ไลฟ์สไตล์

ความสุขในถ้วยกาแฟ ของ "แม็ค"จักรกฤต เบเนเดตตี้

ความสุขในถ้วยกาแฟ ของ "แม็ค"จักรกฤต เบเนเดตตี้

18 ก.ย. 2553

เสน่ห์เย้ายวนแห่งรูป รส และกลิ่นของกาแฟ ตรึงให้ใครต่อใครใหลหลงมานักต่อนัก จนบางครั้งนำมาซึ่งไอเดียต่อยอดอยากเก็บสะสมของรักของหวงจากสิ่งที่ชอบ โดยเฉพาะถ้วยกาแฟหลากดีไซเนอร์ สีสันเตะตานั้นได้กลายเป็นแรงใจให้นักธุรกิจหนุ่มลูกเสี้ยวอิตาเลียน-ไทย "แม็ค" จักรกฤ

    ถามว่าเริ่มตั้งแต่ตอนไหน หนุ่มผู้มีนามสกุลพ้องกับนักร้องสาวคนดัง แต่ไม่ได้รู้จักกันเป็นเครือญาติแม้แต่น้อย บอกเป็นคนชื่นชอบการดื่มกาแฟมากๆ ซึ่งส่วนหนึ่งอาจเกี่ยวข้องกับการทำธุรกิจนำเข้ากาแฟพรีเมี่ยมจากอิตาลีด้วย จึงมีความผูกพันชนิดฝังรากลึก ทุกวันนี้ตื่นเช้ามาจะไม่มองหาอาหารเช้าบนโต๊ะ แต่จะตรงปรี่เข้าหาถ้วยกาแฟแล้วชงดื่มให้ชื่นใจ

 "ผมชอบเอสเปรสโซ่นะ ดำๆ เพียวๆ มันได้รสชาติดี อร่อยด้วย แล้วเดี๋ยวนี้เขาก็มีกาแฟชนิดแคปซูลพร้อมชงด้วย ก็สะดวกดี แต่บางอารมณ์อยากให้ท้องหนักๆ บ้างก็อาจจะกินขนมปังกับคาปูชิโน่ แค่นี้ก็อยู่ได้แล้ว ส่วนการเก็บสะสมถ้วยกาแฟ ก็รู้สึกชอบตั้งแต่เริ่มนำเข้าเมล็ดกาแฟจากอิตาลี บังเอิญว่ามันมีถ้วยคอลเลกชั่นสวยๆ ติดมาด้วย บางถ้วยหูจับเหมือนหูคนเลย ก็เตะตา ชอบเลย เห็นเขาอธิบายว่าดีไซน์มาเพื่อให้การดื่มกาแฟอร่อยขึ้น ทำให้กลิ่นออกมามากกว่าปกติ ก็ลองนำมาชงกาแฟดู ก็รู้สึกเข้าท่า ที่สำคัญแต่ละใบเขาให้ศิลปินดังๆ มาออกแบบด้วยนะ" หนุ่มผู้หลงรักกาแฟ เล่าที่มาของความชอบ

 เมื่อล้วงข้อมูลลงลึกแล้วคงต้องยกให้เขาจริงๆ เพราะหนุ่มคนนี้ติดกาแฟเอาการ ถึงขั้นต้องซดกาแฟดำอย่างน้อย 4-5 ถ้วยต่อวัน เช้าตรู่ก่อนไปทำงาน 2 ถ้วย กลางวัน 1 ถ้วย ตกบ่ายอีก 1 ถ้วย เย็นกลับถึงบ้านอาจจะตบท้ายอีกถ้วย แต่ถ้าเป็นไปได้จะไม่ดื่มเพราะกลัวนอนไม่หลับ และการดื่มกาแฟเหมือนดื่มน้ำก็ทำให้อยากได้ถ้วยกาแฟเพิ่มเพื่อสับเปลี่ยนในการชงเครื่องดื่มสุดโปรด ทุกครั้งที่สั่งซื้อกาแฟก็จะสั่งถ้วยพ่วงมาด้วย มีเท่าไหร่เหมาหมด แยกเป็นคอลเลกชั่นเก่าใหม่เต็มตู้เก็บ

 วันดีคืนดีคอกาแฟคนนี้จะเปิดตู้แล้วสำรวจว่าแต่ละใบมูลค่าเพิ่มไปถึงไหนแล้ว เพราะ ถ้วยกาแฟที่ออกแบบโดยศิลปินดังในต่างประเทศมีการเก็บสะสมแล้วนำออกมาขายบนเว็บไซต์ยอดฮิตอย่างอีเบย์ โดยเฉพาะรุ่นเก่าๆ อย่างลายม้าลาย มีคนโพสต์ข้อความติดต่อขอซื้อในราคาที่คนนอกวงการรู้แล้วต้องอึ้ง นั่นคือราคาค่างวดสูงถึงกว่า 5 หมื่นบาทเลยทีเดียว

