
ชีวิตช้าๆ ที่ มัลดีฟส์
ยุคนี้ใครๆ ก็พูดถึงการใช้ชีวิตแบบ Slow Life กันจนเป็นแฟชั่นทางลมปาก แต่ชีวิตมนุษย์เงินเดือนบางครั้งก็ไม่อนุญาตให้เนิบช้าได้ตามใจคิด งานกองพะเนิน จ๊อบพะรุงพะรัง ภาระหน้าที่การงานที่ล้นมือลามไปท่วมสมอง เลยปล่อยให้ตัวเองไหลไปกับกระแสของความเร่งรีบ อย่างไม่ค่
3-4 วัน บนเกาะมัลดีฟส์ เป็นวันพักผ่อนที่มีคุณภาพคับแก้ว มิสเตอร์ฟรายเดย์บอกกติกาเรื่องเวลาของชาวโซเนวา กีลี รีสอร์ท ว่าที่นี่ ทุกคนจะปรับเข็มนาฬิกาให้เร็วกว่าที่เมืองหลวงอย่างมาเล 1 ชั่วโมง ด้วยเหตุผลที่ว่า อยากให้แขกเหรื่อได้ใช้เวลากับแสงแดดในแต่ละวันได้อย่างคุ้มค่า ส่วนใครจะนั่งๆ นอนๆ เอกเขนกอยู่ริมน้ำกับหนังสือเล่มโปรด ลงไปชิมน้ำทะเล หรือเกลือกกลิ้งปิ้งตัวตามหาดทราย ก็แล้วจริตและความชอบของแต่ละคน แต่ไม่ต้องกลัวว่าจะเบื่อ เพราะที่นี่เขามีกิจกรรมให้เลือกทำมากมาย ซึ่งล้วนแต่เป็นกิจกรรมที่ไม่หลุดคอนเซ็ปต์ Slow Life
ปกติฉันเป็นคนที่เล่นโยคะอยู่แล้ว แต่วันนี้พิเศษที่สุดที่ได้เรียนโยคะริมทะเลใต้ศาลามะพร้าว แวดล้อมไปด้วยอากาศดีๆ ท่ามกลางความสวยสงบของเกาะเล็กๆ แห่งนี้ จึงเป็นการเล่นโยคะที่มีความสุขที่สุดเลยก็ว่าได้
นอกจากโยคะจะช่วยให้ปอดกระชุ่มกระชวยแล้ว ที่นี่เขาก็ยังสอนไทชิด้วย เป็นอีกกิจกรรมหนึ่งที่แขกเหรื่อของโซเนวา กีลี ชอบกันมาก เพราะได้ฝึกควบคุมลมหายใจเข้าออก สารภาพก็ได้ว่าอยากลองเล่นมานานแล้ว วันนี้สมใจจริงๆ
มีอีกอย่างที่มิสเตอร์ฟรายเดย์แนะนำว่ามาพักผ่อนที่นี่ทั้งที ห้ามพลาดเด็ดขาด นั่นคือโปรแกรมสปา อย่างที่ทราบๆ กันว่า Sixsense Spa ขึ้นชื่อว่าเป็นสุดยอดสปาชั้นนำของโลก แล้วแบบนี้จะพลาดได้อย่างไร
สปาที่นี่ไม่ธรรมดา เขาคำนึงถึงคุณภาพของผลิตภัณฑ์และมาตรฐานการให้บริการที่เหนือชั้น เลยระดมคนนวดฝีมือดีจากชาติต่างๆ มาอยู่ที่นี่ มีทั้งจากเวียดนาม อินโดนีเซีย และแน่นอนคนนวดฝีมือดีจากเมืองไทยก็มี 4-5 คน มีให้เลือกหลายโปรแกรม ทั้งนวดไทย นวดแบบสวีเดน และนวดอโรมา เลือกได้ตามชอบ แถมนวดเสร็จใครจะเข้าเซาน่า หรือเข้าสตีมก็ได้
เรื่องบรรยากาศเนี่ยสุดยอดมาก ส่วนที่เป็นสปา เขาทำแยกเป็นเรือนไม้ยื่นออกมากลางทะเล มีระเบียงและเตียงไม้เอาไว้ให้นอนเอกเขนก ส่วนตอนนวด ถ้าเป็นที่อื่นพอนอนคว่ำ ก็เป็นอันว่าเอาหน้าดมหมอนกันไป แต่ที่นี่เจาะเป็นช่องแล้วกั้นด้วยกระจกใส ให้เห็นปลาตัวเล็กตัวน้อยแหวกว่ายอยู่ใต้ถุนบ้าน เคลิ้มยังไงก็หลับไม่ลง ทั้งเพลินตัวเพลินตา
อยู่ที่นี่เหมือนพาตัวเองไปดีท็อกซ์ครบทุกส่วนยังไงไม่ทราบ คิดดูสิ หูก็ยังได้ดีท็อกซ์เลย ที่นี่เขาไม่มีเสียงเครื่องยนต์ของรถหรือเรือมาเบิ้ลใส่ให้รำคาญหู จมูกก็ไม่มีควันจากท่อไอเสียมาส่งกลิ่นเหม็น มีแต่กลิ่นหอมของธรรมชาติและเสียงคลื่นลมที่ทำให้รื่นหู ก็ที่นี่เขาใช้แต่จักรยาน ทั้งแขกเหรื่อและเจ้าหน้าที่ของโซเนวา กีลี จะมีจักรยานเป็นของตัวเองคนละคัน เอาไว้ซิ่งไปบนถนนและซอกซอยของเกาะเล็กๆ แห่งนี้
