
สถานทูตซาอุฯออกวีซ่าให้ผู้แสวงบุญไทยแล้ว
"อภิสิทธิ์"บอก"สมคิด"คงกดดัน ยันขอวีซ่าไป"ฮัจย์คลี่คลายแล้ว สถานทูตซาอุฯยอมออกวีซ่าให้ผู้แสวงบุญไทยแล้ว แถมเพิ่มโควตาเป็นวันละ 2 พัน พบอีกปมผู้แสวงบุญกว่า 1 พันส่ออดเดินทางไปซาอุฯ เหตุไม่มีที่พัก
(22ก.ย.) นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงปัญหาการขอวีซ่าเดินทางไปประกอบพิธีฮัจย์ของชาวไทยมุสลิม ที่ประเทศซาอุดิอาระเบีย ว่า ปัญหาขอวีซ่าคลี่คลายตั้งแต่ช่วงเย็นวันที่ 21 กันยายน ซึ่งฝ่ายที่เกี่ยวข้องได้ประสานงาน ทราบว่ามีตกค้างอยู่อีก 300 กว่าราย ก็ได้ดำเนินการเรียบร้อย ตนได้ตรวจสอบไปเมื่อเช้าวันนี้ (22 กันยายน) ก็ได้รับการยืนยันว่าเขาทำงานในการรับการขอวีซ่า 1 พันกว่าราย ส่วนปัญหาที่เกิดขึ้นจากผู้ประกอบการนายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รมว.วัฒนธรรม กำลังเข้าไปดู แต่หากเป็นปัญหาเกี่ยวกับการประสานงานเราจะคลี่คลายให้ แต่หากมีการฉวยโอกาสจากผู้ประกอบการ เนื่องจากสถานการณ์นายนิพิฏฐ์ จะมีมาตรการในการลงโทษ ซึ่งอาจจะต้องขึ้นบัญชีดำ
เมื่อถามว่าสถานการณ์ที่คลี่คลายลงเกี่ยวข้องกับกรณีที่ พล.ต.ท.สมคิด จะไม่รับตำแหน่ง ผู้ช่วย ผบ.ตร.ใช่หรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เราบอกกับอุปทูตว่าเรื่องความสัมพันธ์เป็นหน้าที่ของรัฐบาลที่ต้องแก้ไขปัญหา และรัฐบาลต้องยืนยันในเรื่องการทำงานโดยที่มีความเป็นอิสระ ที่สำคัญเราทำงานภายใต้กรอบกฎหมายของเรา ฉะนั้นกรณีของ พล.ต.ท.สมคิด ตนยืนยันมาตลอดว่าการทำงานของ ก.ตร.ยึดตามข้อกฎหมาย และต้องมีการดำเนินการไป ส่วนที่ พล.ต.ท.สมคิด จะแถลงข่าวในช่วงบ่าย ตนยังไม่ทราบว่าจะแถลงเรื่องอะไร
เมื่อถามว่ามีความเกี่ยวโยงกันเพราะเมื่อมีท่าทีจาก พล.ต.ท.สมคิด ทำให้ท่าทีของซาอุฯเปลี่ยนแปลงไป นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ตนเข้าใจว่าเรื่องวีซ่าคลี่คลายตั้งแต่เมื่อวันที่ 21 กันยายน การทำงาน ก็ทำงานต่อเนื่อง ส่วนจะเกิดขึ้นภายใต้แรงกดดันของซาอุฯหรือไม่นั้น ต้องถามผู้ที่เกี่ยวข้องว่าเป็นอย่างไร แต่ตนเข้าใจว่า พล.ต.ท.สมคิด คงรู้สึกกดดันคงปฏิเสธยาก และคงเห็นผลกระทบที่มันจะเกิดขึ้น
เมื่อถามว่า ท่าทีของ พล.ต.ท.สมคิด มาจากฝ่ายบริหารเข้าไปกดดันหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ไม่มี ส่วนที่ตนหารือกับนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธาน ก.ตร. เมื่อเช้า (22 กันยายน) เพียงแต่สอบถามว่ามีข่าวมาว่า พล.ต.ท.สมคิด จะแสดงความเจตจำนงหรือไม่ แต่ยังไม่ทราบรายละเอียด
