
เรื่องของเบรก
เบรกหรือระบบห้ามล้อ ในรถยนต์ถูกพัฒนาตามเทคโนโลยีของรถยนต์ แม้รูปแบบของเบรกในรถยนต์มองจากสายตาของผู้ใช้รถแล้วจะไม่เห็นความแตกต่างกันมากนักกับรถเมื่อวันวานจากผ้าเบรกแบบใช้ฝักเบรกหรือเบรกดรัมทั้งล้อหน้าและล้อหลัง ที่ไม่มีหม้อลมช่วย เปลี่ยนมาเป็นเบรกหน้าแบบ
มีหม้อลมช่วย รวมทั้งดิสก์เบรกทั้งสี่ล้อ ตามมาด้วยระบบป้องกันล้อล็อกหรือ เอบีเอส และจากจากจุดเริ่มต้นของ ABS เรามีตัวช่วยกระจายแรงเบรกโดยอัติโนมัติ (EBD) ต่อด้วย ระบบช่วยเพิ่มแรงดันน้ำมันเบรก (BAS) หรือ ระบบเบรกไฟฟ้า ตามมาด้วย ตัวช่วยที่ใช้ประโยชน์จากเบรกโดยที่เราก็อาจจะนึกไปไม่ถึงเช่น Traction control หรือตัวป้องกันล้อฟรี และล่าสุดระบบการความคุมเสถียรภาพการทรงตัว (ESP) ทั้งหมดเป็นการคิดค้นพัฒนาที่ได้มาอย่างต่อเนื่องและยาวนาน และเป็นหน้าที่ที่คนใช้รถจะต้องเรียนรู้ถึงการมีการเป็นและการใช้ของแต่ละระบบ และที่สำคัญผู้ใช้รถต้องปรับตัวปรับพฤติกรรมในการใช้รถให้ตรงตามเทคโนโลยีที่ถูกติดตั้งมาแล้วความปลอดภัยจึงจะเกิดขึ้นตามที่ต้องการ
น่าเสียดายที่ยังมีคนใช้รถอีกมากมายที่พยามจะแก้ไข ปรับแต่ง ติดตั้งอุปกรณ์เพิ่มเติมตามที่ต้องการ หรือพูดง่ายๆ ว่าแทนที่จะปรับตัวให้เข้ากับรถก็มาปรับรถให้เข้ากับความต้องการหรือพฤติกรรมจากความเคยชิน จากคำบอกเล่า โดยเฉพาะในเรื่องของระบบห้ามล้อหรือระบบเบรก และที่น่าเสียยิ่งกว่าก็ คือบ้านเราอุบัติเหตุเกิดจากรถยนต์นั้นมีสถิติที่ติดอันดับโลกเรายังไม่มีใครหรือหน่วยงานใดมาวิเคราะห์หรือวิจัยกันเลยว่ามีสาเหตุอันใดบ้างที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุก่อให้เกิดความสูญเสียนอกจากความ ประมาท โดยเฉพาะในเรื่อง ของเบรก
หลายคนพยายามที่จะปรับแต่งแก้ไขระบบเบรกให้ดีขึ้น เพราะคิดว่ารถยนต์ที่ตนเองขับอยู่นั้นเบรกไม่ดีพอโดยลืมคิดไปว่าเราต้องปรับตัวให้เข้ากับรถซึ่งน่าจะเป็นเรื่องที่ง่ายกว่าการแก้ไขปรับแต่ง เช่นมี คำ ร่ำลือ ว่ารถรุ่นนั้นเบรกไม่ดีเบรกไม่อยู่ทางแก้ไขต้องเพิ่มขนาดของ หม้อลมเบรก