 "ปกติก็ซื้อมาหลักพันอยู่ จึงไม่แปลกถ้าเวลามีคนต้องการมากราคาจะอัพถึงหลักหลายหมื่นบาท แต่สำหรับตัวเองยังไม่ถึงขั้นนำของรักออกมาเสนอขาย ยังอยากเก็บสะสมเรื่อยๆ ซึ่งในจำนวนที่สะสมร่วม 100 ใบ ก็จะแบ่งเป็นส่วนที่ใช้ชงกาแฟดื่มทุกวัน กับส่วนที่ดีไซน์สวยมากๆ แล้วไม่กล้าใช้ กลัวสีมันลอก   ก็เหมือนคนสะสมนาฬิกา คงไม่มีใครนำออกมาเร่ขาย เป็นการลงทุนระยะยาวมากกว่า" นักสะสมหนุ่ม มองการณ์ไกล

 พูดถึงรายละเอียดของถ้วยกาแฟแต่ใบ หนุ่มแม็คชี้ชวนให้ดูมูลค่าจากคอนเซ็ปต์การผลิต นอกเหนือจากสีสันและหน้าตาที่สวยงาม ซึ่งทุกใบจะมีชื่อของศิลปินประทับอยู่ บางถ้วยผลิตออกมาจำกัดเพียงไม่กี่สิบใบ อย่างของศิลปินชื่อ ฟรานซิส ฟอส มีลวดลายเฉพาะตัว เห็นแล้วรู้ทันที หรือ ถ้วยที่ศิลปินตั้งชื่อว่า "illy nude" ที่แปลว่า "เปลือย" ก็โดดเด่น ผลงานของ จูเลียน ชานาเบล ก็มีที่มาตั้งแต่ปี ค.ศ.1951 ยังมีผลงานของ ไมเคิล ลิน ศิลปินร่วมสมัย รวมถึงลายกราฟฟิกเก๋ๆ ของไมเคิล บีทเธอร์ ปี 2007

 "ผมว่านอกจากความสุขทางใจที่ได้ครอบครองแล้ว ยังสนุกกับการศึกษาที่มาที่ไปของถ้วยกาแฟแต่ละใบ บ้างก็ใส่อารมณ์ขันเข้าไป เวลาหยิบมาใช้ก็ช่วยให้การดื่มกาแฟถ้วยนั้นดูมีอรรรถรสยิ่งขึ้น ผมชอบแบบนี้ เป็นอารมณ์เดียวกับคนสะสมแสตมป์ ก็อยากมีให้ครบ"  แม็ค บอกพร้อมกับจิบกาแฟฝีมือการชงของตัวเอง

 ถึงจะชอบดื่ม ชอบชง และสะสมขนาดนี้ คอกาแฟตัวยงบอกว่าไม่อยากใช้คำว่า "ติดกาแฟ" เพราะฟังแล้วดูเหมือนเป็นของอันตราย อยากให้คิดว่าเป็นทางเลือกอย่างหนึ่งของการดื่มมากกว่า ก็เหมือนกับเครื่องดื่มอื่นๆ ถ้ามากไปก็ส่งผลกระทบต่อร่างกายทั้งนั้น สำหรับกาแฟ หรือชา กับคนทำงานเป็นของคู่กัน เป็นเครื่องดื่มที่มีกาเฟอีนทำให้ร่างกายกระชุ่มกระชวย เอาเป็นว่าดื่มแต่พอเหมาะเท่าที่ร่างกายรับไหวก็น่าจะดี

 "ผมว่าทำอะไรต้องทำด้วยใจรัก ถ้าไม่รักมันก็อาจจะออกมาไม่ดี อย่างเรื่องการทำงานบางคนบอกว่าถ้าเราได้ทำในสิ่งที่ชอบก็เหมือนไม่ได้เป็นการทำงาน คนเราโตขึ้นเรื่อยๆ วันนี้ชอบอย่าง พรุ่งนี้อาจเปลี่ยนใจชอบอีกอย่าง ก็เหมือนกับที่ผมชอบสะสมถ้วยกาแฟสักวันก็อาจจะเบื่อแล้วนำออกมาเร่ขายก็ได้ใครจะไปรู้" นักธุรกิจหนุ่ม และนักสะสมตัวยงตบท้ายได้อย่างชวนคิด

เรื่อง / ชาญยุทธ ปะวะขัง
ภาพ / ฐานิส สุดโต