ไลฟ์สไตล์

ยกกระชับใบหน้าพาสวยกระชากวัย

ยกกระชับใบหน้าพาสวยกระชากวัย

17 ก.ย. 2553

เมื่อตัวเลขของอายุยังคงเดินหน้าสูงขึ้นเรื่อยๆ ในทางกลับกันคงไม่มีใครอยาก “แก่” หรือมี “ริ้วรอยแห่งวัย” ดังนั้นจึงต้องพยายามสรรหาสารพัดวีธีมาบำบัด ซึ่งปัจจุบันขบวนการลบริ้วรอยบนใบหน้าก็มีสารพัดวิธีให้เลือกทำตั้งแต่ ทา พอก ฉีด ไปจนถึงการ “ยกกระชับใบหน้า”

  นพ.ชลธิศ สินรัชตานันท์ นายกสมาคมศัลยกรรมตกแต่งใบหน้าแห่งประเทศไทย แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านศัลยกรรมตกแต่งใบหน้า เผยว่า ใบหน้าเป็นส่วนเดียวของร่างกายที่มีกล้ามเนื้อเกาะติดอยู่กับผิวหนัง และเป็นอวัยวะเดียวที่มีกลไกของกล้ามเนื้อยึดติดที่ทำให้สามารถขยับผิวหนังได้ โดยการสั่งการของสมอง ในวัยเด็กจนกระทั่งเข้าสู่วัยสาวใต้ผิวหนังบริเวณใบหน้าจะเต่งตึง สดใส เนื่องจากมีคอลลาเจนแข็งแกร่งยึดโยงกัน แต่เมื่ออายุมากขึ้นคอลลาเจนค่อยๆ ลดน้อยลง ประกอบการขยับเขยื้อนใบหน้าที่ทำซ้ำๆ  มาเป็นเวลานาน จึงทำให้เกิดร่องรอย และกลายเป็นร่องลึกมากขึ้นเรื่อยๆ ที่เรียกว่า รอยตีนกาบ้าง รอยเหี่ยวย่นบ้าง

 "ขณะที่การทำศัลยกรรมด้วยวิธีการดึงหน้า เป็นอีกทางเลือกหนึ่ง แต่ต้องคำนึงถึงอายุ เช่น หากอายุ 30 ปีกว่าเมื่อเริ่มมีรอยเล็กๆ พอมาดึงแผลก็จะเล็กและดูเป็นธรรมชาติมาก  แต่ถ้าปล่อยล่วงเลยไปจนอายุ 50 ปี  ผิวหน้าเหี่ยวย่นมีร่องลึกแล้ว ทำให้การผ่าตัดมีแผลยาวมากขึ้น ต้องใช้เวลาในการรักษาแผลนาน แต่อย่างไรก็ตามการดึงหน้าที่ถูกต้อง ยังมีผลพลอยได้ที่น่าสนใจมาก คือ หลังจากตัดหนังส่วนเกินให้เหลือน้อยลง ทำให้ใบหน้าเรียบตึงมากขึ้น และยังมีผลให้คอลลาเจนถูกสร้างขึ้นใหม่ ส่งผลให้หน้ากระชับขึ้นอีกด้วย” นพ.ชลธิศ กล่าว

 นอกจากนี้ นพ.ชลธิศ ยังกล่าวเสริมอีกว่า สมัยก่อนใช้การหน้าดึงจากบริเวณกลางศีรษะ ทำให้เกิดผลข้างเคียงคือ หนังหน้าเขยิบตามขึ้นไปจนกลายเป็นหัวล้านเถิก ตำแหน่งบนใบหน้าผิดเพี้ยน บางกรณีถูกเส้นประสาทก็ทำให้คนไข้ปากเบี้ยว ฯลฯ จากปัญหาข้างต้นจึงได้พัฒนาเทคนิคและวิธีการใหม่ๆ รวมทั้งนำเครื่องมือทันสมัยที่เรียกว่า ไมโคร สโคป หรือ กล้องจุลทรรศน์  เข้ามาช่วย ควบคู่กับการเลื่อนจุดการดึงมาที่ใบหน้า ส่วนแนวในการผ่าตัดจะอยู่ที่บริเวณไรผมตั้งแต่ข้างขมับไปจนถึงบริเวณหู ส่งผลให้แผลเย็บที่หลงเหลือจะเห็นเป็นเพียงรอยขาวๆ เล็กๆ ซ่อนอยู่ตามตีนไรผม จนแทบมองไม่เห็น

 "เพียงเท่านี้ก็สามารถกระชากวัยกับใบหน้าที่ยกกระชับได้รูป โดยไม่ต้องวุ่นวายใจกับริ้วรอยที่จะผุดขึ้นมากวนใจ อีกเป็นสิบๆ ปี แต่ต้องไม่ลืมว่าควรจะอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านด้วย" ผู้เชี่ยวชาญย้ำ