
หัวใจไทย-อนาคตการ์ตูนไทย
หนังสือการ์ตูนแบบญี่ปุ่น หรือมังงะ (Manga) เป็นที่นิยมแพร่หลายในตลาดการ์ตูนของไทย แต่ละปีมีเม็ดเงินไหลเวียนนับหมื่นล้านบาทไหลออกไปสู่เจ้าของคาแรกเตอร์ชาวต่างชาติ ในขณะที่นักอ่านการ์ตูนชาวไทยที่ได้สัมผัสการ์ตูนไทยหรือผู้คนในวงการการ์ตูนไทยมีอยู่เป็นจำนวนน้
ทั้งๆ ที่วงการการ์ตูนไทยเคยรุ่งเรืองสุดขีดในยุคหลังสงครามโลกจนกระทั่งก่อนการมาถึงของมังงะในราวปลายทศวรรษที่ 60 (ระหว่างพ.ศ.2503-2512) และมังงะก็ครองตลาดการ์ตูนของไทยส่วนใหญ่ได้ในยุคทศวรรษที่ 80 (ระหว่างพ.ศ.2522-2531) ตามมาด้วยการ์ตูนจากฮ่องกง จีน สิงคโปร์ และเกาหลี
ในเวลาต่อมา เมื่อมองลึกลงไปอีกระดับหนึ่ง เหตุผลของปรากฏการณ์นี้เป็นเพราะผู้ผลิตการ์ตูนไทยไม่ได้ผลิตผลงานขึ้นมานำเสนอในตลาด ด้วยความไม่มั่นใจว่าการลงทุนสร้างคาแรกเตอร์จนมีคุณภาพพอสำหรับการทำตลาดนั้นจะคุ้มค่าทุนการผลิตหรือไม่ ผลสืบเนื่องที่ส่งผลเป็นลูกโซ่ต่อไปก็คือ วงการแอนิเมชั่นและวงการเกมของไทยก็พลอยขาดแคลนวัตถุดิบที่มีศักยภาพเพียงพอที่จะนำไปใช้ด้วยเช่นกัน
นอกจากนั้น ธุรกิจการ์ตูนไทยตลอดระยะเวลาที่ผ่านมามุ่งเน้นพัฒนาเฉพาะในด้าน Supply Chain คือสร้างตัวผลงานการ์ตูน แต่ไม่ได้พัฒนา Demand Chain หรือการพัฒนาตลาดที่ต้องการตัวละครที่มีเนื้อหาของไทย ทั้งที่ควรจะต้องมีการพัฒนาไปพร้อมๆ กัน จึงทำให้ส่วนแบ่งการตลาดเกือบทั้งหมดกลายเป็นของการ์ตูนต่างประเทศ (อาจจะยกเว้นในบางหมวด เช่น แนวขายหัวเราะ) ประกอบกับการที่ไม่ได้ทำการตลาดและประชาสัมพันธ์อย่างจริงจัง ด้วยเหตุผลด้านงบประมาณที่มีความเสี่ยงในการลงทุนสูง การสนับสนุนจากภาครัฐ จึงเป็นกลไกหนึ่งที่จะช่วยสร้างความมั่นใจให้ภาคธุรกิจการ์ตูนไทย ในการเริ่มต้นสำรวจ รวบรวม และวิเคราะห์อย่างจริงจัง ด้วยความร่วมแรงร่วมใจจากสำนักพิมพ์ผู้ผลิตการ์ตูนไทย เพื่อค้นหาวิถีทางในการพัฒนาการ์ตูนไทยให้ก้าวไปสู่ศักยภาพทั้งด้านผลงาน ทัศนคติ และมูลค่าทางเศรษฐกิจที่แท้จริง
ด้วยเหตุนี้ สำนักศิลปะและวัฒนธรรมร่วมสมัย กระทรวงวัมนธรรม ได้ร่วมกับกลุ่มผู้ประกอบการการ์ตูนไทย จัดงาน “เทศกาลคอการ์ตูน ณ กรุงเทพฯ” ครั้งที่ 1 เมื่อกลางเดือนกันยายนที่ผ่านมา ณ ลานกิจกรรมชั้น 1 ศูนย์การค้า เอสพลานาด ซีนีเพล็กซ์ รัชดาภิเษก เพื่อเชิญชวนให้บุคคลทั่วไปมีทัศนคติที่ดีต่ออาชีพสร้างสรรค์ผลงานการ์ตูน ด้วยการสร้างความเข้าใจในทุกกระบวนการของธุรกิจการ์ตูนไทย สร้างความเข้าใจในมูลค่าทางเศรษฐกิจอันมหาศาล เบิกทางไปสู่การพัฒนาตลาด สำหรับธุรกิจการ์ตูนไทย และเพื่อเป็นสนามในการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นร่วมกันระหว่าง “กลุ่มผู้ผลิตการ์ตูนไทย” และ “กลุ่มผู้สนับสนุนการ์ตูนไทย” เพื่อพัฒนาวงการการ์ตูนไทย
นอกจากนี้ยังเป็นการพลิกฟื้นศิลปวัฒนธรรมผ่านการ์ตูน เกม และแอนิเมชั่น ซึ่งเป็นสื่อที่เด็กให้ความสนใจ ขณะเดียวกันเวทีดังกล่าวยังเป็นการสนับสนุนการ์ตูนไทยซึ่งถือเป็นต้นน้ำสามารถนำไปต่อยอดในอุตสาหกรรมต่างๆ เพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจตามนโยบายเศรษฐกิจเชิงสร้างสรรค์ของรัฐบาล พัฒนาการ์ตูนเป็นสินค้าทางวัฒนธรรมดึงให้คนไทยหันมาบริโภคการ์ตูนของไทยและส่งออกสู่ตลาดนานาชาติได้อีกด้วย อย่างไรก็ตาม ต้องอาศัยการสนับสนุนอย่างเข้มแข็งจากภาครัฐ เอกชน และภาคอุตสาหกรรมต่างๆ เพื่อให้การ์ตูนไทยมีที่ยืนในสังคม เป็นสื่อที่เผยแพร่เนื้อหาเกี่ยวกับรากเหง้าวัฒนธรรมความเป็นไทย



