
เหตุที่ฉันสนใจกล้วยไม้ (1)
ปกติแล้วภายในจิตใต้สำนึกอันเป็นธรรมชาติของฉันนั้น ฉันเป็นคนมีนิสัยที่ไม่ชอบ ความไม่เป็นธรรม ในสังคมไทยมาตั้งแต่อายุยังเป็นเด็ก ยิ่งกว่านั้น ตนยังเป็นคนที่มีรากฐานจิตใจอิสระมาตั้งแต่เกิด ดังนั้นจึงไม่ชอบที่จะเห็นคนหวงวิชารวมทั้งการถือพรรคถือพวก แต่ทั้งน
ทั้งนี้ หลังจากไปพบเรื่องราวของกลุ่มบุคคลที่นำกล้วยไม้มาปลูกเล่น แถมยังนำมาใช้ดูถูกชาวบ้านซึ่งด้อยโอกาสกว่าตน รวมทั้งชนรุ่นหลังว่า “มือเอื้อมไม่ถึงอีกด้วย” ฉันจึงเริ่มจับงานกล้วยไม้ที่มันอยู่ใกล้ตัวก่อนเรื่องอื่นและมุ่งมั่นทำทุกสิ่งทุกอย่างให้ดีที่สุด กว่าจะได้ความรู้ก็ต้องใช้เวลาในการต่อสู้นานมากพอสมควร
แต่อาศัยที่เป็นคนที่มีความอดทนสูงจึงมีจิตใจที่เด็ดเดี่ยวในการมุ่งมั่นในการปฏิบัติสูงสุดด้วย
หวนกลับไปนึกถึงช่วงซึ่งฉันเองยังเป็นเด็กมีอายุได้ประมาณ 6-7 ขวบ “ฉันมีธรรมชาติที่ให้ความสนใจลงไปใช้ชีวิตอยู่กับพื้นดินอย่างมีความสุข” แม้ผู้ใหญ่ไม่ได้ใช้แต่ฉันก็ทำเพราะมีใจรักที่จะทำจึงทำแล้วมีความสุข
ในช่วงนั้นแม้ฝนตกแดดออก ตัวฉันเองก็ไม่ได้รู้สึกทุกข์ร้อน ลงไปคลุกคลีเล่นดินเล่นทรายอย่างมีความสุขและทำงานปลูกต้นไม้รวมทั้งเลี้ยงเป็ดเลี้ยงไก่
เพราะความเคยชินกับต้นไม้ที่มันปลูกอยู่กับพื้นดินนี่แหละ ครั้นอยู่มาวันหนึ่ง ฉันแลเห็นกล้วยไม้ที่ผู้ใหญ่สมัยนั้นปลูกลงกระเช้าไม้สักนำไปแขวนเอาไว้ในเรือนกล้วยไม้ ฉันรู้สึกสงสัยว่ามันเป็นต้นไม้อะไรที่ปลูกโดยไม่ต้องใช้ดิน
อาศัยที่ตัวเองเป็นคนสนใจค้นหาเหตุผล ไม่ว่าอะไรมันจะผ่านเข้ามาในสายตา ในที่สุดก็สนใจอย่างหนึ่งแต่กลับไปพบอีกอย่างหนึ่ง
ทั้งนี้ เพราะสนใจค้นหาความจริงว่ามันเป็นต้นไม้อะไรถึงได้ปลูกโดยไม่ต้องใช้ดิน คิดไปคิดมาในที่สุดก็ทราบว่า “คนสมัยนั้นเขานิยมเอากล้วยไม้มาปลูกประดับบารมี โดยเฉพาะพวกขุนนางและพ่อค้าที่มีบรรดาศักดิ์มักนิยมเอากล้วยไม้ปลูกเล่นแบบเศรษฐีมีเงิน”
โดยที่มีเหตุผลว่า “เพราะกล้วยไม้เป็นพืชที่ปลูกโดยไม่ต้องใช้ดินนี่แหละ คนสมัยนั้นจึงยกย่องว่ากล้วยไม้เป็นของสูง” ทั้งนี้ น่าจะเป็นเพราะคนส่วนใหญ่รังเกียจพื้นดินมาตั้งแต่บัดนั้น
นี่เป็นเหตุหนึ่ง ซึ่งทำให้รู้ว่าคนที่ขึ้นไปอยู่ที่สูงแล้วลงพื้นดินไม่เป็นนั้นมีมาตั้งแต่สมัยก่อน คงมีแต่ในหลวงทุกพระองค์นับตั้งแต่โบราณกาลที่รักลงไปคลุกคลีอยู่กับพื้นดินอย่างมีความสุข
"ระพี สาคริก"



