
เตือนหญิงท้องกินยารักษาสิวชนิดกรดวิตามินเอเสี่ยงแท้ง
สมาคมแพทย์ผิวหนังฯ เตือนหญิงท้องกินยารักษาสิวชนิด กรดวิตามินเอ เสี่ยงแท้ง ทารกมีโอกาสพิการ อย.ส่งเจ้าหน้าที่ออกตรวจ ฝ่าฝืนมีโทษปรับ-จำคุก
เมื่อวันที่ 21 กันยายน รศ.นพ.นภดล นพคุณ นายกสมาคมแพทย์ผิวหนังแห่งประเทศไทย แถลงข่าว “กินยาสิวอย่างไรให้ปลอดภัย” ว่า ปัจจุบันมีการใช้ยารักษาสิวโดยการรับประทานยาชนิดกรดวิตามินเอ หรือไอโซเตรทติโนอิน (Isotretinoin) กันอย่างแพร่หลาย ทั้งๆ ที่เป็นยาที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ประกาศเป็นยาควบคุมพิเศษ โดยผู้ที่มีสิทธิ์สั่งยาตัวนี้ต้องเป็นแพทย์ที่ได้รับวุฒิบัตรผู้เชี่ยวชาญทางผิวหนัง หรืออย่างน้อยต้องผ่านการอบรมทางผิวหนัง 2 ปี แต่ต่อมาการควบคุมลดหย่อนลง ทำให้ปัจจุบันสามารถหาซื้อได้อย่างง่ายดายตามร้านขายยาทั่วไป ทั้งๆ ที่เป็นยาที่มีผลข้างเคียงมาก โดยเฉพาะในสตรีที่มีครรภ์จะทำให้ทารกพิการได้
รศ.นพ.นภดล กล่าวอีกว่า ข้อมูลของหน่วยวิจัยอนามัยการเจริญพันธุ์และงานวางแผนครอบครัว โรงพยาบาลศิริราช พบว่ามีสตรีมาขอรับการปรึกษาเพื่อทำแท้งระหว่างปี 2550-2552 เนื่องจากได้รับยากลุ่มนี้ถึง 10 ราย โดยทั้งหมดกังวลว่าหลังจากรับยาจะเกิดผลกระทบต่อครรภ์ของตนเอง นอกจากนี้ยังมีข้อมูลในต่างประเทศ โดยเฉพาะสหรัฐอเมริกาพบว่าผู้ป่วยที่ได้รับยานี้ขณะตั้งครรภ์พบมีการแท้งได้ร้อยละ 3-20 ส่วนรายที่มีการคลอดพบว่ามีความพิการแต่กำเนิดร้อยละ 18-47 อีกทั้งยังมีผลต่อเยื่อบุและผิวหนัง โดยมีอาการปากแห้ง แตก ผิวแห้ง แดง เป็นผื่นแดง ลอก คัน อีกทั้งยังมีผลต่อการทำงานของตับอีกด้วย
รศ.นพ.นภดล กล่าวต่อไปว่า ยาดังกล่าวเป็นยาสำหรับรักษาผู้เป็นสิวอาการรุนแรง สิวอักเสบ เป็นหนอง ซึ่งส่วนใหญ่แพทย์จะไม่สั่งยาชนิดนี้หากไม่จำเป็น แต่ปัจจุบันกลับพบการใช้ยาตัวนี้อย่างพร่ำเพรื่อ ทางที่ดีที่สุดหากมีอาการสิวขั้นรุนแรง ควรปรึกษาแพทย์ผิวหนังโดยตรง
นพ.พิพัฒน์ ยิ่งเสรี เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา กล่าวว่า ยาดังกล่าวเป็นยาควบคุมพิเศษ ซึ่งผู้จำหน่ายและจ่ายยาชนิดนี้ต้องขึ้นทะเบียนกับสำนักงานคณะกรรมอาหารและยา และสถานพยาบาล เช่น โรงพยาบาล คลินิกเอกชนที่จะจ่ายยานี้ได้นั้น จะต้องมีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคผิวหนังประจำอยู่
"ขอยืนยันว่า อย.ไม่ได้ปล่อยปละละเลยให้มีการจำหน่ายยาชนิดนี้ในร้านยาทั่วไป แต่ได้จัดเจ้าหน้าที่ อย.ออกไปตรวจสอบเป็นระยะ เมื่อสมาคมแพทย์ผิวหนังแห่งประเทศไทยออกมาเตือนเช่นนี้ ก็จะจัดเจ้าหน้าที่ อย.ออกไปตรวจสอบ หากตรวจพบว่าสถานพยาบาลใดจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต จะมีโทษทั้งปรับและจำคุก ผู้ที่พบเห็นร้องเรียนมาได้ที่สายด่วน อย.โทร.1566" เลขาธิการ อย. กล่าว



