
เยาวชนฯจี้รัฐแก้ปัญหาร้านเหล้ารอบรร.
เยาวชนฯ จี้รบ.เร่งแก้ปัญหาร้านเหล้ารอบรร. ยื่น 3 ข้อ วอน"นายกฯ-เสธหนั่น-คกก.นโยบายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ฯ" ออกมาตรการคุมเหล้าปั่น-ร้านเหล้ารอบสถานศึกษา หลัง ไร้ความคืบหน้า ปล่อยผู้ประกอบการได้ใจ ผุดประจาน ทั้งโชว์ห่วย สะดวกซื้อ ผับ-บาร์ แซงหน้าร้านขายหนังสื
(21ก.ย.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เวลา 10.15 น. ที่ริมฟุตบาทด้านหน้าทำเนียบรัฐบาล ฝั่งถนนพิษณุโลก นายธีระภัทร คหะวงศ์ แกนนำเครือข่ายเยาวชนป้องกันนักดื่มหน้าใหม่ นำนิสิต นักศึกษา กว่า 50 คน มาชุมนุมเรียกร้องและยื่นจดหมายเปิดผนึกต่อนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี พล.ต.สนั่น ขจรประสาสน์ รองนายกรัฐมนตรี ฐานะประธานคณะกรรมการนโยบายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์แห่งชาติ เพื่อทวงถามความคืบหน้าในการบังคับใช้กฎหมายควบคุมเหล้าปั่นและร้านเหล้ารอบสถานศึกษา และข้อเสนอเพื่อนำไปพิจารณา เนื่องในวันเยาวชนแห่งชาติเมื่อวันที่ 20 กันยายนที่ผ่านมา โดยนายคณิสร เมืองเนาว์ เจ้าหน้าที่ ฝ่ายประสานมวลชน รับเรื่องแทน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในการเดินทางมาชุมนุมของกลุ่มเยาวชนมีการเตรียมป้าย เล่นละคร และให้สมาชิกเครือข่ายแต่งหน้าคล้ายศพและสวมเสื้อผ้าที่เลือดอาบหน้าอาบตัว ให้เหมือนผู้ประสบอุบัติเหตุจากการดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ ซึ่งได้รับความสนใจจากผู้ที่เดินและขับรถผ่านไปมา นอกจากนี้ทางเครือข่ายยังเปิดคลิปเสียงของพล.ต.สนั่นที่เคยรับปากกับเยาวชนว่าจะแก้ปัญหาดังกล่าวให้กับเยาวชนด้วย
โดยนายธีระภัทร กล่าวว่า ปัจจุบันเหล้าปั่นและร้านเหล้ารอบสถานศึกษามีการขยายตัวเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว หากไม่มีการควบคุมจะทำให้เกิดนักดื่มหน้าใหม่เพิ่มมากขึ้น ส่วนที่เครือข่ายเยาวชนฯ รวมตัวกันครั้งนี้เพื่อร้องขอมาตรการควบคุมเหล้าปั่นและร้านเหล้ารอบสถานศึกษา ให้มีผลบังคับใช้โดยเร็ว เนื่องจากทราบว่ามีมาตรการแก้ไขปัญหาดังกล่าว ซึ่งสามารถออกได้ตามอำนาจของพระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ. 2551 อยู่แล้ว
“ หวังว่าประธานและคณะกรรมการฯทั้งชุด จะพยายามผลักดันมาตรการควบคุมร้านเหล้า และปัญหาเหล้าปั่นให้เห็นเป็นรูปธรรม เพื่อไม่ให้ผู้ประกอบการ ได้ประโยชน์ เพิ่มร้านขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ได้ตามใจชอบ เพราะกฎหมายไม่คลอบคลุม เห็นได้จากผลสำรวจของเครือข่ายเยาวชนฯ ที่พบว่า มีร้านเหล้าเพิ่มขึ้นมากถึง 1,522 ร้าน จาก 45 สถาบันหรือรอบมหาวิทยาลัย 1 แห่งจะมีร้านเหล้ามากถึง 34 ร้าน ” นายธีระภัทร กล่าว
