
จวกอิทธิพลธุรกิจน้ำเมาใหญ่เหนือนักการเมือง
รุมจวกคณะกรรมการคุมเหล้า หากห้ามขายวันเดียวแค่นโยบายผักชีโรยหน้า สะท้อนอิทธิพลธุรกิจน้ำเมาใหญ่คับฟ้า ทำให้นักการเมืองไม่กล้าออกนโยบายที่เป็นประโยชน์ต่อสาธารณชน สุดท้ายความสูญเสียเจ็บตายก็จะเกิดขึ้นกับคนไทยไม่รู้จบ
เมื่อวันที่ 29 มีนาคม น.ส.รสนา โตสิตระกูล วุฒิสมาชิก กล่าวว่า ช่วงสงกรานต์เป็นช่วงที่เกิดอุบัติเหตุมากจากความมึนเมา การหยุดการจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ จึงสมควรดำเนินการอย่างยิ่ง อย่างน้อยคณะกรรมการนโยบายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่มี พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ รองนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน ที่จะประชุมกันในวันที่ 30 มีนาคมนี้ ที่ทำเนียบรัฐบาล ควรมีมาตรการห้ามจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ 3 วัน เพราะการห้ามเพียงวันเดียวถือเป็นนโยบายผักชีโรยหน้า หากมีมติห้ามจำหน่ายเพียงวันที่ 13 เมษายน และให้ร้านค้าผู้มีใบอนุญาตจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ จำหน่ายได้ช่วงเวลา 18.00-24.00 น. ย่อมแสดงให้เห็นว่ารัฐบาลไม่จริงจังในการทำงาน
“ที่สำคัญจะสะท้อนให้เห็นว่า ธุรกิจน้ำเมามีอิทธิพลสูงมาก ทำให้นักการเมืองไม่กล้าออกนโยบายที่เป็นประโยชน์ต่อสาธารณชนได้เลย และท้ายสุดสิ่งที่ปรากฏต่อสังคมคือ การที่รัฐบาลต้องรับภาระความสูญเสียที่เกิดขึ้นจากเหยื่อน้ำเมา จากมาตรการที่ไม่จริงจัง ดิฉันเห็นว่า ถ้าใครมีธุรกิจเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ แล้วมาให้ความคิดเห็นเกี่ยวกับมาตรการในการห้ามจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ คงเป็นเรื่องที่ไม่เหมาะสม อีกทั้งจะทำให้สังคมมองได้ว่าไม่เป็นกลาง” น.ส.รสนา กล่าว
นายคำรณ ชูเดชา ผู้ประสานงานเครือข่ายป้องกันภัยแอลกอฮอล์ กล่าวว่า แม้คณะกรรมการกฤษฎีกาตีความแล้วว่า การห้ามขายเหล้าสงกรานต์ไม่ขัดกับกฎหมายเดิม แต่ความพยายามที่จะทำให้มาตรการนี้แท้งหรือพิการยังมีอยู่ โดยนักการเมืองและกลุ่มทุนที่ร่ำรวยบนความเจ็บตายของคนไทย การประกาศว่า จะประชุมคณะกรรมการที่ทำเนียบ ซึ่งมีผู้ชุมนุมล้อมอยู่ จึงไม่อาจเข้าไปปฏิบัติงานได้ คือการถ่วงเวลาไม่ให้มีการพิจารณามาตรการนี้ ให้ประกาศใช้ได้ทันสงกรานต์ ทั้งๆ ที่สามารถย้ายไปประชุมที่อื่นได้ ภาคประชาชนขอเตือนว่า มาตรการห้ามขายเหล้าสงกรานต์กลายเป็นประเด็นสาธารณะที่สังคมกำลังจับตามองอย่างใกล้ชิด



