
"โรคจากวิถีชีวิต" ค่ายา 1 แสนล้าน
โรคไม่ติดต่อ ซึ่งกำลังเป็นปัญหาแพร่ระบาดทั้งในไทยและทั่วโลก เป็นสาเหตุการเสียชีวิตของประชากรโลกมากถึงร้อยละ 60 ของการเสียชีวิตทั้งหมด
ผลจากกระแสบริโภคนิยม วัตถุนิยม ของประชาชนไทย ทำให้สุขภาพคนไทยเสื่อมถอยลงเรื่อยๆ และเกิดโรคจากวิถีชีวิต ที่สำคัญอันดับต้นๆ มี 5 โรค ได้แก่ โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง และโรคมะเร็ง ซึ่งเป็นโรคไม่ติดต่อ รักษายาก และไม่หายขาด ต้องเข้า-ออกโรงพยาบาล และพึ่งยาตลอดชีวิต ค่าดูแลรักษาแพง ตกปีละประมาณ 1 แสนล้านบาท และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น และโรคเหล่านี้ยังมีผลให้เกิดผู้ป่วยอัมพาตหรือพิการเพิ่มมากขึ้น
แนวทางแก้ไขปัญหาโรควิถีชีวิตนั้น ต้องแก้ที่ต้นเหตุ คือ ลดการบริโภคอาหารที่บั่นทอนสุขภาพ หวาน มัน เค็ม โดยมีข้อมูลล่าสุดในปี 2551 ว่า คนไทยดื่มน้ำอัดลม กินขนมขบเคี้ยว ปีละ 2 ล้านกว่าบาท โดยบริษัทผู้ผลิตทุ่มเงินโฆษณาอาหาร 2 ประเภทนี้ ปีละกว่า 4.5 ล้านบาท และทุ่มทุนโฆษณาอาหารปีละกว่า 16 ล้านบาท ซึ่งการโฆษณาดึงดูดให้ประชาชนหันไปบริโภคสินค้า และทำให้เกิดปัญหาตามมาคือเกลือเกิน น้ำตาลเกิน ทำให้เป็นโรคอ้วน เกิดเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูงตามมา นอกจากนี้ ในกลุ่มของประชาชนทั่วไปอายุ 15 ปีขึ้นไป พบว่าพึ่งยาลดความอ้วนเพิ่มสูงขึ้น 16.3 เท่าตัวในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา
วิธีการป้องกันไม่ให้อ้วน และไม่ให้เกิดโรคภัย จะต้องเร่งรณรงค์ประชาชน เพิ่มกินผักและผลไม้ให้มากขึ้น เพิ่มการออกกำลังกาย งดสูบบุหรี่ ดื่มสุรา รวมถึงควบคุมอารมณ์ ความเครียด ความโกรธ มีการเฝ้าระวังตรวจสุขภาพประชาชนเบื้องต้น ตรวจคัดกรองสุขภาพค้นหาความเสี่ยงเกิดโรค และให้การดูแลสุขภาพอย่างสม่ำเสมอและต่อเนื่อง จนถึงขั้นติดเป็นนิสัย
"โรคจากวิถีชีวิต" 5 โรค ได้แก่
- เบาหวาน
- ความดันโลหิตสูง
- หัวใจ
- หลอดเลือดสมอง
- มะเร็ง
องค์การอนามัยได้ให้ความสนใจและเชื่อมั่นว่าประเทศไทยจะเป็น 1 ใน 3 ประเทศเอเชีย คือไทย จีน และอินเดีย ที่มีศักยภาพเพียงพอที่จะสามารถป้องกันและแก้ไขปัญหาไม่ให้ลุกลามได้
นพ.ไพจิตร์ วราชิต
ปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.)



