ไลฟ์สไตล์

หน.ตร.พระจี้สอบพระปราโมทย์ตั้งกุฎิใกล้แม่ชี

หน.ตร.พระจี้สอบพระปราโมทย์ตั้งกุฎิใกล้แม่ชี

17 ก.ย. 2553

หัวหน้าตำรวจพระแนะสอบพระปราโมทย์ตั้งกุฎิใกล้แม่ชีอรนุช ชี้ไม่เหมาะสมอย่างยิ่ง หากผิดจริงโทษมีตั้งแต่อาบัติสถานเบาไปจนถึงสุดสูงถึงขั้นปาราชิก พศ.ย้ำที่พักสงฆ์4พันแห่งทั่วไทยรับบริจาคได้แต่ต้องแจงบัญชี

เมื่อวันที่ 17 ก.ย.2553  พระรัตนเมธี เจ้าอาวาสวัดแก้วฟ้าจุฬามณี ในฐานะหัวหน้าพระวินยาธิการ (ตำรวจพระ) ในเขต กรุงเทพมหานคร กล่าวว่า กรณีของพระปราโมทย์ ปาโมชโช เจ้าสำนักสวนสันติธรรม อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี ที่มีกุฏิอยู่ใกล้กับแม่ชีอรนุช ซึ่งเป็นอดีตภรรยา และอยู่ในที่ลับตาคนนั้น ตามหลักของพระสงฆ์แล้วการอยู่ในที่ลับตา จะมีโอกาสอาบัติ 3 ระดับ คือ 1 อาบัติปาจิตตีย์ ซึ่งเป็นโทษสถานเบาสุด 2. อาบัติสังฆาทิเสส ซึ่งเป็นโทษที่มีความรุนแรงรองจากปาราชิก 3. อาบัติปาราชิก ต้องถูกตัดขาดจากความเป็นพระสงฆ์

 "กรณีนี้ ยังไม่สามารถบอกได้ว่าจะอาบัติหรือไม่ เพราะไม่ทราบว่าพระปราโมทย์มีการกระทำอะไรที่เข้าข่ายอาบัติ จึงควรจะต้องหาข้อมูลและตรวจสอบข้อเท็จจริง ซึ่งการที่จะเข้าข่ายอาบัติถึงขั้นปาราชิกนั้น มีสถานเดียวคือ จะต้องมีเพศสัมพันธ์กับสตรี อย่างไรก็ตาม พฤติกรรมของพระปราโมทย์ที่มีกุฏิอยู่ใกล้กับแม่ชีอรนุช ในทางพระสงฆ์ ถือว่าไม่เหมาะสมอย่างยิ่ง และเห็นว่าควรต้องตรวจสอบโดยเร็วที่สุด"พระรัตนเมธี กล่าว

พศ.ย้ำที่พักสงฆ์4พันแห่งทั่วไทยรับบริจาคได้แต่ต้องแจงบัญชี

 นายนพรัตน์ เบญจวัฒนานันท์ ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) เปิดเผยถึงกรณีสวนสันติธรรม ศรีราชา (บ้านเลขที่ 332 หมู่ 6 หนองขาม ศรีราชา ชลบุรี) มีการเปิดบริจาคเงินเพื่อจัดตั้งวัดนั้นเป็นไปตามกฎกระทรวง ฉบับที่ 1 (พ.ศ.2507) ออกตามความในพ.ร.บ.คณะสงฆ์ พ.ศ. 2505 โดยการจัดตั้งวัด เบื้องต้นจะต้องมีคุณสมบัติสำคัญๆ ดังนี้ ต้องมีที่ดินอย่างน้อย 6 ไร่ขึ้นไป โดยอยู่ห่างจากวัดใกล้เคียงประมาณ 2 กม. มีประชาชากรในชุมชนให้การรองรับการจัดตั้งวัดไม่ต่ำกว่า 1,000 คน พร้อมกันนี้จะต้องมีวงเงินพร้อมที่จะใช้ดำเนินกิจกรรมวัดเบื้องต้นไม่ต่ำกว่า 50,000 บาท

 “เมื่อพศ. รับเรื่องการขอจัดตั้งวัด จะเร่งตรวจสอบเบื้องต้นว่าเอกสารที่ดินทื่ยื่นมานั้นถูกต้องหรือไม่ หากเป็นชื่อบุคคลทั่วไปจะไม่ติดใจ แต่หากเป็นชื่อสถานที่ราชการ ต้องให้หน่วยงานเจ้าของที่ดินอนุญาตเสียก่อน เช่น กรมป่าไม้ สปก. กรมธนารักษ์ หากตรวจสอบว่ามีความถูกต้องแล้วก็จะออกใบอนุญาตตั้งวัดให้ จากนั้นต้องรอให้มีความพร้อมในการจัดตั้งวัด โดยต้องมีการโอนที่ดินจากชื่อบุคคล หรือหน่วยงานราชการ มาเป็นชื่อวัด ถือเป็นศาสนสมบัติของวัดโดยสมบูรณ์ แต่โดยทั่วไปคนมักมีความเข้าใจผิดเรื่องที่พักสงฆ์ สำนักสงฆ์ และวัด ไม่ตรงกัน จึงขอชี้แจงว่า หากอยู่ระหว่างการดำเนินการขอจัดตั้งวัดเรียกว่า ที่พักสงฆ์ แต่พอได้รับใบอนุญาตตั้งวัด เรียกว่า สำนักสงฆ์ สุดท้ายหากได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา จึงเรียกว่า วัด ได้อย่างเต็มตัว” ผอ.พศ. กล่าว

 ผอ.พศ. กล่าวต่อไปว่า สำหรับการเปิดรับบริจาคเงินในการจัดตั้งวัดนั้น เป็นไปตามกฎระเบียบของมหาเถรสมาคม( มส.) และ พ.ร.บ.คณะสงฆ์ แต่จะต้องมีการแสดงบัญชีทรัพย์สินและการเบิกจ่ายทุกอย่าง ยกเว้น กรณีประชาชนนำเงินใส่ซองถวายพระรูปใดรูปหนึ่งถือเป็นทรัพย์สินของพระรูปนั้น ปัจจุบันมีที่พักสงฆ์ที่อยู่ระหว่างดำเนินการขอจัดตั้งเป็นวัดกว่า 4,000 แห่งทั่วประเทศ ส่วนใหญ่ติดปัญหาเรื่องเอกสารสิทธิ์ที่ดินยังไม่เรียบร้อย เพราะเป็นการใช้พื้นที่ราชการ ป่าสงวน วนอุทยาน ซึ่งทางพศ.จะต้องส่งเรื่องไปยังกรมอุทยาน และกรมป่าไม้ ให้มีหนังสืออนุญาตให้ใช้พื้นที่ได้เสียก่อน โดยอาจมีเงื่อนไขต้องปลูกป่า ดูแลพื้นที่ป่านั้นด้วย ต่อเมื่อเลิกสภาพความเป็นวัดที่ดินดังกล่าวจะต้องคืนให้กับเจ้าของหน่วยงานราชการเดิม ส่วนการขอจัดตั้งวัดบนพื้นที่เอกชน 99.99 % ไม่มีปัญหาสามารถจัดตั้งได้เลย