อง - ภาพ... "บริสุทธิ์  ประสพทรัพย์"