ไลฟ์สไตล์

อุปทูตซาอุฯยันวิซ่าฮัจญ์ล่าช้าไม่เกี่ยวตั้งสมคิด

อุปทูตซาอุฯยันวิซ่าฮัจญ์ล่าช้าไม่เกี่ยวตั้งสมคิด

23 ก.ย. 2553

อุปทูตซาอุฯยันวิซ่าฮัจญ์ล่าช้าไม่เกี่ยวตั้ง “สมคิด” แค่ผิดพลาดทางเทคนิค กรมการศาสนาชงบร์อดกก.ฮัจญ์แห่งชาติช่วย 731 ผู้แสวงบุญยังไร้ที่พัก 28 ก.ย.นี้

เมื่อวันที่ 23 กันยายน นายนาบิล เอช อัชรี อุปทูตซาอุดีอาระเบีย ประจำประเทศไทย ได้เข้าฟังคำชี้แจงประเด็นข้อกฎหมายล้างมลทิน กรณี พล.ต.ท.สมคิด บุญถนอม ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 ผู้ต้องหาคดีหายตัวไปของนักธุรชาวซาอุดีอาระเบีย ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กฤษฎีกาและกระทรวงการต่างประเทศเข้าชี้แจง ระหว่างประชุมกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร

นายอัชรี ไม่ได้แสดงความเห็นต่อการปฏิเสธเข้ารับตำแหน่งผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติของ พล.ต.ท.สมคิด แต่ย้ำต่อที่ประชุมว่า การเดินทางไปประกอบพิธีฮัจญ์จองชาวไทยมุสลิม ไม่เกี่ยวข้องกับการแต่ง พล.ต.ท.สมคิดโดยสิ้นเชิง และทางการซาอุดีอาระเบียพร้อม และเต็มใจออกวีซ่าให้ชาวไทยมุสลิมไปแสวงบุญ โดยยืนยันว่า จะเร่งดำเนินการเรื่องนี้หลายเต็มที่

แถลงการณ์อุปทูตซาอุดิอาระเบีย

ขณะเดียวกันนายนาบิล อัชรี ได้ออกแถลงการณ์ความว่า แถลงการณ์โดยอุปทูตซาอุดิอาระเบียประจำประเทศไทย  นายนาบิล อัชรี สถานเอกอัครราชทูตซาอุดิอาระเบียประจำประเทศไทย

เพื่อเป็นการตอบประเด็นข่าวล่าสุด ในเรื่องวีซ่าสำหรับผู้แสวงบุญในการประกอบพิธีฮัจจย์ทางอุปทูตซาอุดิอาระเบีย นายนาบิล อัชรี ให้ความเห็นดังนี้

ราชอาณาจักรซาอุดิอาระเบีย ไม่มีสิทธิ์ห้าม หรืออนุญาตพี่น้องมุสลิมในการเดินทางไปประกอบพิธีฮัจญ์  หรือ พิธีอุมเราะห์ โดยไม่มีเงื่อนไขใด ๆ หรือไม่มีข้อผูกมัดใด ๆ เกี่ยวข้องกับความสัมพันธ์ระหว่างประเทศในเรื่องดังกล่าว

พี่น้องมุสลิมทุกคนจากทั่วโลก ได้รับการช่วยเหลือในทุก ๆ ทางที่สามารถช่วยเหลือได้จากทางการซาอุดิอาระเบีย โดยเริ่มต้นตั้งแต่การอำนวยความสะดวก การออกวีซ่าที่สถานเอกอัครราชทูตฯ หรือสถานกงสุลของซาอุดิอาระเบีย ซึ่งมีอยู่ในประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก เพื่อให้ผู้แสวงบุญเดินทางอย่างสะดวกสบาย และปลอดภัยโดยสวัสดิภาพสู่สถานที่ประกอบพิธีอันศักดิ์สิทธิ์ ณ ประเทศซาอุดิอาระเบีย

