ไลฟ์สไตล์

 "กล้วยแขก"โคกกะเทียม 
เสน่ห์ความอร่อยเมืองละโว้

"กล้วยแขก"โคกกะเทียม เสน่ห์ความอร่อยเมืองละโว้

17 ก.ย. 2553

ไม่เฉพาะ "กล้วยแขกย่านนางเลิ้ง" เท่านั้น ที่อร่อยและมีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักของคนทั่วไป โดยเฉพาะชาวกรุง เพราะถ้าหากผ่านไปแถว ต.โคกกะเทียม เมืองละโว้ "ลพบุรี" แม้จะเป็นหมู่บ้านเล็กๆ แต่ "กล้วยแขก" ของที่นี่ก็ขึ้นชื่อในความอร่อยไม่แพ้กัน มีชาวบ้านทั้งมือเก่

  มงคล พิมพ์ทอง นายก อบต.โคกกะเทียม เล่าว่า ปัจจุบันกล้วยแขกของตำบลขึ้นชื่อมาก บางโอกาส อบต.ก็นำออกงานเทศกาลในฐานะขนมไทยประจำตำบล เพราะรสชาติที่อร่อยด้วยสูตร (ไม่) ลับ ราคาไม่แพง จึงเป็นที่ถูกปากของผู้ได้ลิ้มลอง และจากปากต่อปาก ความอร่อยของกล้วยแขกโคกกะเทียม จึงเป็นที่รู้จักของชาวลพบุรีและชาวจังหวัดใกล้เคียง กระทั่งมีร้านเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งแต่ละเจ้าต่างคงไว้ซึ่งรสชาติความอร่อยที่ไม่แตกต่างกัน

 "ทุกร้านนอกจากขายกล้วยทอดหรือกล้วยแขกแล้ว ก็ยังมีมันทอด เผือกทอด ขนมขาหมู เต้าหูทอด ที่อร่อยไม่แพ้แถวนางเลิ้งในกรุงเทพฯ เป็นขนมไทยที่ขึ้นชื่อของตำบลโคกกะเทียม ที่เป็นเพียงหมู่บ้านเล็กๆ มี 150 กว่าหลังคาเรือน ที่ปัจจุบันมีชาวบ้านยึดเป็นอาชีพเกือบ 10 เจ้า ซึ่งแต่ละเจ้าใช้เวลาขายเพียงครึ่งวันก็ปิดร้าน" 

 อย่างร้านของ ชลีรัช ก้อนมณี วัย 43 ปี อยู่บ้านเลขที่ 66/4 ต.โคกกะเทียม ซึ่งยึดทำเลที่ตั้งริมถนนโคกกะเทียม-ท่าวุ้ง ลพบุรี เล่าว่า ลาออกจากการเป็นพนักงานบริษัทมาทอดกล้วย ทอดมัน ทอดเผือก ทอดขนมขาหมู และทอดเต้าหู้ขายได้ 2 ปีกว่าแล้ว เป็นการรับช่วงขายต่อจากพี่น้องที่ขายอยู่ก่อน กิจการที่ผ่านมานับว่าขายดีพอสมควร ซึ่งร้านจะเปิด 07.00-13.00 น. เพราะของจะขายหมดช่วงเวลาดังกล่าว โดยแต่ละวันจะทอดกล้วยวันละ 25 หวี มันทอด เผือกทอด วันละ 20 กิโลกรัม

 “ส่วนขนมขาหมูจะทอดขายวันละ 200 ชิ้น เต้าหู้ทอด 5 กิโลกรัม ราคาขายกล้วยทอด 2 ชิ้น 1 บาท มันทอด เผือกทอด 4 ชิ้น 5 บาท ขนมขาหมู 3 ชิ้น 10 บาท เต้าหูทอด 3 ชิ้น 10 บาทเช่นกัน ลงทุนเฉลี่ยแต่ละวัน 500-600 บาท และจะขายได้ 1,400-1,500 บาท หักต้นทุนแล้วจะมีกำไรวันละ 600-700 บาท” ชลีรัช เล่า

 พร้อมยอมรับว่า หลังมายึดอาชีพขายกล้วยแขกและของทอดอื่นๆ นอกจากสร้างรายได้เดือนละกว่า 2 หมื่นบาทแล้ว ด้านครอบครอบก็มีความสุขดีขึ้น แถมมีเวลาที่จะทำประโยชน์อย่างอื่นได้อีกด้วยหลังปิดร้านในแต่ละวัน

 ด้าน อัมพร มีสัตย์ วัย 48 ปี อยู่บ้านเลขที่ 42/8 บ้านโคกกะเทียม เล่าให้ฟังว่า เดิมประกอบอาชีพค้าขาย แต่มาขายกล้วยทอด มันทอด เผือกทอด ฯลฯ เมื่อปีเศษ ขายดีเช่นกัน เฉลี่ยแล้วจะได้กำไรวันละ 500-600 บาท

 ส่วน เบญจรรรณ เพ็ชรศิลา อยู่บ้านเลขที่ 88 หมู่ 5 ยึดทำเลร้านอยู่บริเวณถนนคันคลองชลประทานสายลพบุรี-บ้านหมี่ ตรงข้าม สนง.ชลประทาน เล่าว่า ขายกล้วยทอดมานานหลายปีแล้ว ขายดีมาก เพราะเป็นเส้นทางที่รถยนต์ผ่านไป อ.บ้านหมี่ ผ่านไป อ.ตาคลี และ จ.ชัยนาท โดยใช้กล้วยน้ำว้าวันละ 40 หวี มัน เผือก 20-30 กิโลกรัม ขณะที่รายได้เฉลี่ยวันละ 1,600-1,800 บาท

 เชื่อว่าท่านที่ผ่านไปแถว ต.โคกกะเทียม คงไม่พลาดเสน่ห์ความอร่อยของ "กล้วยแขก" ขนมไทยที่ดูเหมือนธรรมดา แต่รับรองรสชาติความร่อยไม่ธรรมดาแน่นอน

เคล็ด(ไม่)ลับ
ส่วนผสม
 1.เลือกกล้วยน้ำว้าใกล้สุก หั่นตามยาว หนาพอประมาณ หนึ่งลูกควรหั่น 3-4 ชิ้น
 2.นำแป้งข้าวเจ้า, แป้งสาลี, เกลือ, น้ำตาลปี๊บ, งาขาวหรืองาดำ, มะพร้าวขูด, น้ำปูนใส, หัวกะทิ ผสมในกะละมัง คนจนส่วนผสมเข้ากันเป็นเนื้อเดียว

 3.ใส่น้ำมันพืชลงในกระทะ นำไปตั้งไฟแรง รอจนเดือด นำกล้วยที่หั่นเตรียมไว้ชุบแป้งแล้วนำลงทอดจนเหลืองสุกและกรอบ ตักออกผึ่งให้สะเด็ดน้ำมัน

" สรศักดิ์ ทับทิมพราย"