เมื่อถามว่าตามกฎก.ตร.ผู้ที่ได้รับการแต่งตั้งมีสิทธิที่จะไม่รับตำแหน่งได้ด้วยหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เรื่องการแสดงความจำนงตนไม่ชัดเจนว่าขั้นตอนปกติจะแสดงกันตอนไหนอย่างไร
“แต่กรณีมติ ก.ตร.ในการแต่งตั้งยังไม่เรียบร้อย เนื่องจากมีกรณีของ พล.ต.ต.ศรีวราห์ รังสิพราหมมณกุล ผบช.ก. ขึ้นเป็น ผบช.ภ. 1 ที่ถูกร้องเรียนอยู่ ซึ่งผมได้สั่งการให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงทั้งหมดก่อน ทำให้ขณะนี้ยังไม่มีการนำรายชื่อผู้ได้รับการแต่งตั้งขึ้นทูลเกล้า เพราะตอนที่ ก.ตร.มีมติมีหนังสือร้องเรียนมาถึงผม และผมได้ขอให้ฝ่ายเลขาธิการของ ก.ตร.ชี้แจง ซึ่งเขาชี้แจงมาระดับหนึ่ง แต่มีข้อมูลบางประการที่ผมขอให้เขาไปตรวจสอบ ซึ่งเขาอยู่ในขั้นตอนที่รับไป เรื่องรายชื่อที่จะนำขึ้นทูลเกล้าผมยังไม่เห็น”นายกฯ กล่าว
เมื่อถามว่า ก.ตร.จะประชุมกันอีกครั้งนอกจากกรณีของ พล.ต.ท.สมคิด แล้วต้องพิจารณาของ พล.ต.ต.ศรีวราห์ ด้วยใช่หรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า น่าจะต้องเป็นอย่างนั้น ถ้ากรณีของพล.ต.ท.สมคิด แสดงความจำนงอย่างหนึ่งอย่างใดก็เป็นดุลยพินิจของ ก.ตร. ส่วนกรณีของ พล.ต.ต.ศรีวราห์ ต้องให้ ก.ตร.สรุปมาอีกที ก็น่าจะต้องทำพร้อมกันเพราะอยู่ในบัญชีเดียวกันทั้งหมด เมื่อถามว่า หากพล.ต.ท.สมคิดไม่รับตำแหน่งผู้ช่วย ผบ.ตร. แต่อยู่ในตำแหน่ง ผบช. จะทำให้สถานการณ์ยุติได้หรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ถ้า พล.ต.ท.สมคิด แสดงเจตจำนง ก.ตร.ก็พิจารณา อย่าเพิ่งไปคาดการณ์อะไร
เมื่อถามว่า ประเทศไทยจะเสียเกียรติภูมิหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ตนคิดว่าตนได้พูดชัดเจน รัฐบาลเดินหน้าในการทำตามกฎหมายของเรา ฉะนั้นการดำเนินการของ ก.ตร.ก็เป็นไปตามปกติ แต่ถ้าเป็นเรื่องที่มีบุคคลซึ่งแสดงความจำนงก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง ทุกอย่างอยู่ภายใต้กระบวนการของเรา
เมื่อถามว่า หลังจากนี้จะมีแรงกดดันอื่นมีสู่กระบวนการยุติธรรมไทย ที่กำลังพิจารณาคดีอื่นหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ไม่ทราบว่าท่าทีของแต่ละฝ่ายเป็นอย่างไร แต่กรณีกระบวนการยุติธรรมคงจะกดดันไม่ได้ เพราะส่วนของคดีอาญาตนคิดว่าเป็นเรื่องที่ทุกประเทศต้องให้ความเคารพ ในความเป็นอิสระของศาล ส่วนฝ่ายบริหารอะไรที่เป็นเรื่องนโยบายแน่นอนว่าอาจจะพูดคุยกันได้ แต่อะไรที่เป็นเรื่องกฎหมาย ยืนยันว่าต้องเป็นไปตามกฎหมายของเรา
สถานทูตซาอุฯยอมออกวีซ่าให้ผู้แสวงบุญไทยแล้ว
นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) กล่าวว่า ได้รับรายงานจากนายกฤษศญพงษ์ ศิริ รองอธิบดีกรมการศาสนา (ศน.) หลังจากเดินทางเข้าพบนายนาบิล เอช. อัชรี อุปทูตซาอุดีอาระเบียประจำประเทศไทย เพื่อยื่นขอวีซ่าให้กับผู้แสวงบุญชุดที่ 2 จำนวน 1, 038 คน ซึ่งสถานทูตได้รับเอกสารและแจ้งให้ ศน. ไปรับวีซ่าทั้งหมดวันที่ 23 กันยายน และจากการหารือกับนายนาบิล ได้แจ้งว่าวันที่ 23 กันยายนตรงกับวันชาติซาอุดิอาระเบีย
ดังนั้นจะอนุโลมเป็นกรณีพิเศษ โดยจะเปิดรับวีซ่าของผู้แสวงบุญอีก 1,000 คน ส่วนวันจันทร์ที่ 27 กันยายน ให้เพิ่มปริมาณจำนวนวีซ่าจากวันละ 1,000 คน เป็นละ 2,000 คน เพื่อชดเชยจากที่ล่าช้าและจากการปิดทำการของสถานทูตในวันที่ 24 กันยายน อย่างไรก็ตามการเพิ่มจำนวนวีซ่าเป็น 2, 000 คนต่อวันนั้น สถานทูตจะประเมินอีกครั้งว่าเจ้าหน้าดำเนินการออกวีซ่าได้ทันหรือไม่ แต่หากเสร็จทันกำหนดเวลาสถานทูตพร้อมเพิ่มจำนวนเป็นวันละ 2,000 คนจนครบ 13,000 คน
นายนิพิฏฐ์ กล่าวว่า หน้าที่ของ วธ. คือการยื่นขอวีซ่าให้กับผู้แสวงบุญ ซึ่งขณะนี้สถานทูตเปิดให้ยื่นวีซ่าได้ตามปกติแล้ว ดังนั้นสถานการณ์ไม่น่าห่วงอีก และคิดว่าหลังจากนี้ไม่น่าเกิดปัญหาการออกวีซ่า อย่างไรก็ตามขณะนี้พบปัญหาอีกว่ามีผู้ประกอบการกิจการฮัจย์บางรายไม่ส่งเอกสารสัญญาการเช่าที่พักแนบกับหนังสือเดินทางของผู้แสวงบุญ กว่า 1, 000 คน ตามข้อกำหนดของอนุกรรมการการดำเนินการจัดเช่าที่พักสำหรับผู้ประกอบกิจการฮัจย์ ในเทศกาลฮัจย์ประจำปี 2553 (ฮ.ศ.1431) ที่ให้ผู้ประกอบการกิจการฮัจย์ต้องส่งสัญญาเช่าที่พักเพื่อประกอบการขอวีซ่า ดังนั้น ศน.จึงไม่ยื่นขอวีซ่าให้กับผู้แสวงบุญจำนวนดังกล่าวได้
“มอบหมายให้ ศน. เร่งเชิญผู้ประกอบการกิจการฮัจย์มาชี้แจงกรณีไม่มีสัญญาเช่าที่พัก ทั้งนี้การที่ ศน.ไม่ยอมยื่นขอวีซ่าให้กับผู้แสวงบุญกว่า 1, 000 คน เพราะเกรงว่าหากให้ผู้แสวงบุญจำนวนดังกล่าวเดินทางไปประกอบพิธีฮัจย์อาจจะถูกลอยแพและไม่มีที่พักอาศัยได้ ดังนั้นเป็นปัญหาเร่งด่วนที่ต้องแก้ไขไม่ให้ซ้ำเติมปัญหาการออกวีซ่าล่าช้าอีก” นายนิพิฏฐ์ กล่าว
นายกฤษศญพงษ์ กล่าวว่า ได้เข้าพบอุปทูตซาอุดิอาระเบีย โดยแจงว่าเพื่อความสบายใจของพี่น้องมุสลิมและรัฐบาลไทย สถานทูตจะเร่งดำเนินการออกวีซ่าให้กับผู้แสวงบุญทั้งหมด นอกจากนี้เพื่อเป็นการยืนยันว่าบุคลากรมีไม่เพียงพอต่อการทำวีซ่า นายนาบิลจึงนำตนชมการทำงานของเจ้าหน้าที่ ซึ่งก็มีจำนวนน้อยมาก ทั้งนี้การดำเนินขอวีซ่าจากสถานทูตนั้น ทาง ศน. จะส่งเอกสารอย่างต่อเนื่องจนกว่าครบ 1.3 หมื่นคน
