ไลฟ์สไตล์

นักการเมืองผู้กว้างขวางและสื่อมวลชนฝากม.1เพียบ

นักการเมืองผู้กว้างขวางและสื่อมวลชนฝากม.1เพียบ

29 มี.ค. 2552

จับฉลากรับนร.ม.1 น้ำตาท่วม กทม.เขต 2 เด็กยังไม่มีที่เรียนกว่า 6 พัน รอลุ้นประกาศผลเกลี่ยเด็ก 9 เม.ย. นี้ ร.ร.ดังเตรียมขยายห้องเรียนเป็น 50 คนต่อห้อง รองรับปัญหาเด็กล้น ด้าน"จุรินทร์ " สั่งผอ.ร.ร. ผู้ตรวจราชการกระทรวง รายงานผลรับนร.ภายใน 15 วัน

(29 มี.ค.) เมื่อเวลา 8.30 น. นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รมว.ศธ. เดินทางไปร.ร.หอวัง เพื่อตรวจเยี่ยมการจับฉลากรับนร.ม.1 ของร.ร.มัธยมสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.)ซึ่งทุกร.ร.จับฉลากรับนักเรียนในพื้นที่บริการพร้อมกันวันนี้(29เม.ย. ) และสำหรับบรรยากาศที่หอวังซึงเป็นร.ร.ดังที่อยู่ในพื้นที่กทม.เขต 2 ซึ่งมีปัญหานักเรียนล้นประจำทุกปีนั้น นร.ที่โชคร้าย จับฉลากเข้าเรียนไม่ได้นั้น บางรายถึงกับเดินร้องไห้ออกจากที่หอประชุม โดยในปีนี้ รร.หอวังรับนักเรียนในพื้นที่บริการโดยการจับฉลาก 85 คน แต่มีเด็กมารายงานตัวจับฉลากถึง 420 คน หรือ 1 ต่อ 5

 นางมาลีรัตน์ หวานฉ่ำ ผู้ปกครองของด.ญ.ธนิชชา เจียมคงอยู่ ซึ่งจับฉลากเข้าเรียนไม่ได้ กล่าว่า ลูกสาวรู้สึกเสียใจที่ไม่สามารถเข้า ร.ร.หอวังได้ เพราะร.ร.นี้เป็นร.ร.ที่ดีและอยู่ใกล้บ้าน แต่ก็ไม่ได้วิตกกังวลมาก ลูกสาวยังคงเรียนต่อที่ร.ร.เก่าซึ่งเปิดถึงระดับ ม.3 ได้ แต่โดยส่วนตัวอยากให้เรียนที่ร.ร.หอวังมากกว่า ไม่ได้ติดยึดกับค่านิยมร.ร.ดัง แต่เป็นห่วงลูกสาวไม่อยากให้เดินทางไกล บ้านตนอยู่ลาดพร้าว 18 แต่ร.ร.เก่าอยู่ที่ลาดพร้าว 48 อย่างไรก็ตาม แม้ว่า ลูกสาวจะจับฉฉฉลากเข้าเรียนไม่ได้ ก็ยังยอมรับว่า ระบบนักเรียนเข้า ม.1 ที่ใช้อยู่มีความเหมาะสม ยุติธรรมดีแล้ว

 ด้านนายจุรินทร์ กล่าวว่า แม้เด็กจะพลาด ไม่สามารถจับฉลากเข้าเรียนในวันนี้ แต่รับรองว่า ทุกคนจะมีที่เรียน ขอให้เด็กที่ยังไม่มีทีเรียนไปยื่นความจำนงค์ขอรับการจัดสรรที่เรียนยังร.ร.ใกล้บ้าน หรือที่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา(สพท.)ของตัวเอง ทาง สพท.จัดให้ทุกคนมีที่เรียนแน่นอน และทุกคนจะได้สิทธิในนโยบายเรียนฟรี 15 ปี อย่างมีคุณภาพทุกคน ทั้งนี้ ได้ให้ทางร.ร.และผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการ รายงานผลการรับนักเรียน ม.1 และม.4 ให้ตนทราบภายใน 15 วัน หลังจากนี้ อย่างไรก็ตาม ตนยังไม่มีนโยบายที่จะปรับเปลี่ยนนโยบายรับเด็กที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน เพราะระบบนี้ใช้จนเป็นที่ทราบกันดีทั่วไปแล้ว หากไม่สามารถคิดระบบใหม่ที่ดีกว่าขึ้นมาได้ การไปปรับเปลี่ยนใด จะกลับเป็นการสร้างปัญหา

 นายชัยพฤกษ์ เสรีรักษ์ ที่ปรึกษาสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กล่าวว่า ภาพรวมการรับนร.ของกทม.นั้น ทั้ง 3 เขตพื้นที่ มีนักเรียนมาสมัครทั้งหมด 85,132 คน ขณะที่ ร.ร.ในกทม.ทั้งหมด รับได้ 48,054 คน เกินไป 37,078 คน อย่างไรก็ตาม เด็กที่ล้นอยู่กว่า 3 หมื่นคน นั้น บางส่วนเป็นนักเรียนต่างจังหวัดหรือบางส่วนก็สมัครซ้ำซ้อนหลายที่ ในส่วนของกทม.เขต 2 ศึ่งมีปัญหาเด็กล้นเป็นประจำทุกปีนั้น ปีนี้ มียอดนร.ที่จบ ป.6 ในพื้นที่ทั้งหมด 35,637 คน

