
มิตรภาพบำบัดกำลังใจบรรเทาโรคร้าย
ปัจจุบันมิตรภาพบำบัด จัดเป็นวิถีใหม่ของการดูแลผู้ป่วยเรื้อรังที่โรงพยาบาล หรือ หน่วยบริการจัดให้มีพื้นที่เพื่อการดูแลเยียวยารักษาจิตใจ ด้วยความเอื้ออาทร เพิ่มเสริมจากการรักษาพยาบาลด้วยเทคนิควิธีการทางการแพทย์
เพราะผู้ป่วยด้วยโรคเรื้อรัง ไม่ได้ต้องการเพียงยาหรือการตรวจรักษาเท่านั้น แต่สิ่งที่ต้องการมากกว่าคือ "กำลังใจ" ที่จะเป็นพลังต่อสู้กับโรคร้ายได้พลังของ "มิตรภาพ" ที่มาจากครอบครัวผู้ดูแล แพทย์ พยาบาล ผู้ให้บริการ รวมถึงมิตรสหายที่รายรอบตัว อันอาจถือได้ว่าเป็น "มิตรภาพบำบัด" ที่เป็นยาขนานวิเศษที่ช่วยเยียวยาผู้ป่วยเรื้อรัง
นายแพทย์ถวิล กลิ่นวิมล ผู้อำนวยการศูนย์มะเร็งจังหวัดอุบลราชธานี เปิดเผยว่า ศูนย์มะเร็งจังหวัดอุบลราชธานี ได้ดำเนินโครงการ มิตรภาพบำบัดจิตอาสาภารกิจเพื่อเพื่อน ด้วยหัวใจความเป็นมนุษย์ เพื่อให้ผู้ให้บริการและอาสาสมัครมิตรภาพบำบัดมีโอกาสได้ช่วยเหลือเพื่อให้ประชาชนได้รับบริการสุขภาพที่มีคุณภาพครอบคลุมทุกด้าน ทั้งกาย จิต สังคมและจิตวิญญาณ เนื่องจากทั้งผู้ป่วยและญาติ คนใกล้ชิด ยังมีทัศนะคติเกี่ยวกับโรคมะเร็งในแง่ลบอยู่มาก โดยยังคิดว่าเป็นมะเร็งแล้วจะต้องตายสถานเดียว ดังนั้น แนวทางในการรักษาทางด้านจิตใจจึงเป็นสิ่งจำเป็นทั้งส่วนของผู้ป่วยและบุคคลใกล้ชิด จำเป็นที่จะต้องได้รับการดูแลในองค์รวมทั้งร่างกาย จิตใจและสังคม
นางชลิยาวามะลุน รองผู้อำนวยการกลุ่มภารกิจบริการวิชาการศูนย์มะเร็ง จังหวัดอุบลราชธานี กล่าวว่า กิจกรรม ที่ช่วยยึดเหนี่ยวและเป็นกำลังใจให้ผู้ป่วย ครอบครัว ผู้ดูแลได้หลอมรวมใจกัน แนะนำด้านอาหาร การปรับปรุงพฤติกรรม การออกกำลังกาย โดยนำเอามิติการดูแลด้านจิตวิญญาณ มาเป็นสื่อกลางเพื่อผสมผสานการดูแลให้ครอบคลุมทุกมิติขององค์รวม โดยผ่าน "กิจกรรมบายศรีสู่ขวัญ เพื่อเป็นกำลังใจให้ผู้ป่วยและญาติได้มีความพร้อมด้านจิตใจมีกำลังใจในการต่อสู้กับโรคมะเร็งด้วยกำลังใจที่เข็มแข็ง ท่ามกลางความเอื้ออาทร ห่วงใยจากคนรอบข้าง
การดูแลผู้ป่วยขณะนอนพักรักษาในโรงพยาบาลต้องประกอบด้วยการดูแลแบบองค์รวม อาทิเช่น ด้านร่างกาย จิตใจ สังคมและจิตวิญญาณ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในคนภาคอีสาน ซึ่งบุคคลต่างๆ มีความใกล้ชิด แน่นแฟ้นต่อวัฒนธรรม ขนบธรรมเนียมประเพณีต่างๆ ที่สืบทอดกันมา เมื่อเกิดความเจ็บป่วยที่มีผลต่อร่างกายแล้ว ผลด้านจิตใจย่อมมีผลกระทบต่อเนื่อง