“ขณะนี้เกิดปัญหาพบว่าเอกสารประกอบการยื่นขอวีซ่าที่ผู้ประกอบการฮัจย์มานั้นกว่า 1,000 ราย ไม่มีสัญญาเช่าที่พักในประเทศซาอุดิอาระเบียแนบมาพร้อมกับหนังสือเดินทาง ดังนั้น ศน.จึงไม่สามารถขอวีซ่าให้กับกลุ่มดังกล่าวได้ โดยแนวทางการแก้ปัญหาคณะอนุกรรมการดำเนินการจัดเช่าที่พักสำหรับผู้ประกอบการฮัจย์ จะเรียกผู้ประกอบการที่มีปัญหามาชี้แจงหาทางออกโดยเร็วที่สุด อย่างไรก็ตามนายนิพิฏฐ์ สั่งการให้ ศน. ดำเนินขึ้นบัญชีดำบริษัทดังกล่าวแล้ว เพราะได้ทำให้เกิดปัญหาขึ้น รวมทั้งเกิดผลกระทบต่อภาพรวมของประเทศไทย” นายกฤษศญพงษ์ กล่าว
หวั่นความสัมพันธ์ซาอุแย่เปิดโควต้าแรงงานใหม่สะดุด
นายสุภัท กุขุน รองอธิบดีกรมการจัดหางาน เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นห่วงว่าจะส่งผลกระทบต่อความคืบหน้าการฟื้นฟูความสัมพันธ์ด้านแรงงานในการจัดส่งแรงงานชุดใหม่กลับไปทำงานในซาอุฯให้ต้องยืดออกไปอีก ทั้งที่ก่อนหน้านี้ความสัมพันธ์ด้านแรงงานระหว่างไทยกับซาอุฯเริ่มมีแนวโน้มดีขึ้น
“ อยากเสนอให้รัฐบาลไทยและซาอุดิอาระเบียเปิดโต๊ะพูดคุยถึงประเด็นปัญหา ข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายของแต่ละประเทศ เอาเหตุผลข้อจำกัดขึ้นมาพูดกันอย่างชัดเจน คิดว่าก็เป็นไปได้ที่ความสัมพันธ์ด้านแรงงานจะกลับไปสู่ยุครุ่งเรืองเหมือน 20 ปีก่อนอีกครั้ง ” นายสุภัทกล่าว
แม้รัฐบาลซาอุดิอาระเบียจะปิดรับโควตาแรงงานที่จะเข้าไปทำงานใหม่ แต่สถานการณ์แรงงานไทยในซาอุฯยังคงปดติ โดยเฉพาะคนไทยที่ทำงานอยู่เดิมประมาณ 1,000 คนยังคงสามารถทำงานต่อไปได้รวมทั้งยังนำญาติในครอบครัวตามไปทำงานได้ด้วย ตลอดจนยังคงมีการติดต่อในระดับหน่วยงานราชการที่ต้องการแรงงานเฉพาะทางซึ่งนายจ้างชาวซาอุร้องขอมาและมีการส่งแรงงานไปเฉพาะกรณีๆไป แต่จะให้เปิดโควตาเหมือนยุครุ่งเรืองในอดีตคงเป็นไปไม่ได้
นายสุภัทกล่าวว่าประเทศซาอุฯและประเทศในแถบตะวันออกกลางมีจุดเด่น 2 เรื่องคือทรัพยากรและเงินทุน เมื่อมี 2 สิ่งนี้จะเกิดการลงทุนขนาดใหญ่ตามมา ถ้าแรงงานไทยมีโอกาสเข้าไปทำงานในซาอุฯ นอกเหนือจากเรื่องเงินแล้ว ยังได้องค์ความรู้และประสบการณ์ในการทำงานโครงการขนาดใหญ่และเทคโนโลยีสมัยใหม่กลับมาใช้พัฒนาประเทศ ซึ่งโครงการลักษณะนี้ไม่ได้เกิดขึ้นบ่อยทั่วไป
สำหรับลักษณะของตลาดแรงงานในซาอุดิอาระเบียปัจจุบัน ยังคงเป็นตลาดที่น่าสนใจ โดยเฉพาะแรงงานที่มีทักษะฝีมือ ซึ่งแรงงานไทยยังเป็นที่ต้องการของนายจ้าง ส่วนตลาดแรงงานไร้ฝีมือ ซึ่งเคยเป็นตลาดของคนไทยนั้น ได้ถูกแรงงานจากประเทศอื่น ไม่ว่าจะเป็นจีน อินเดีย บังคลาเทศ เข้ามาตีตลาดหมดแล้ว