ตั้งแต่เริ่มการสถาปนาก่อตั้งราชอาณาจักรซาอุดิอาระเบีย ซึ่งเป็นประเทศของผู้พิทักษ์สองมัสยิดอันศักดิ์สิทธิ์ ภายใต้กระแสรับสั่งของกษัตริย์อับดุลเลาะห์ บิน อับดุลอาซิส อัลซาอุด พระองค์ในฐานะผู้พิทักษ์สองมัสยิดอันศักดิ์สิทธิ์ ทรงมีความรับผิดชอบและความภาคภูมิใจเป็นอย่างยิ่ง เพื่อที่จะอำนวยความสะดวกพี่น้องมุสลิมจากทั่วโลกและรับใช้ศาสนาอิสลาม พระองค์ประสงค์ที่อุทิศพระราชทรัพย์ในการพัฒนาสถานที่อันศักดิ์สิธิ์อย่างต่อเนื่อง โดยใช้เงินจำนวนหลายพันล้านเหรียญทุกปี เพื่อขยายพัฒนาโครงการของสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ต่าง ๆ ของนครเมกกะห์ และนครมดินะห์เพื่อให้พี่น้องผู้ไปแสวงบุญจากทั่วโลกทุกท่าน ได้รับความสะดวกและปลอดภัย

ในการนี้ อุปทูตซาอุดิอาระเบีย นายนาบิล อัชรี ย้ำเป็นการส่วนตัวกับทางนายกรัฐมนตรีของประเทศไทย นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และรัฐมนตรีว่าการต่างประเทศ นายกษิตย์ภิรมย์ รวมถึงเจ้าหน้าที่ของกรมการศาสนา กระทรวงวัฒนธรรม ว่าสถานเอกอัครราชทูตฯ เปิดให้บริการออกวีซ่าฮัจญ์สำหรับผู้ประสงค์ไปแสวงบุญ เช่นเดียวกับทุกๆปี และในปีนี้มีโควต้าสำหรับพี่น้องมุสลิมชาวไทยเป็นจำนวน 13,000 คน อุปทูตฯ นายนาบิลให้ความมั่นใจว่า ทุกๆ ปี ตนจัดการประชุมเรื่องการประกอบพิธีฮัจจย์ก่อนที่จะเริ่มเข้าสู่พิธีฮัจญ์หลายครั้ง เพื่อที่จะอำนวยความสะดวกในการออกวีซ่าและเพื่อสร้างความมั่นใจ ว่าพี่น้องมุสลิมชาวไทย สามารถเดินทางไปประเทศซาอุดิอาระเบียอย่างสะดวกสบายและปลอดภัย

ทั้งนี้ในทุกๆ ปี อุปทูตซาอุดิอาระเบีย นายอาบิล อัชรี ยังเข้าร่วมพิธีส่งพี่น้องมุสลิมชาวไทยที่จะเดินทางไปประกอบพิธีฮัจจย์เป็นกลุ่มแรกจากอำเภอหาดใหญ่ ไปนครเมกกะห์และมาดินะห์ อีกทั้งขอพรต่อพระองค์อัลเลาะห์ซุบฮานะฮูวาตาอะลาให้ทรงคุ้มครองพี่น้องมุสลิมชาวไทยทุกท่าน เดินทางด้วยปิติสุขและเดินทางกลับประเทศไทยโดยสวัสดิภาพ

อุปทูตซาอุดิอาระเบีย นายนาบิลได้กล่าวอีกว่า เจ้าหน้าที่ซาอุดิอาระเบียทุกท่าน ภายใต้กระแสรับสั่งของผู้พิทักษ์สองมัสยิดอันศักดิ์สิทธิ์ กษัตริย์อับดุลเลาะห์ บิน อับดุลอาซิส อัลซาอุด มีความภาคภูมิใจเพื่อที่จะให้บริการต่อพี่น้องมุสลิมทั่วโลกโดยไม่คำนึงถึงเรื่องทางการเมือง หรือทางการทูต หรือแม้แต่ประเด็นอื่นๆแต่อย่างใด

