ไลฟ์สไตล์

จิตสามัญ

จิตสามัญ

21 ก.ย. 2553

เณรน้อยที่เป็นลูกศิษย์ ค่อยๆ ลานเข้าไปหา 'อาจารย์เซ็น' ท่านหนึ่ง พนมมือด้วยความเคารพ แล้วถามว่า “อาจารย์ขอรับ กระผมจะปฏิบัติตามมรรควิถีอย่างไร”

  อาจารย์ตอบว่า “หิวก็กิน ง่วงก็ไปนอนเสีย ”
 เณรน้อยแย้งว่า "อาจารย์ขอรับ คนทั่วไปเขาก็ทำกันอย่างนั้นนี่ขอรับ”
 อาจารย์ว่า “ไม่นะ คนทั่วไปไม่ได้ทำอย่างนั้นหรอก...”
 อธิบายต่อว่า "คนทั่วไปเวลากิน ใจก็คิดเรื่องอีก ๕๐๐ เรื่อง เวลานอนก็เกาะอยู่กับปมปัญหาอีก ๕๐๐ ปม”

 เณรทำหน้างง อาจารย์อธิบายต่อว่า “คิดดูซิเณร คนกี่คนที่ตื่นนอนแล้วก็ยังแก้ปมปัญหาตั้งแต่เมื่อคืนไม่ได้ เวลาเราปฏิบัติเราต้องขจัดอีนุงตุงนังที่เป็นอุปสรรคต่อความสงบในใจออกไป เราพึงให้เนื้อที่กับติดเดิมแท้ของเรา ที่เป็น 'จิตสามัญ' นั่นแหละเป็นมรรควิถีที่เจ้าถามถึงละ”

 ย้อนกลับไปที่ประโยคแรก “หิวก็กิน”
     เราต้องฝึกอย่างหนักที่จะกินโดยไม่คิดอย่างอื่นเลย อยู่กับรสที่สัมผัสลิ้น รับรู้ แล้ววาง รสหวานก็รู้ รสเค็มก็รู้ เพียงนั้น ไม่ต้องปรุงการรับรู้ต่อว่า รสหวานเราชอบ รสเค็มเราไม่ชอบ ทันทีที่มีการปรุง ก็คือการที่เราปล่อยให้ตัวกูของกูเข้ามามีบทบาทเสียแล้ว

 “หิวก็กิน” จึงมิใช่สิ่งเราปุถุชนทำ แต่เป็นสิ่งที่เราพึงทำ ถ้าเราแสวงหาการปฏิบัติที่จะคลายความยึดมั่นถือมั่นในตน และโดยการฝึกปฏิบัติเช่นนี้เอง ที่เราจะปูทางไปสู่เรื่องวิเศษอื่นๆ ที่เราอยากจะทำ...ไปจนถึง สมานฉันท์ ปรองดอง นั่นแหละ

"ธัมมนันทา"