เห็นเกาะเล็กๆ แบบนี้ไม่น่าเชื่อว่ามีอะไรอีกตั้งหลายอย่างอยู่บนนี้ มีทั้งสระว่ายน้ำ ฟิตเนส และ สนามเทนนิส แต่ที่น่าสนใจก็เป็นสวนผักออแกนิกและสมุนไพร ที่นี่เขาปลูกผักเอง ที่เห็นพวกสลัดหรืออาหารมื้อต่างๆ ที่มีผักเสิร์ฟบนโต๊ะ ก็เป็นผักที่มาจากสวนผักกลางเกาะ เรียกได้ว่าในความหรูหราซ่อนชีวิตเรียบง่ายที่มีคุณภาพเอาไว้
ที่จริงจะพูดว่าที่นี่เป็น กรีน รีสอร์ท ก็คงพูดได้เต็มปาก เพราะทั้งแนวคิดและรูปแบบการบริการ เขายึดหลักไม่ทำร้ายและไม่รุกรานธรรมชาติ เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และรักท้องทะเล
น่าทึ่งมากกว่านั้นอีก เมื่อรู้ว่าทั้งน้ำดื่มน้ำใช้บนเกาะนี้ เขานำมาจากน้ำทะเลทั้งสิ้น นำมาผ่านกระบวนการกรองหลายขั้นตอนด้วยเครื่องไม้เครื่องมืออันทันสมัย ก่อนจะมาบรรจุน้ำลงขวดแก้ว
ไม่ใช่แค่นั้น บอกแล้วว่าที่นี่เขาคำนึงถึงสิ่งแวดล้อมมาก ขนาดน้ำที่เราใช้แล้ว เขายังมีท่อน้ำทิ้งใต้ทะเลที่จะส่งตรงไปหาบ่อบำบัดน้ำเสีย นำน้ำที่เราอาบกลับไปบนเกาะซึ่งมีบ่อบำบัดขนาดใหญ่ คอยเปลี่ยนน้ำเสียให้กลับมาเป็นน้ำดี แล้วนำมาใช้ใหม่ จะได้ไม่นำสิ่งปนเปื้อนลงสู่ท้องทะเล ตามแนวคิดไม่ระรานธรรมชาติ
นี่คงเป็นเหตุผลให้ที่นี่น้ำใสแจ๋ว มีปลาสารพัดสายพันธุ์ว่ายกันเต็มไปหมด พวกลูกปลาฉลามตัวเล็กๆ หรือปลากระเบนเนี่ยไม่ต้องไปไหนไกล แค่นั่งเล่นบนบ้าน ก็เห็นแล้ว
อยู่ที่นี่แค่เอกเขนกอยู่ในบ้านก็มีความสุขแล้ว แต่ที่โซเนวา กีลี เขามีอีกหลายมุมที่มีไว้พักผ่อนหย่อนอารมณ์ อย่างมุมที่เป็นห้องสมุดเนี่ย มีแม็กกาซีนและหนังสืออ่านเล่นให้เลือกหลากหลาย หรือใครที่มีธุระที่ต้องติดต่อกับโลกไซเบอร์ เขาก็มีอินเทอร์เน็ทเอาไว้บริการ
ใครจะอยู่กับหนังสือเล่มโปรด จะเล่นหมากรุกเพลินๆ หรือใครคันไม้คันมืออยากจะช็อปปิ้ง ไม่น่าเชื่อว่าเขามีร้านรวงให้ระบายเงินด้วย มีทั้งของแฮนด์เมด ของที่ผลิตจากฝีมือชาวเกาะ ภาพเขียน โปสการ์ด ผลิตภัณฑ์ที่คิดค้นจากโซเนวา กีลีเอง ไปจนถึงเสื้อผ้า ชุดว่ายน้ำ และอุปกรณ์กันแดดทั้งหลาย แต่ถ้าใครอยากซื้อพวกเครื่องประดับราคาแพง เขาก็มีร้านจิวเวลรี่ให้เลือกช็อปของสวยๆ ด้วย
ได้แต่นึกขอบคุณโซเนวา กีลี (โทร.0-2631-9777) และสายการบินบางกอกแอร์เวย์ส (โทร.1771) ที่พาไปสัมผัสโลกแห่งความแช่มช้า พาไปใช้ชีวิตเนิบนาบ ที่แทบไม่น่าเบื่อเลยสักวินาทีเดียว ตรงกันข้าม ช่างเป็นชีวิตที่หอมหวานจนอยากกักเก็บชีวิตแบบนี้เอาไว้ให้นานที่สุด
เรียกว่าเป็นมัลดีฟส์เที่ยวที่ประทับใจที่สุด ไม่ใช่เพราะติดใจในรสชาติความหรูหราของโซเนวา กีลี แต่ติดใจในรสชาติของชีวิตช้าๆ ต่างหาก
"กาญจนา หงษ์ทอง"