ขณะที่นายกฤษศญพงษ์ ศิริ รองอธิบดีกรมการศาสนา (ศน.) ให้สัมภาษณ์ความคืบหน้าการขอวีซ่าให้กับผู้แสวงบุญที่จะเดินทางไปประกอบพิธีฮัจญีลักษณะเช่นเดียวกันว่า จำนวนวีซ่าที่สถานทูตออกให้แล้วขณะนี้มีจำนวน 2, 461 คน จากจำนวนผู้แสวงบุญ 13,000 คน ทั้งนี้ ศน. จะเร่งส่งเอกสารเพื่อขอวีซ่าอย่างต่อเนื่อง โดยวันนี้ก็ได้ยื่นขอวีซ่า 1, 031 คนและในวันจันทร์ที่ 27 กันยายน จะเพิ่มเป็น 2,000 คน ทั้งนี้อยากชี้แจงทำความเข้าใจกับชาวไทยมุสลิมได้ทราบถึงเรื่องความล่าช้าการออกวีซ่าของสถานทูตซาอุดิอาระเบีย ขอยืนยันว่าการประกาศไม่ขอรับตำแหน่ง ผช.ผบ.ตร.ของ พล.ต.ท. สมคิด บุญถนอม ไม่ได้เกี่ยวข้องกับปัญหาการออกวีซ่าล่าช้า

นายกฤษศญพงษ์  กล่าวว่า ความล่าช้าของวีซ่าเกิดจากความผิดพลาดทางเทคนิคจริงๆ  และนายนาบิล เอช.อัชรี อุปทูตซาอุดิอาระเบียประจำประเทศไทย ก็ไม่พอใจที่นำปัญหาการออกวีซ่าล่าช้าไปเชื่อมโยงกับประเด็นความขัดแย้งทางการเมือง เพราะที่ผ่านมาสถานทูตได้ให้ความร่วมมือช่วยเหลือชาวไทยมุสลิมอย่างดีที่สุด รวมถึงความสัมพันธ์ของทั้งสองประเทศยังคงแนบแน่น

ว่าที่ร้อยตรี โมฮามัดยาสรี ยูซง ประธานอนุกรรมการดำเนินการจัดเช่าที่พักสำหรับผู้ประกอบกิจการฮัจญ์ ในเทศกาลฮัจญ์ประจำปี 2553  เปิดเผยภายหลังการประชุมแก้ปัญหาผู้ประกอบกิจการฮัจญ์ไม่มีสัญญาเช่าที่พักว่า  ได้เรียกผู้ประกอบกิจการฮัจญ์  8 บริษัทมาชี้แจงต่อที่ประชุม ในกรณีที่ไม่ได้ส่งเอกสารสัญญาเช่าที่พัก แนบหนังสือเดินทางของผู้แสวงบุญมายัง ศน. ส่งผลให้ไม่สามารถยื่นขอวีซ่าให้กับผู้แสวงบุญได้ รวม   731  คน แบ่งเป็น   1. บริษัท ซารีฟ 1400 (ไทยแลนด์) จำกัด 71 คน  และ 2. หจก. อามีนีนบิสเน็สแอนด์ทัวร์  3. ห้างหุ้นส่วน (หจก) ฮานีฟทราเวิลแอนด์ทัวร์  68 คน  4. บริษัทนีลลี่อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด 126 คน 5.หจก.โฮสนีเอกซ์เพรสแอนด์ทัวร์  127 คน  7.หจก.บี.เค.บี.ทราเวิลแอนด์ทัวร์  61 คน  และ8. หจก.บารอกะฮ์  150 คน 

ว่าที่ร้อยตรี โมฮามัดยาสรี กล่าวด้วยว่า  คณะอนุกรรมการฯ จะนำผลการชี้แจงของผู้ประกอบกิจการฮัจญ์ทั้งหมดเสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมการส่งเสริมกิจการฮัจญ์แห่งประเทศไทย ที่มีนายนิพิฎฐ์ อินทรสมบัติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) เป็นประธาน ในวันที่  28  กันยายนนี้ เพื่อพิจารณาอนุมัติให้ผู้ประกอบกิจการดังกล่าวไปดำเนินการจัดหาที่พัก และทำสัญญาเช่าที่พักได้หรือไม่ 

ทั้งนี้หากที่ประชุมใหญ่ มีมติเห็นชอบอนุโลมให้บริษัทดำเนินการต่อได้  ทางคณะอนุกรรมการฯ ก็จะเดินทางไปตรวจสอบที่พัก และการทำสัญญาต่อไป  อย่างไรก็ตาม หากมีการอนุโลมให้ดำเนินการดังกล่าวก็จะไม่ส่งผลกระทบต่อการเดินทางของผู้แสวงบุญ เนื่องจากขั้นตอนทุกอย่างจะเสร็จสิ้นก่อนวันที่ 8 ตุลาคมแน่นอน