 ขณะที่ร.ร.ในพื้นที่ รับได้ 29,375 คน เพราะฉะนั้น เด็กล้นอยู่ 6,000 คน ซึ่งใกล้เคียงกับปีที่แล้ว แต่มั่นใจว่า สามารถหาที่เรียนให้เด็กได้ทุกคน ขอให้เด็กที่ยังไม่มีที่เรียนมายื่นความจำนงค์ แล้วทาง สทพ. กทม.2 จะเกลี่ยเด็กให้เสร็จพร้อมประกาศผลในวันที่ 9 เม.ย.นี้ บางส่วนอาจเกลี่ยนไปอยู่ร.ร.กทม. ซึ่งมีร.ร.กทม.ในเขต 2 ที่รับ ม.1ทั้งหมด 47 ร.ร. รับได้ 7,200 คน ขณะที่ร.ร.ของสพฐ.เองบางแห่งอาจขยายห้องเรียน แต่ทุกร.ร.ต้องรับนร.ไม่เกินห้องละ 50 คน ส่วนกทม.เขตอื่นนั้น ก็จะมีการประกาศผลเกลี่ยเด็กในวันเวลาไล่เลี่ยกัน

 ดร.เกษม สดงาม ผอ.ร.ร.สตรีวิทยา 2 กล่าวว่า สำหรับปีนี้ มีนร.มารายงานตัวจับฉลาก 675 คน รับได้ 100 คน เกินไปภึง 575 คน อย่างไรก็ตาม ยังมีร.ร.ในกทม.เขต 2 อีก หลายแห่งที่ยังมีที่ว่างนร.สมัครไม่เต็ม เช่น ร.ร.ลาดปลาเค้าพิทยาคม ร.ร.นวมินทราชูทิศ กรุงเทพฯ ร.ร.จันทร์หุ่นบำเพ็ญ หรือ ร.ร.ลอดลายอนุสรณ์ ของกทม. เพราะฉะนั้น มั่นใจได้ว่า เด็กทุกคนจะมีที่เรียนแน่นอน อย่างไรก็ตาม ในส่วนของ ร.ร.เตรียมพิจารณาขยายห้องเรียน จากปัจจุบันที่รับอยู่ 40 คนต่อห้อง ทั้งนี้เพื่อรองรับการเกลี่ยเด็ก แต่จะไม่มีการเปิดรับรอบ 2

นักการเมืองผู้กว้างขวางและสื่อมวลชนฝากม.1เพียบ

 นายอุดม  พรมพันธ์ใจ ผอ.โรงเรียนราชสีมาวิทยาลัย กล่าวว่า โรงเรียนราชสีมาวิทยาลัยเป็นโรงเรียนชายล้วนระดับมัธยมศึกษาชั้น ม.1 - ม.4 การเปิดรับเข้าเรียนที่ผ่านมาได้ปฏิบัติตามกรอบกติกาที่ สนง.คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานกำหนดไว้อย่างเคร่งครัด ในระดับชั้น ม.1 รับได้จำนวน 610 คน ส่วนในระดับชั้น ม.4 โรงเรียนสามารถรับเพิ่มได้เพียง 100 คน เนื่องจากทางโรงเรียนจะต้องรับนักเรียนเก่าจากชั้น ม.3 เข้าเรียนก่อน

 สำหรับข้อกำหนดให้เปิดสอนห้องละ 40 คน สามารถขยายจำนวนนักเรียนเพิ่ม ได้ตามมติของคณะกรรมสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน แต่ต้องไม่เกิน 50 คน ต่อ 1 ห้องเรียน ซึ่งการรับนักเรียนเข้าเรียนในปริมาณที่มากเกินไป จะไม่ก่อให้เกิดการพัฒนา ความสัมฤทธิ์ผลของการศึกษา ถึงพัฒนาได้แต่ค่อนข้างไม่มีคุณภาพ

 "ทุกปีจะมีเด็กฝากจำนวนหลายร้อยคน จากนักการเมือง ผู้กว้างขวาง ผู้มีอุปถัมภ์ รวมทั้งคุณขอมา แม้กระทั่งสื่อมวลชนก็พบเห็นเป็นประจำ ทำให้คณะกรรมการ ฯ และผู้บริหารโรงเรียนต่างอึดอัด เราจึงต้องชี้แจงนโยบายของ สพฐ.ทำความเข้าให้ผู้ปกครองเข้าใจ จึงทำให้ปีการศึกษาที่ผ่านมาเด็กฝากเริ่มน้อยลง แก้ปัญหาได้ในระดับหนึ่ง นโยบายของเรารับเด็กใกล้โรงเรียนเป็นกรณีพิเศษ ส่วนผู้ที่ผิดหวัง หากยื่นคำร้องจะศึกษาต่อ ก็ส่งเรื่องให้คณะกรรมการการศึกษาระดับจังหวัดพิจารณา เพื่อขอความเห็นชอบ ซึ่งเราจะผลักดัน และกระจายจำนวนนักเรียนให้ไปศึกษาตามโรงเรียนคู่พัฒนา ที่มีมาตรฐานการเรียน การสอน เท่าเทียมกัน เช่น โรงเรียนราชสีมาวิทยาลัย จะมีโรงเรียนโคราชพิทยาคม เป็นโรงเรียนคู่พัฒนา  " ผอ.โรงเรียนราชสีมาวิทยาลัยกล่าว
 
