ไลฟ์สไตล์

จิตสำนึกความรับผิดชอบ
จากการปลูกกล้วยไม้(จบ)

จิตสำนึกความรับผิดชอบ จากการปลูกกล้วยไม้(จบ)

17 ก.ย. 2553

ไม่สังเกตบ้างเลยหรือว่า เมื่อครั้งที่ฉันนำเอางานประชุมกล้วยไม้โลกครั้งที่ 9 มาจัดในประเทศไทยเมื่อ พ.ศ.2521 งานครั้งนั้นนับว่าใหญ่มาก เพราะมีชาวต่างชาติจาก 56 ประเทศ จำนวนคนกว่า 3,000 คน เข้าร่วมงาน ครั้งนั้นฉันไม่ได้ขอเงินรัฐบาลแม้แต่บาทเดียว ทำไมฉันถึงทำ

   อย่าลืมว่า หากวิ่งเข้าไปเกาะราชการ วันหนึ่งเราจะต้องร้องโอดครวญ เพราะการไปขอเงินจากเขาก็ต้องมีคนจากรัฐบาลมาขี่คอ เรื่องนี้เป็นธรรมดาของมนุษย์

 ฉันยังจำได้ดีว่าการจัดงานประชุมกล้วยไม้โลกครั้งนั้น ผู้ที่ค้าขายกล้วยไม้ส่วนใหญ่ไม่ได้เข้ามาช่วยงานโดยตรง แต่พอถึงเวลากลางคืนกลับไปยืนเคาะห้องแขกต่างประเทศตามโรงแรมเพื่อเอาแค็ตตาล็อกเสนอขายกล้วยไม้ไปให้ มันน่าอดสูอย่างที่สุดเพราะทำให้เขาดูถูกเรา

 โดยหลักความจริงแล้ว ยิ่งเธอทำเสียหายมากเท่าไหร่ มันก็ทำให้ตัวฉันเองโดดเด่นขึ้นมา แต่ฉันไม่ต้องการความเด่น หากต้องการให้วงการกล้วยไม้อยู่รอด อีกทั้งให้ตัวเธอเองเจริญเติบโต พูดแค่นี้ก็คงเห็นแล้วว่า ทั้งๆ ที่ฉันทำให้เธอมาตลอด เธอกลับไม่เห็นคุณค่าของสิ่งเหล่านี้ มันเหมือนกับคนตาบอดตาใส ครั้งนี้ก็เหมือนกัน ฉันมีอายุกำลังจะขึ้น 88 ปีแล้ว แต่ทำไมต้องเหน็ดเหนื่อยกระเสือกกระสนไปประชุมกล้วยไม้ในภาคพื้นยุโรป นี่ก็เพราะเป็นความหวังสุดท้ายที่ต้องการให้วงการกล้วยไม้ของไทยมันไปได้

 อีกนัยหนึ่งฉันทำให้เธอทั้งหลายอย่างดีที่สุดแล้ว แต่พวกเธอกลับมองไม่เห็นความสำคัญของตัวเธอเอง ถ้าฉันสิ้นไปแล้ววงการมันทรุดเธอจะมาโทษฉันไม่ได้!

 แม้แต่การจัดงานแสดงพืชกรรมที่สิงคโปร์เมื่อปีที่แล้ว ฉันขอให้รวมตัวกันเป็นหนึ่งเดียว เธอก็ไม่ยอม หากต้องการทำแบบตัวใครตัวมัน กระทั่งพวกสิงคโปร์เขาพูดกับฉันอย่างดูถูกดูแคลน ถ้าฉันไม่ได้สร้างอะไรเอาไว้ให้เขานึกถึง เขาจะมาพูดกับฉันตามตรงได้ยังไง

 จากผลการไปเยอรมันครั้งนี้ทำให้สรุปได้ว่า แท้จริงแล้วตลาดกล้วยไม้ยังมีอีกมาก แต่เป็นเพราะพวกเธอไม่เห็นความสำคัญของกิจกรรมระหว่างประเทศ แล้วจะมาโทษใคร!

  “ขอโทษนะ ที่ฉันพูดตามตรง ก็เพราะหวังดีกับเธอทั้งหลาย ถ้าใครไม่พอใจก็คงช่วยอะไรไม่ได้ วันหนึ่งลูกหลานเธอเองก็คงต้องนั่งน้ำตาตก”

 มีบทความเรื่องหนึ่ง ซึ่งทางเยอรมันเขาขอให้ฉันพูดในเชิงปาฐกถา ซึ่งฉันได้พูดระหว่างการประชุมครั้งนั้น ฉันขอนำมาเสนอเป็นภาษาไทยในตอนต่อไปเพื่อให้เธออ่านแล้วนำไปคิดว่า

 ที่คนต่างชาติเขาเคารพฉันนั้นมันเกิดจากอะไรกันแน่!

"ระพี สาคริก"