ครอบครัว ญาติ พี่น้องรู้สึกเป็นทุกข์ ห่วงใยในผู้ป่วยเป็นอย่างยิ่ง จากวัฒนธรรมท้องถิ่น ภูมิปัญญาชาวบ้าน ความเชื่อเป็นสิ่งสำคัญประการหนึ่งของบุคคล ทำให้คนเรามีพลังงานในตัวเองมีกำลังใจ และมีความหวัง การดูแลและเข้าถึงจิตวิญญาณของผู้ป่วยโดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ป่วยโรคมะเร็ง จะมีส่วนช่วยให้ผู้ป่วยคลายทุกข์ รู้สึกเป็นสุขได้บ้างแม้ยามเจ็บป่วย นางชลิยากล่าว
นางเสาวลักษณ์ ดาวสี ชาวจังหวัดอุบลราชธานีอายุ 52 ปีเล่าว่าป่วยด้วยโรคมะเร็งหลังโพรงจมูกมาตั้งแต่ปี 2542 ตอนนั้นรู้สึกแย่มากไม่มีกำลังใจจะรักษาตัวเอง แต่เมื่อได้เข้ารับที่ศูนย์มะเร็งอุบลฯทำให้อาการปัจจุบันดีขึ้นแล้ว จากนั้น ได้มาร่วมทำกิจกรรมที่ศูนย์ฯ ซึ่งช่วยได้มาก จิตใจผ่อนคลาย มีเพื่อนร่วมทุกข์ด้วยกัน พูดคุยกันก็เห็นอกเห็นใจกัน ได้เรียนรู้ว่าต้องทำอย่างไร เมื่อต้องทำเคมีบำบัด หรือต้องผ่าตัด เมื่ออาการดีขึ้นแล้ว ก็มาเป็นอาสาสมัครในศูนย์ส่งเสริมมิตรภาพบำบัดอย่างเต็มตัวมากว่า 10 ปีแล้ว
โดยในแต่ละวันจะช่วยเจ้าหน้าที่ในการวัดความดันชั่งน้ำหนักคนป่วยและกรอกประวัติให้ สิ่งได้เรียนรู้คือ มิตรภาพระหว่างผู้ป่วยด้วยกัน ญาติ และเจ้าหน้าที่สำคัญมาก ต้องพยายามมองทุกอย่างในแง่บวกอย่าคิดไม่ดีเพื่อให้เกิดกำลังใจในการใช้ชีวิต คนป่วยก็ทำประโยชน์ให้สังคมได้และยืนยันว่าแม้จะอายุมากแล้ว แต่ตราบใดที่มีเรี่ยวแรงและลมหายใจก็จะช่วยทำหน้าที่จิตอาสาไปเรื่อยๆ
ภาพบรรยากาศที่พราหมณ์เป็นผู้อัญเชิญและนำบายศรี พานบายศรีที่งดงามวางเรียงเป็นชั้นๆ ฝีมือเหล่าอาสาสมัคร พร้อมด้วยด้ายสายสิญจน์นำมาผูกข้อแขนให้กับผู้ป่วยทุกๆ คนที่นอนรักษาในศูนย์มะเร็ง อุบลราชธานี เป็นการเรียกขวัญของผู้ป่วยให้กลับมาอยู่กับตัวเอง ตามความเชื่อของชาวอีสาน มีคุณค่ามากมายสำหรับผู้ป่วย ครอบครัว อาสาสมัครตลอดจนเจ้าหน้าที่ของศูนย์มะเร็ง อุบลราชธานี เต็มไปด้วยรอยยิ้ม ความห่วงใย ใส่ใจในการดูแลซึ่งกันและกันเป็นความปิติยินดีในจิตใจในการให้และการได้รับสิ่งดีๆ ที่มีต่อทุกๆ คน
การรักษาพยาบาลด้วยหัวใจแพทย์และผู้ป่วยจะเห็นใจกัน เข้าใจกันมากขึ้น เพราะปัจจุบันมีความขัดแย้งเกิดขึ้นมาก เนื่องจากแพทย์และผู้ป่วยไม่เห็นใจกัน อยากได้แต่สิ่งที่ตนต้องการ ละเลยหัวใจของความเป็นมนุษย์ ศูนย์มิตรภาพบำบัด เป็นจุดเริ่มต้นที่ถักทอเป็นเครือข่าย ไปสู่จิตอาสาเพื่อสังคมที่ดีต่อไปนั่นเอง



