ไลฟ์สไตล์

ทีโอทีหน้าแตกศาลปค.กลางไม่รับคำร้องเรื่อง3จี

ทีโอทีหน้าแตกศาลปค.กลางไม่รับคำร้องเรื่อง3จี

20 ก.ย. 2553

ศาลปกครองกลางสั่งไม่รับคำขอ “ทีโอที” ร้องคุ้มครองชั่วคราวระงับประมูล 3 G ชี้ศาลสั่งคุ้มครองคดี กสท.แล้ว ไม่มีเหตุต้องสั่งซ้ำ

ที่ศาลปกครองกลาง ถ.แจ้งวัฒนะ วันที่ 20 ก.ย.53 นายจำกัด ชุมพลวงศ์ ตุลาการศาลปกครองกลาง เจ้าของสำนวนคดีหมายเลขดำ 1436/2553 ที่บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) ยื่นฟ้องระงับการประมูลใบอนุญาตให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ IMT 3 G มีคำสั่งไม่รับคำขอที่ บมจ.ทีโอที ยื่นขอให้ศาลไต่สวนฉุกเฉินเพื่อกำหนดมาตรการคุ้มครองชั่วคราว โดยให้ระงับการดำเนินการใดๆ ของคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) ตามที่ได้ออกประกาศ กทช. เรื่องหลักเกณฑ์ และวิธีการอนุญาตใช้คลื่นความถี่เพื่อประกอบกิจการโทรศัพท์เคลื่อนที่ IMT ย่าน 2.1 GHz ลงวันที่ 23 ก.ค.53 และเปิดให้มีการประมูลบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ IMT 3 G and beyond วันที่ 20 ก.ย.นี้ ไว้ก่อนจนกว่าศาลจะมีคำพิพากษาหรือจนกว่าคดีจะถึงที่สุด

 โดยศาลปกครองกลาง เห็นว่า ข้อเท็จจริงปรากฏแล้วว่า ขณะที่ บมจ.ทีโอที ยื่นฟ้องและมีคำขอคดีนี้ ศาลได้มีคำสั่งกำหนดมาตรการคุ้มครองชั่วคราวคดีหมายเลขดำที่ 1411/2553 ที่ บริษัท กสท.โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) ยื่นฟ้อง กทช. กับพวก แล้วเมื่อวันที่ 16 ก.ย. โดยศาลมีคำสั่งให้ กทช. กับพวก ซึ่งเป็นผู้ถูกฟ้อง ระงับการอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่เพื่อประกอบกิจการโทรศัพท์เคลื่อนที่ IMT ย่าน 2.1 GHZ และการดำเนินการต่อไปตามประกาศ กทช. เรื่องหลักเกณฑ์ฯ ไว้เป็นการชั่วคราวจนกว่าคดีจะถึงที่สุด หรือศาลจะมีคำสั่งเป็นอย่างอื่นแล้ว ซึ่งเป็นคำสั่งที่ตรงตามวัตถุประสงค์ ที่ผู้ฟ้องมีคำขอในคดีนี้แล้ว กรณีจึงไม่มีเหตุสมควรที่จะมีคำสั่งตามคำขออีก จึงมีคำสั่งไม่รับคำขอกำหนดมาตรการคุ้มครองชั่วคราวไว้พิจารณา

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า อย่างไรก็ดีคำสั่งของศาลปกครองกลาง ดังกล่าว เป็นเพียงการวินิจฉัยเฉพาะคำขอคุ้มครองชั่วคราวเท่านั้น แต่ศาลยังจะพิจารณาเนื้อหาคดีที่ บมจ.ทีโอที ยื่นฟ้องสำนักงาน กทช. และ กทช. เป็นผู้ถูกฟ้องที่ 1-2 เรื่องกระทำการโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายต่อไป ซึ่ง บมจ.ทีโอที ยื่นฟ้อง เนื่องจากเห็นว่า การใช้อำนาจออกประกาศของ กทช. ดังกล่าว ขัดต่อรัฐธรรมนูญฯ ปี 2550 และพระราชบัญญัติว่าด้วยการให้เอกชนเข้าร่วมงานหรือดำเนินการในกิจการของรัฐ พ.ศ. 2535 ซึ่ง บมจ.ทีโอที เห็นว่า คลื่นความถี่เป็นทรัพยากรของชาติที่มีมูลค่า และตามกฎหมายถ้าจะดำเนินโครงการมูลค่าเกิน 1,000 บาท ต้องทำแผนการศึกษาเสนอคณะรัฐมนตรี มีมติก่อน