ไลฟ์สไตล์

สมัชชาสุขภาพแห่งชาติเปิดเวทีถกปัญหาวิกฤตชาติ

สมัชชาสุขภาพแห่งชาติเปิดเวทีถกปัญหาวิกฤตชาติ

16 ก.ย. 2553

สมัชชาสุขภาพแห่งชาติ ครั้งที่ 3 เตรียมเปิดเวทีถกปัญหาวิกฤตชาติ “ ความเหลื่อมล้ำและไม่เป็นธรรม ” ปลายปีนี้ หาข้อสรุปเสนอ “ เวทีสมัชชาปฏิรูปประเทศไทย ” ปีหน้า ยันไม่มีสี ไม่มีเหล่า เปิดทุกฝ่ายเข้าร่วมหาทางออกให้ประเทศ

ที่หอจดหมายเหตุพุทธทาส อินทปัญโญ หรือ สวนโมกข์กรุงเทพฯ   เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 16 ก.ย.ในการเสวนาการจัดประชุมสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ ครั้งที่ 3 “ ร่วมฝ่าวิกฤติความไม่เป็นธรรม นำสังคมสู่สุขภาวะ ” โดยสำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.) นพ.อำพล จินดาวัฒนะ เลขาธิการคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.) กล่าวว่า สมัชชาสุขภาพเป็นกระบวนการทางการเมือง เป็นประชาธิปไตยแบบการมีส่วนร่วมโดยปรับเปลี่ยนจากเดิมที่เป็นการทำงานเฉพาะด้านสุขภาพ ให้เกิดการขับเคลื่อนการมีส่วนรวมในด้านต่างๆ ซึ่งจากการจัดสมัชชา 2 ครั้งที่ผ่านมา และครั้งนี้จะเป็นครั้งที่ 3 เราได้เห็นความเป็นระบบมากขึ้น มติต่างๆ ที่ออกมาถูกส่งต่อไปยังรัฐบาลและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเพื่อขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาต่อไป

 นพ.อำพล กล่าวว่า การจัดสมัชชาสุขภาพแห่งชาติในปีนี้ ซึ่งจะมีขึ้นในวันที่ 15-17 ธันวาคม 2553 ได้หยิบยกโจทย์ใหญ่ของประเทศเพื่อช่วยกันหาทางออกร่วมกัน นั่นคือ ความเหลื่อมล้ำและความไม่เป็นธรรม จึงได้กำหนดหัวข้อการประชุมในปีนี้ว่า “ ร่วมฝ่าวิกฤตความไม่เป็นธรรม นำสังคมสู่สุขภาพวะ ” โดยเปิดให้ทุกฝ่ายเข้าร่วมแสดงความคิดเห็นเพื่อค้นหาสาเหตุตัวการที่ทำให้เกิดความเหลื่อมล้ำ เพื่อที่จะสรุปประเด็นและนำเสนอต่อเวทีสมัชชาปฏิรูปประเทศไทย ซึ่งจะจัดขึ้นในเดือนมีนาคม 2554 นอกจากนี้ยังจะมีการจัดนิทรรศการภาพถ่ายในหัวข้อ “ ความเหลื่อมล้ำในสังคมไทย ” ที่เปิดให้ทั้งช่างภาพมืออาชีพและสมัครเล่นเข้าร่วม เพื่อช่วยกันถ่ายทอดมุมมองความเหลื่อมล้ำที่เราเห็นในสังคมไทย ซึ่งจะจัดแสดงในการการจัดสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ ครั้งที่ 3 นี้

