ไลฟ์สไตล์

เทศกาลไทยที่โอซากา

เทศกาลไทยที่โอซากา

21 ก.ย. 2553

ถ้าจะกล่าวถึงงานเทศกาลไทยแล้ว ก็ต้องถือว่าเป็นงานระดับชาติ เพราะงานเทศกาลไทยจะถูกจัดขึ้นตามประเทศต่างๆ มากมายหรืออาจจะบอกได้ว่า ทุกๆ ประเทศที่มีความสัมพันธ์ทางการทูตกับประเทศไทยเรา และวัตถุประสงค์ของเทศกาลไทยก็คือเป็นการโปรโมทประเทศของเราให้ชาวต่างชาติได

 ดังนั้นทุกครั้งที่เทศกาลไทยถูกจัดขึ้นตามประเทศต่างๆ สิ่งที่เป็นการแสดงของศิลปะไทยเราก็จะถูกส่งออกไปโชว์ตามประเทศต่างๆ แบบชนิดที่เรียกว่าสลับหมุนเวียนกันไป และด้วยเหตุนี้จึงทำให้ผมได้มีโอกาสไปตีระนาดในงานเทศกาลไทยอยู่หลายประเทศ ไม่ว่าจะเป็นรัสเซีย อังกฤษ จีน ออสเตรเลีย อเมริกา และอีกหลายประเทศโดยเฉพาะญี่ปุ่น ซึ่งเป็นประเทศที่ผมไปบ่อยที่สุดและได้แสดงในงานเทศกาลไทยถึง 3 ครั้ง และครั้งล่าสุดที่โอซากา ซึ่งผ่านไปเมื่อไม่นานมานี้ และก็เป็นงานเทศกาลไทยที่มีบูธต่างๆ มาออกร้านมากที่สุดครั้งหนึ่งเท่าที่ผมได้เคยสัมผัสงานเทศกาลไทยมาหลายครั้ง

 งานเทศกาลไทยที่โอซากา ครั้งที่ 8 ซึ่งจัดไปเมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม-1 สิงหาคมที่ผ่านมา แลจัดขึ้นที่เมือง NANKOU ซึ่งเป็นเมืองใหม่ของนครโอซากา ที่สร้างขึ้นมาจากการนำขยะมารีไซเคิลให้เป็นดินและนำมาถมทะเลให้เป็นแผ่นดินใหม่ ซึ่งมีเนื้อที่สูสีกับเกาะสมุยบ้านเรา เพียงแต่ว่าพื้นที่ของเขาส่วนใหญ่ยังเป็นที่โล่ง ตึกหรืออาคารบ้านเรือนยังไม่ค่อยหนาแน่น แต่ก็ดูดีสะอาดตา ส่วนสถานที่จัดงานนี้มีชื่อว่า ASIA PACIFIC TRADE CENTER ตั้งอยู่ในเมือง NANKOU ที่เป็นทั้งศูนย์การค้าและท่าเทียบเรือเฟอร์รี่ขนาดใหญ่ บริเวณด้านหน้าของตัวอาคารเป็นลานกว้างมีเนี้อที่กว่า 10 ไร่ ถูกดัดแปลงเป็นสถานที่ใช้จัดงานเทศกาลไทย

 แม่งานใหญ่ในครั้งนี้ก็คือ กงสุลไทยประจำนครโอซากา และก็มีการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยมาร่วมด้วยช่วยกัน รวมถึงภาคเอกชนของไทยอีกหลายแห่ง จึงทำให้งานนี้ดูมีความยิ่งใหญ่ในรูปแบบของการจัดงาน ซึ่งในส่วนของการแสดงทางกงสุลไทยประจำนครโอซากาได้นำศิลปินที่มีชื่อเสียงของบ้านเราไปแสดงบนเวทีใหญ่ ที่ผมเห็นก็มี อ๊อฟ ปองศักดิ์, นิว, จิ๋ว และก็การแสดงพื้นเมืองของภาคเหนือในรูปแบบร่วมสมัยจากเชียงใหม่คณะ SOUTHERN BREEZE

