
ศธ.เดินหน้าแผนปรองดองดันกศน.สร้างสมานฉันท์
ศธ.เดินหน้าแผนปรองดอง เห็นชอบแผนงานของ กศน. ที่จะจัดอบรมวิทยากรแกนนำ เพื่อเป็นเครือข่ายให้ความรู้เรื่องการเป็นพลเมือง ปรองดอง ปรเชาธิปไตยลงสู่ระดับหมู่บ้าน อธิการบดีมจร.ชี้ภาคการศึกษามีส่วนสำคัญสร้างปรองดอง
เมื่อว้นที่ 16 ก.ย.2553 นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ(รมว.ศธ.) กล่าวภายหลังประชุมคณะกรรมการการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย เมื่อเร็วๆ นี้ ว่า ที่ประชุมเห็นชอบแผนการขับเคลื่อนการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย ซึ่งจะเน้น 4 เรื่อง ได้แก่
1. สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.) ตำบลให้เป็นศูนย์การเรียนรู้ชุมชน เป็นจุดเชื่อมโยงเพื่อสร้างการเรียนรู้ตลอดชีวิตให้กับประชาชนในชนบท โดยมีศูนย์การเรียนชุมชน (ศรช.) สำหรับจัดการศึกษานอกระบบ มีเครือข่ายอินเตอร์ความเร็วสูง มีหนังสือหมุนเวียนและอาสาสมัครการอ่าน 2. การส่งเสริมการอ่านอย่างจริงจัง ในทศวรรษแห่งการอ่าน โดย กศน. จะเป็นตัวกลางในการเชื่อมโยงในการส่งเสริมการอ่านอย่างต่อเนื่อง 3. เทคโนโลยีทางการศึกษา เพราะการศึกษาตลอดชีวิต จำเป็นต้องใช้เทคโนโลยีเข้ามามีส่วนร่วม และ4. ภาคีเครือข่าย โดย กศน.จะเป็นภาคีเครือข่ายกับหน่วยงานอื่นที่จะส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต
"จุดเน้นทั้ง 4 เรื่องจะเป็นจุดเน้นที่นำไปสู่แผนปฏิบัติในการขับเคลื่อนการศึกษานอกโรงเรียน ที่จะเสนอเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการขับเคลื่อนในระดับกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) รวมทั้งจะเป็นส่วนหนึ่ง ที่จะเสนอคณะกรรมการนโยบายปฏิรูปการศึกษาในทศวรรษที่สอง (กนป.) เพื่อพิจารณาต่อไป อย่างไรก็ตาม ตนได้มอบให้ กศน. ทบทวนจุดเน้นดังกล่าว เพื่อที่จะให้มีแผนปฏิบัติการที่ชัดเจน"รมว.ศธ. กล่าว
นายชินวรณ์ กล่าวต่อไปว่า ที่ประชุมยังได้พิจารณาแผนปรองดองที่ กศน.จะขับเคลื่อนแผนปรองดองร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) และสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) และที่ประชุมได้ให้ความเห็นชอบแผนปรองดองที่กศน.รับผิดชอบโครงการประชาธิปไตยในชุมชน ซึ่งจะดำเนินการอบรมวิทยากรแกนนำ ที่จะเป็นครูกศน.และผู้บริหาร กศน. ระดับอำเภอ จำนวน 729 ทีม เพื่อขยายผลการสร้างการจัดศึกษาเพื่อสร้างความเป็นพลเมืองดี มีความปรองดองและการต่อต้านการซื้อสิทธิ์ขายเสียง วิทยากรแกนนำนี้ จะขยายผลไปยังระดับตำบล 7,409 ตำบล โดยคัดเลือกตัวแทนตำบลละ 3 คน มารับการอบรมเพื่อขยายผลลงไปสู่ตัวแทนระดับหมู่บ้านที่จะเป็นอาสาสมัครในการสร้างโครงการประชาธิปไตย ตามแผนการปรองดองต่อไป
อธิการบดีมจร.ชี้ภาคการศึกษามีส่วนสำคัญสร้างปรองดอง
เนื่องในโอกาสฉลองอายุวัฒนมงคล 55 ปีพระธรรมโกศาจารย์ อธิการบดี มจร. ทาง มจร.ร่วมกับวัดประยุรวงศาวาส และสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ จัดสัมมนาพระสอนศีลธรรมในโรงเรียนประจำปี 2553 ที่วัดประยุรวงศาวาสวรวิหาร ซึ่งมีพระสอนศีลธรรมในโรงเรียน พระนักเทศน์ผู้บริหารและครูโรงเรียนวิถีพุทธชั้นนำ กว่า 2,000 รูป/คน เข้าร่วมกิจกรรมสัมมนา เมื่อวันที่ 15 กันยายนที่ผ่านมา
ในการนี้พระธรรมโกศาจารย์ บรรยายเรื่องการศึกษาเพื่อสันติสุขของสังคม ความโดยสรุปว่า เคยมีการศึกษาวิจัยมาแล้วว่าการแทรกจริยธรรมเข้าไปในการศึกษาเป็นสิ่งที่จำเป็น เพราะได้มีการคาดการณ์ไว้แล้วว่าสถานการณ์ความรุนแรงในโลกจะยิ่งทวีความรุนแรงเพิ่มมากขึ้น ด้วยปัจจัยหลายอย่าง ทั้งสื่อที่มีเพิ่มมากขึ้นและเข้าถึงได้ง่ายอย่างเช่น อินเตอร์เน็ต เคเบิ้ลทีวี รวมไปถึงประเด็นความขัดแย้งทางศาสนา ซึ่งจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีการปลูกฝังจริยธรรมตั้งแต่ในสถานศึกษา และเป็นสิ่งที่พระสอนศีลธรรมจะต้องนำไปปฏิบัติ
พระธรรมโกศาจารย์ กล่าวด้วยว่า สิ่งที่พระสอนศีลธรรมควรยึดเป็นแนวปฏิบัติคือ จตุสดมภ์การศึกษา ประกอบด้วย 1.การศึกษาเพื่อพัฒนาความรู้ 2.การศึกษาเพื่อพัฒนาทักษะ 3.การศึกษาเพื่ออยู่ร่วมกันอย่างสันติ และ4.การศึกษาเพื่อเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ นอกจากนี้ยังควรมีการวิเคราะห์ด้วยว่าในขณะนี้สังคมมีปัญหาศีลธรรมในด้านไหนบ้าง รวมทั้งต้องแก้ปัญหาให้ตรงกับใจของนักเรียนด้วย
ทั้งนี้ที่ผ่านมาในการประชุมนานาชาติด้านพระพุทธศาสนาในประเทศต่างๆ ได้รับการสอบถามจากผู้นำชาวพุทธ พระสงฆ์จากต่างประเทศถึงปัญหาความวุ่นวายและความรุนแรงที่เกิดขึ้นในประเทศไทยมาโดยตลอด แต่เมื่อทางรัฐบาลจะมีแผนในการสร้างความปรองดองก็เป็นเรื่องที่น่ายินดี แต่หลายครั้งมักจะฝากแนวทางในการสร้างความปรองดองกับฝ่ายการเมือง ทั้งที่ภาคการศึกษาก็จะมีส่วนสำคัญในการช่วยให้เกิดสันติภาพและสร้างความปรองดองได้เช่นกัน