 “ ปีนี้เราชวนคนมาช่วยกันคิดเรื่องใหญ่ ที่เป็นปัญหาใหญ่ของประเทศ หลังจากที่ปีก่อนหน้านี้ เราได้เปิดให้ชวนกันคิดทั้งในเรื่องสุขภาพและปัญหาภาคใต้ โดยมาช่วยกันดูว่าหากต้องการเคลื่อนประเทศไทยควรจะไปในทิศทางใด ซึ่งสมัชชาสุขภาพก็เป็นเครื่องมือขับเคลื่อนตัวหนึ่ง และส่งลูกไปยังสมัชชาสุขภาพปฏิรูปประเทศไทยต่อไป ” เลขาธิการ สช. กล่าว และว่า ในเวทีนี้เราไม่มีสี ไม่มีเหล่า แต่จะชวนเข้ามา เพื่อหาทางออกร่วมกัน

 ด้าน ดร.สุริชัย  หวันแก้ว  คณะรัฐศาสตร์  จุฬาลงกรณ์ กล่าวว่า การจัดสมัชชานี้เป็นโอกาสดี เป็นเวทีเพื่อเปิดโจทย์ให้คนที่มีโจทย์ใหญ่รวมกันมาพูดคุย แม้ว่าอาจมีคนตั้งคำถามว่าการจัดเวทีสมัชชาสุขภาพนี้เป็นของฝ่ายใด แต่ก็ยังถือว่าเป็นเรื่องที่ดี ดังนั้นเราจึงต้องช่วยให้มีการเปิดการพูดโจทย์ร่วมให้ได้ ซึ่งปัญหาวิกฤตต่างๆ ที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะเหตุการณ์ทางการเมืองที่ผ่านมา มองว่าเกิดจากความไม่ไววางใจกัน เรียกว่าเป็นวิกฤตสูญเสียความไว้วางใจ ทำให้รัฐบาลเองก็แถมเอาตัวไม่รอด ดังนั้นจึงต้องพูดคุยเพื่อหาทางออกร่วมกัน ที่เป็นการพูดจากโจทย์ความรู้และเห็นความทุกข์ร่วมกัน ซึ่งขณะนี้ประเทศไทยอยู่ระหว่างการเปลี่ยนถ่ายครั้งสำคัญ ดังนั้นทำอย่างไรเราจึงจะทำให้เวทีสมัชชาสุขภาพแห่งชาตินี้ยอมรับจากทุกฝ่ายและสนใจที่จะเข้าร่วม   

 ขณะที่ ดร.ชื่นฤทัย กาญจนะ จิตรา ประธานคณะกรรมการจัดสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ ครั้งที่ 3 (คจสช.) กล่าวว่า สมัชชาเป็นการเน้นการมีส่วนร่วมเพื่อกำหนดนโยบายสาธารณะ ให้มีการส่วนร่วมทุกภาคส่วน ทั้งประชาสังคม วิชาการ และภาครัฐ เพื่อให้นโยบายมีพลังขับเคลื่อนไปได้และแก้ไขปัญหาได้จริง เรียกว่าเป็นนวัตกรรมทางสังคม ซึ่งการจัดสมัชชาปีนี้เป็นปีที่ 3 ที่ผ่านมาสะท้อนให้เห็นว่าหลายฝ่ายตื่นตัวที่จะเข้ามาร่วมที่จะนำเสนอประเด็น ซึ่งปีนี้รับมา 52 ประเด็น จาก 182 ภาคีเครือข่าย และคัดให้เหลือเพียงแค่ 9 ประเด็น ซึ่งนอกจากประเด็นใหญ่ข้างต้นแล้ว ยังประเด็นอื่นๆ ที่น่าสนใจ อาทิ ประเด็นนโยบายการเป็นศูนย์กลางสุขภาพแห่งชาติ ประเด็นการแก้ไขปัญหาโฆษณาผลิตภัณฑ์สุขภาพทางเคเบิ้ลทีวีและอินเตอร์เน็ต ประเด็นกลยุทธ์การตลาดอาหารสำหรับทารกที่มีธุรกิจข้ามชาติเข้ามาเกี่ยวข้อง และประเด็นการรายงานความก้าวหน้ามติสมัชชาสุขภาพในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ที่เป็นการติดตามการดำเนินการเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์