ไลฟ์สไตล์

“ไตรรงค์”เดินเครื่องตั้งกองทุนหนุนหนังไทยชงเข้าครม.

“ไตรรงค์”เดินเครื่องตั้งกองทุนหนุนหนังไทยชงเข้าครม.

20 ก.ย. 2553

เมื่อวันที่ 20 ก.ย.2553 ที่กระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) นายไตรรงค์ สุวรรณคีรี รองนายกรัฐมนตรี กล่าวภายหลังการประชุมคณะกรรมการภาพยนตร์และวีดิทัศน์แห่งชาติ ครั้งที่ 6/2553 ว่า ที่ประชุมมีมติเห็นชอบหลักการสนับสนุนงบประมาณในการจัดงานประกาศผลรางวัลภาพยนตร์แห่งชาติ

สุพรรณหงส์ ครั้งที่ 20 ประจำปี 2553 จำนวน 10 ล้านบาท และเห็นชอบการสนับสนุนการจัดงาน เทศกาลภาพยนตร์นานาชาติ กรุงเทพฯ (Bangkok International film festival) จำนวน 40 ล้านบาท ทั้งนี้ งบประมาณทั้ง 2 ส่วน ที่ประชุมได้เห็นชอบให้สำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย (สศร.) จัดทำแผนเสนอของบประมาณกลาง ไปยังสำนักงบประมาณ และ ทำแผนของบประมาณเหลือจ่ายจากโครงการแผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง หรือ เอสพี 2 ไปยังรัฐบาล ว่าจะอนุมัติงบประมาณให้กับทั้ง 2 โครงการหรือไม่

 นายไตรรงค์ กล่าวอีกว่า  ได้เสนอแนวคิดการจัดตั้งกองทุน สนับสนุนภาพยนตร์ไทยขึ้น โดยหลักการของกองทุน จะให้ผู้สร้างภาพยนตร์สามารถกู้ยืมเงินดอกเบี้ยต่ำ เพื่อใช้ในการสร้างภาพยนตร์ ตามหลักเกณฑ์และกรอบที่กำหนด โดยหลักเกณฑ์เบื้องต้นของภาพยนตร์ที่จะได้รับการพิจารณาให้กู้ยืม อาทิ ต้องเป็นภาพยนตร์ที่ส่งเสริม ประเพณี ศิลปวัฒนธรรมไทย มีฉาก และสถานที่ถ่ายทำในประเทศไทย มีความงดงามทางธรรมชาติ เป็นการส่งเสริมองค์ความรู้เกี่ยวกับศิลปวัฒนธรรมของไทย เป็นต้น ทั้งนี้ ได้มอบหมายให้สศร. ไปจัดทำหลักเกณฑ์ และร่างการจัดตั้งกองทุน เสนอต่อที่ประชุมในครั้งต่อไป หากที่ประชุมเห็นชอบจะนำเสนอต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ทันที ทั้งนี้ตนยังได้เสนอแนวคิดให้มีการมอบรางวัลให้กับผู้เขียนบทภาพยนตร์ที่สร้างสรรค์ และมีคุณภาพ สามารถ ถ่ายทอดความเป็นไทยได้ เนื่องจากปัจจุบันปัญหาของบทภาพยนตร์มีแต่เรื่องน้ำเน่า ดังนั้นหากเราสนับสนุนตั้งแต่ต้นน้ำจะช่วยแก้ปัญหาเรื่องบทภาพยนตร์ทีไม่มีคุณภาพได้

 นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ ปลัดวธ. กล่าวว่า สำหรับเงินประเดิมกองทุนสนับสนุนภาพยนตร์ไทยนั้น จะนำมาจากการส่งคืนงบประมาณ 200 ล้านบาท ซึ่งได้ให้การสนับสนุนภาพยนตร์ กิจกรรม โครงการต่างๆไปแล้ว โดยจะหารือหรือทำข้อตกลงกับกระทรวงการคลังไว้เบื้องต้นก่อน และจะเร่งเสนอการจัดตั้งกองทุนต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรีโดยเร็วที่สุด อย่างไรก็ตาม การสนับสนุนงบ 40 ล้านบาทในเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติ กรุงเทพฯ นั้นถือว่าเป็นประโยชน์ต่อประเทศในภาพรวม เนื่องจากอุตสาหกรรมภาพยนตร์ในปี 2552 มีรายได้ทั้งหมดกว่า 33,000 ล้านบาท ดังนั้น การสนับสนุนดังกล่าวจึงเป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่ง วธ.จะเตรียมมาตรการการจัดสรรค์งบประมาณให้เป็นไปอย่างโปร่งใสที่สุด โดยจะมีการชี้แจงรายละเอียดการดำเนินงาน งบประมาณตั้งแต่การจัดงานครั้งที่ 1-7 เพื่อให้ได้ประโยชน์สูงสุด รวมทั้งมีการติดตามประเมินผลการจัดงานอย่างต่อเนื่องด้วย