ไลฟ์สไตล์

จม.ถึงผู้แทน
รมว.คมนาคม

จม.ถึงผู้แทน รมว.คมนาคม

21 ก.ย. 2553

รถเมล์เก็บเกินราคา ผมประสบเหตุการณ์กระเป๋ารถเก็บค่าโดยสารเกินราคาถึง 2 ครั้งในเวลาห่างกันไม่นานนัก

 ครั้งแรก วันที่ 26 สิงหาคม 2553 เวลาประมาณ 13.55 น. ผมขึ้นรถ ขสมก. สาย ปอ.168 จากหน้ากรมผังเมือง ถนนพระราม 9 ไปลงป้ายตรงข้ามโอสถสภา ถนนรามคำแหง กระเป๋าเก็บค่าโดยสาร 16 บาท (หมายเลขตั๋ว 3126089) ผมขึ้นเป็นประจำค่าโดยสารแค่ 14 บาทครับ เพื่อความแน่ใจ ผมตรวจสอบราคาแล้วครับจากคอล เซ็นเตอร์ ของ ขสมก. ค่าโดยสาร 14 บาทครับ แต่เขาเก็บเงินผมเกิน 2 บาท
 ครั้งที่สอง วันที่ 6 กันยายน 2553 เวลาประมาณ 19.40 น. ผมขึ้นรถยูโร ขสมก. สาย ปอ.137 หมายเลขข้างรถ 4-44100 จากหน้าห้างบิ๊กซี ถนนรามคำแหง ไปลงเดอะมอลล์ บางกะปิ กระเป๋าเก็บค่าโดยสาร 14 บาท (หมายเลขตั๋ว 8850178) ระยะทางใกล้ๆ เริ่มต้นค่าโดยสาร 12 บาทครับ
 ผมไม่อยากให้เรื่องทำนองนี้เกิดขึ้นอีก เกิดขึ้นบ่อยจน ขสมก. มีป้ายติดบนรถว่า "ให้ผู้โดยสารทักท้วงเรื่องค่าโดยสาร หากมีการเก็บเกินราคา หากไม่มีการทักท้วงถือว่า พนักงานเก็บค่าโดยสารถูกต้องแล้ว" ผมว่า บางครั้งผู้โดยสารก็ไม่ได้สังเกตหรอกครับ บางทีกระเป๋าทอนเงินมา ก็ไม่ค่อยได้ดู หรือบางทีรู้ แต่เห็นว่า เงินแค่บาทสองบาท ขี้เกียจเถียงกับกระเป๋าที่ชอบเสียงดังใส่ผู้โดยสาร ไม่ค่อยมีใครอยากตอแยด้วย
 ผมถูกเก็บค่าโดยสารเกินราคาถึง 2 ครั้ง และคิดว่า อาจจะเกิดกับผู้อื่นด้วย หากกระเป๋ามีเจตนาโกงผู้โดยสารสักคนละ 2 บาท 100 คนก็ 200 บาทต่อวัน เดือนละ 6,000 บาท ไม่น้อยเลยนะครับ อย่าคิดว่า เป็นเรื่องเล็กๆ น้อยๆ
 ผมเคยคิดไปแจ้งความข้อหาฉ้อโกงประชาชน แต่อายตำรวจครับ แค่บาทสองบาท ตำรวจคงออกเงิน 2 บาทให้ผม แล้วไล่ผมกลับบ้าน แต่ผมอยากให้เป็นบทเรียนแก่พนักงาน ขสมก. ทั้งเรื่องมารยาทการขับรถ มารยาทการบริการ การพูดจา ฯลฯ ดังปรากฏเป็นข่าวเป็นระยะๆ และยังไม่มีทีท่าว่าจะแก้ไขได้อย่างไร
 หรือว่าผู้โดยสารรถประจำทางเป็นบุคคลชั้น 2 ที่รัฐบาลและทางราชการไม่ให้ความสำคัญ จึงไม่ใส่ใจในการแก้ไขปัญหา ผมเห็นว่า การขาย ขสมก. ให้เอกชน เป็นทางออกที่ดีครับ ประชาชนน่าจะได้รับการบริการที่ดีขึ้น ดีกว่าปล่อยให้เป็นปัญหาคาราคาซัง และขาดทุนย่อยยับ เปลืองภาษีของคนทั้งประเทศจนทุกวันนี้
พีนัท สากเหล็ก