ตามคำบอกเล่าที่ขาดองค์ความรู้ในเรื่องของ ระบบเบรกและเครื่องยนต์ เช่น ในรถยนต์บางรุ่น จะมีหม้อลมเบรกที่ใหญ่กว่าแบบที่ตนเองใช้อยู่ก็เลยเชื่อว่าถ้าเปลี่ยนหม้อลมเบรกแล้วจะทำให้รถของตนเองเบรกดีขึ้น โดยลืมที่จะนึกไปว่าหม้อลมเบรกหรือหม้อสุญญากาศเบรกนั้นทำงานได้ด้วยแรงดูดของเครื่องยนต์เครื่องยนต์ยุคใหม่ขนาดเล็กลงใช้แรงดูดน้อยแต่มีแรงอัดมากขึ้น จึงต้องเปลี่ยนให้ขนาดของ หม้อลมใหญ่ขึ้น การใหญ่ขึ้นของหม้อลมไม่ใช่ทำให้เบรกหยุดได้ดีขึ้นกว่าเดิม แต่ความใหญ่นั้นทำให้ผู้ขับออกแรงได้น้อยลงเพื่อจะให้เบรกทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ
ขนาดของหม้อลมขึ้นอยู่กับการคำนวณ แรงดันน้ำมันเบรก ที่ขึ้นอยู่กับ แม่ปั๊มเบรก ลูกสูบเบรกหรือคาลิปเปอร์ที่แต่ละล้อ ขนาดของท่อทางเดินน้ำมันและแรงกดบนผ้าเบรกที่จะไปจับจานเบรกและที่สำคัญเบรกที่มีระบบตัวช่วยเบรกเช่น ABS EBD BAS และหรือ ESP การเปลี่ยนแปลงขนาดของหม้อลมจะส่งผลต่อการทำงานของตัวช่วยต่างๆ เช่น เวลาของการจับแล้วปล่อยของ ABS แรงดันที่กระจายกันไปของทั้งสี่ล้อใน EBD แรงจับที่เพิ่มขึ้นหรือลดลงของ BAS และ ESP
หลายคนยินดีที่จะเสียเงินเปลี่ยน ดรัมเบรกบนล้อหลังเป็นดิสก์เบรก โดยเชื่อว่าดิกส์เบรกมีประสิทธิภาพดีกว่าดรัมเบรกโดยลืมคิดไปว่าประสิทธิภาพในการเบรกที่ดีนั้นส่วนหนึ่งมาจากขนาด พื้นที่ของผ้าเบรก ไปจับกับจานเบรก ผ้าเบรกในแบบดิสก์ (Brake Pad) จะมีขนาดโดยรวมน้อยกว่าเนื้อที่ของผ้าเบรกแบบดรัมหรือฝักเบรก (Brake shoes) เกือบเท่าตัว ในแต่ละล้อ จริงอยู่ดิสก์เบรกอาจจะมีข้อดีในเรื่องของความยากง่ายในการดูแลบำรุงรักษาและการระบายความร้อนที่ดีกว่าแบบดรัมเบรก แต่ไม่ใช้มีประสิทธิภาพที่ดีกว่าในทุกกรณี
ครับอยากจะเอามาเตือนกันไว้โดยเฉพาะในฤดูฝนน้ำท่วมน้ำหลากน้ำขังแบบนี้ ความปลอดภัยขึ้นอยู่กับประสิทธิภาพของเบรกที่ติดรถมา และสำคัญที่สุดขึ้นอยู่กับคำว่าคุณขับได้หรือขับเป็นมากกว่าการแก้ไขปรับตั้ง ตกแต่งเพิ่มเติมให้ผิดไปจากมาตรฐานอุบัติเหตุลดลงได้อย่างแน่นอน เมื่อคุณปรับตัวให้เข้ากับรถให้เข้ากับสถานการณ์ อยากกราบไหว้วิงวอนกันละครับอย่าไปยุ่งเกี่ยวกับระบบที่ควบคุมความเป็นความตายของคุณและบุคคลที่สามเลยครับที่เบรกมีปัญหาก็เข้าหาผู้ชำนาญเรื่องนั้นอย่าเอาชีวิตไปฝากไว้กับคำเขาว่าเลยครับ