นายธีระภัทร กล่าวว่า ทางเครือข่ายเยาวชนฯ มีข้อเสนอเพื่อให้คณะกรรมการฯ นำไปพิจารณา 3 ข้อ คือ1.ขอให้คำนึงถึงการแก้ไขปัญหาของเด็กและเยาวชนที่เป็นอนาคตของชาติ มากกว่าผลประโยชน์หรืออนาคตของธุรกิจเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ 2. ขอให้เร่งผ่านอนุบัญญัติเพื่อควบคุมเหล้าปั่นและร้านเหล้ารอบสถานศึกษา ตามอำนาจของพระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ. 2551 ให้มีผลบังคับใช้ในปีนี้ และ3.เร่งผลักดันให้กรมสรรพสามิต กระทรวงการคลัง ซึ่งกำลังพิจารณาแก้ไข พ.ร.บ.สุรา ให้ขึ้นค่าธรรมเนียมใบอนุญาตขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ให้สูงขึ้น เพิ่มบทลงโทษสำหรับผู้ขายโดยไม่มีใบอนุญาต และไม่ออกใบอนุญาตให้ร้านที่อยู่ใกล้สถานศึกษาและศาสนสถาน ร้านที่พบว่ามีการทำความผิดซ้ำ หรือร้านที่ตั้งอยู่ในสถานที่ห้ามตาม พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
ด้าน น.ส.จิราภรณ์ กมลรังสรรค์ แกนนำเครือข่ายเยาวชนฯ กล่าวว่า กว่า 90% เป็นกลุ่มวัยรุ่นที่เข้ามาใช้บริการร้านเหล้าปั่น และร้านเหล้ารอบสถานศึกษา โดยเฉพาะเสาร์-อาทิตย์และวันหยุดนักขัตฤกษ์ จะเปิดเพลงเสียงดังตลอดคืน ซึ่งขณะนี้พบว่ามีมากกว่าร้านขายหนังสือด้วยซ้ำ และที่เลวร้าย คือเยาวชน อายุเพียง 20 ปี หันมาเปิดร้านเหล้าปั่น โดยชักชวนเพื่อน รุ่นน้อง รุ่นพี่ให้หันมาทดลองดื่ม โดยใช้กลยุทธ์ดึงดูดความสนใจของร้านด้วยการจัดโปรโมชั่นต่างๆ ส่วนนักศึกษาที่ไม่เคยดื่ม ก็จะใช้วิธีหลอกล่อให้ทดลองดื่ม ด้วยการอ้างว่าราคาไม่แพง ดื่มแล้วไม่เมา รสชาติคล้ายน้ำหวาน และจากการแต่งรสชาติ กลิ่น สี จึงทำให้ง่ายต่อการดื่ม ทั้งที่จริงแล้วแม้แต่นักดื่มที่ดื่มจัดๆยังไม่ดื่มเพราะรู้ว่าเหล้าปั่นทำให้เมาลึกและเมาไม่รู้ตัว เด็กผู้หญิงจึงมีโอกาสสูงที่จะถูกล่อลวงไปทำมิดีมิร้ายได้ง่าย
“ เพื่อเป็นแนวทางในการแก้ไขปัญหาดังกล่าว และเป็นของขวัญในวันเยาวชนแห่งชาติ ผู้ใหญ่ ต้องมีความจริงใจ ไม่ปล่อยให้ร้านเหล้าเพิ่มขึ้นเป็นเงาตามตัว และหวังว่าผู้ใหญ่คงจะจำคำที่ชอบรับปากเด็กและเยาวชนไว้ จึงขอให้เร่งออกมาตรการดังกล่าวโดยเร็ว ทั้งนี้จากการเข้าร่วมเวทีรับฟังความคิดเห็นของประชาชน เกี่ยวกับทั้ง 2 มาตรการเมื่อเร็วๆนี้ เครือข่ายฯพบว่าผู้เข้าร่วมเกือบทั้งหมดสนับสนุนมาตรการนี้ ไม่เว้นแม้แต่ตัวแทนธุรกิจสุรา ยังระบุว่ายินดีปฏิบัติตามกฎหมาย และสนับสนุนการปกป้องเด็กและเยาวชน ” น.ส.จิราภรณ์ กล่าว