 ส่วนคณะของผมที่จะทำการแสดงในงานเทศกาลไทยในครั้งนี้ซึ่งมาในนามของ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ซึ่งส่วนใหญ่จะเรียกกันว่า ททท. ดังนั้นผมจึงต้องแสดงทั้งบนเวทีใหญ่และที่บูธของ ททท. โดยบนเวทีใหญ่วงของผมได้นำเพลง โดราเอมอน กับ ดอกไม้ให้คุณ มาเรียบเรียงใหม่และนำมาแสดงในงานนี้โดยเฉพาะ จึงทำให้เป็นที่ชื่นชอบแก่ผู้ชมชาวญี่ปุ่น ส่วนที่บูธของ ททท. ผมได้ไปแสดงเดี่ยวระนาดเอกพร้อมกับสอนวิธีการตีระนาดเอกให้ผู้ชมชาวญี่ปุ่นและมีดีเจของญี่ปุ่นมาร่วมพูดคุย จึงทำให้บูธของ ททท. มีผู้เข้าร่วมชมมากเป็นพิเศษ ซึ่งก็เป็นครั้งแรกของผมในชีวิตที่ได้มีโอกาสสอนให้ชาวญี่ปุ่นได้ตีระนาดเอกถึงประเทศญี่ปุ่น แม้จะเป็นเวลาสั้นๆ แต่อย่างน้อยก็ทำให้เขาได้รู้จักกับระนาดของไทยเรา และก็ไม่น่าเชื่อว่างานเทศกาลไทยครั้งนี้ ผมจะมีแฟนคลับเป็นชาวญี่ปุ่นมากมายหลายคน ซึ่งได้นำแผ่นซีดีชุดระนาดบางกอก และบางกอกอคูสติก รวมถึงแผ่นวีซีดีและโปสเตอร์ภาพยนตร์เรื่อง โหมโรง เวอร์ชั่นญี่ปุ่น มาให้ผมเซ็นเกือบๆ 30 คน

 และหนึ่งในนั้นเป็นผู้ชายวัยกลางคนชื่อ อากิซัง เดินทางไกลมาจากโตเกียว เขาได้อยู่ชมผมแสดงทั้ง 2 วัน และสิ่งที่เขาต้องการมากที่สุดก็คือเสื้อยืด ยูนิฟอร์มใหม่ของวงผมและต้องเป็นตัวที่ใส่แสดงอยู่บนเวทีอีกด้วย แต่เท่าที่ผมสังเกตดูชาวญี่ปุ่นที่มาขอลายเซ็นและขอถ่ายรูปกับผมนั้น จะพูดภาษาไทยได้เกือบทุกคน แสดงว่าชาวญี่ปุ่นที่ชื่นชอบเมืองไทยของเรานั้นก็มีอยู่มาก มันเป็นเรื่องที่ชาวไทยเราต้องภาคภูมิใจและควรที่จะช่วยกันทำให้ประเทศไทยของเรานั้นเป็นที่ชื่นชอบของชาวญี่ปุ่นและอื่นๆ ในโลกกันต่อไปยิ่งๆ ขึ้น  ส่วนตัวผมเองในช่วงเดือนกรกฎาคมได้มีโอกาสไปแสดงงานเทศกาลไทยทั้งที่นครชิคาโกและโอซากา ผมต้องขอขอบคุณ กระทรวงวัฒนธรรม และ กระทรวงการต่างประเทศ รวมถึง การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ที่ให้โอกาสผมได้ทำหน้าที่ศิลปินไทยอย่างเต็มที่ ด้วยการบรรเลงระนาดเอกให้ชาวอเมริกาและญี่ปุ่นได้ชื่นชมเพลงไทยและเครื่องดนตรีไทย

 บอกตรงๆ ว่า ดีใจที่ได้เกิดมาเป็นคนไทย และก็ภูมิใจที่ได้เกิดมาเป็นนักดนตรีไทยด้วยครับ...

"ขุนอิน"