 นายศิลปสิทธิ์  ทับทิมธงไชย ผอ.รร.สุรนารีวิทยา สถานศึกษาหญิงล้วน ประจำจังหวัดชื่อดัง กล่าวว่า ปีการศึกษานี้เปิดรับสมัครเฉพาะชั้น ม.1 ที่มีโควต้าระบุ 480 คน ส่วน ม.4 ปีนี้ งดรับ แต่จะเปิดรับเฉพาะผู้ที่มีความจำเป็นจริงๆ เช่นการย้ายภูมิลำเนาตามผู้ปกครอง ส่วนใหญ่จะเป็นข้าราชการที่ต้องย้ายตามคำสั่งผู้บังคับบัญชา แต่จะได้ตามความประสงค์หรือไม่ ก็ต้องผ่านมติของคณะกรรมการสถานศึกษา

 การจับสลากวันนี้มีจำนวนนักเรียนที่มีสิทธิ์จับสลาก จำนวน 647 คน มาใช้สิทธิจับสลาก 597 คน สละสิทธิ 50 คน รับนักเรียนเข้าศึกษาเพียง 120 คน ปรากฏการณ์เด็กฝากแต่ละปี จะต้องมีเป็นประจำหลายร้อยคน ผู้บริหารก็ต้องชี้แจง ทำความเข้าใจ ให้ข้อมูลเกี่ยวกับโรงเรียนคู่พัฒนา ที่เรามี รร.สุรนารีวิทยา 2 ซึ่งมีการพัฒนาการเรียน การสอน คุณภาพเป็นที่ยอมรับ ทำให้เด็กฝากเริ่มเบาบางลง ผู้ปกครอง ต่างยอมรับโรงเรียนคู่พัฒนา
 
  ทางด้านผู้บริหารระดับสูง นายกมล  ศิริบรรณ ผอ.สนง.เขตพื้นที่การศึกษานครราชสีมา เขต 1 ( สพท.นม 1 ) กล่าวถึงปัญหาในพื้นที่รับผิดชอบ อ.เมือง และ อ.โนนสูง ที่มีสถานศึกษาทั้งระดับประถมศึกษา และมัธยมศึกษาหลายแห่งมีชื่อเสียง แต่ละภาคเรียน มีนักเรียนต้องการจะเข้าศึกษาต่อเกินจำนวนของสถานศึกษาแต่ละแห่งที่จะสามารถรองรับได้ จึงเกิดกรณีแป๊ะเจียะขึ้น ซึ่งปีนี้ได้เน้นย้ำห้ามเกิดขึ้นเด็ดขาด ขั้นตอนการรับนักเรียน โปร่งใส และตรวจสอบได้ การดำเนินการอะไรจะต้องผ่านในรูปแบบคณะกรรมการ ฯ ห้ามคณะผู้บริหารดำเนินการเพียงลำพัง เพราะจะเป็นข้อร้องเรียนภายหลัง 
 
 นายสัมพันธ์  จงโกเย็น แกนนำภาคีครูโคราช กล่าวว่า รับรายงานจากเครือข่ายเพื่อนครู ทันทีที่หลังทราบผลการสอบคัดเลือกเข้าศึกษาต่อชั้น ม.1 ผู้ปกครองต่าง วิ่งเต้นหาช่องทาง ที่จะให้บุตร-หลาน ได้เข้าสถานศึกษายอดนิยม จึงมีวัฒนธรรมแนวปฏิบัติที่นอกเหนือจากข้อกำหนด และระเบียบของโรงเรียนขนาดใหญ่ โดยเฉพาะโรงเรียนยอดฮิตทั้งหลาย จะใช้ช่องทางสมาคมผู้ปกครอง รับบริจาคอยู่ดังเดิม อ้างไว้ใช้ในการเรียน การสอน จึงขอให้ผู้ปกครองนักเรียน ช่วยสอดส่องดูแล และให้ข้อมูล ข้อเท้จจริง แก่ภาคีครูโคราช ซึ่งจะเป็นประโยชน์ให้กับผู้ยากไร้ทางการศึกษา หากพบพฤติกรรม เรียกเก็บเงินกินเปล่าอย่างไร้เหตุผล นอกเหนือข้อกำหนดของ สพฐ. ภาคีครูโคราช ยินดีที่จะเป็นกระบอกเสียง รายงานต่อผู้มีอำนาจ หรือสาธารณชนให้ทราบต่อไป