ไลฟ์สไตล์

ศาลปค.สั่งให้กทช.ระงับการประมูล3จี

ศาลปค.สั่งให้กทช.ระงับการประมูล3จี

17 ก.ย. 2553

ศาลปกครองสั่งคุ้มครองชั่วคราว เบรกกทช.ประมูล 3 จี เผยชะลอจนกว่าจะมี กสทช. ด้าน กทช.เตรียมยื่นอุทธรณ์ พร้อมรอคำสั่งศาลปกครองสูงสุดชี้ขาดออกมาเป็นอย่างไร ขณะที่ 3 บริษัทยักษ์ใหญ่ผู้ประมูลเผยรู้สึกผิดหวัง 3 จีชะงัก

คงเป็นเรื่องที่ต้องรอไปอีกระยะหนึ่ง หลังจากตุลาการศาลปกครองกลางได้เรียกผู้แทนบริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) และฝ่ายคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) เข้าให้ถ้อยคำเพื่อประกอบการพิจารณาที่ กสท ยื่นคำขอกำหนดมาตรการคุ้มครองชั่วคราว คดีที่ กสท ยื่นฟ้อง กทช.กรณีที่ออกประกาศเปิดให้ประมูลใบอนุญาตให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ 3จี ล่าสุดเมื่อศาลปกครองใช้เวลาพิจารณาไต่สวนจึงมีคำสั่งคุ้มครองให้ กทช.ชะลอการประมูล 3จี ดังกล่าวแล้ว 

โดยเมื่อเวลา 18.00 น. วันที่ 16 กันยายน นายจำกัด ชุมพลวงศ์ ตุลาการศาลปกครองกลาง เจ้าของสำนวนฟ้องระงับการจัดประมูลใบอนุญาตให้บริการโทรศัพท์ระบบ 3 G และองค์คณะ มีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว ตามคำร้องที่บริษัท กสท.โทรคมนาคม จำกัด ( มหาชน) ฯ ยื่นคำขอกำหนดมาตรการคุ้มครองคดีนี้ ได้ยื่นฟ้อง สำนักงาน กทช. และ กทช. เป็นผู้ถูกฟ้องที่ 1 - 2   ต่อศาลปกครองกลาง เมื่อวันที่ 13 ก.ย.ที่ผ่านมา เรื่องกระทำการโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย กรณีที่ออกประกาศ กทช. เรื่องหลักเกณฑ์และวิธีการอนุญาตใช้คลื่นความถี่เพื่อประกอบกิจการโทรศัพท์เคลื่อนที่ IMT ย่าน 2.1 GHz ลงวันที่ 23 ก.ค.53

และเปิดให้มีการประมูลบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ IMT   3 G  and beyond โดยอาศัยอำนาจตาม พ.ร.บ.องค์กรการจัดสรรคลื่นความถี่ พ.ศ.2543 ที่ไม่มีผลบังคับใช้ตาม รัฐธรรมนูญ ปี 2540 เพราะรัฐธรรมนูญสิ้นสุดผลไปแล้วตามประกาศ คปค. จึงเป็นการกระทำที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย เพราะการจัดสรรคลื่นความถี่ ตามที่ รธน. ปี 2550 กำหนดให้เป็นหน้าที่ คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ ( กสทช.)   จึงขอให้ศาล พิพากษาเพิกถอนประกาศ กทช. ดังกล่าว

 โดยคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวดังกล่าว ศาลปกครองระบุว่า คดีนี้ผู้ฟ้องอ้างว่า ประกาศ กทช. เรื่องหลักเกณฑ์และวิธีการอนุญาตใช้คลื่นความถี่เพื่อประกอบกิจการโทรศัพท์เคลื่อนที่ IMT ย่าน 2.1 GHz เป็นการจำกัดสิทธิของ บมจ. กสท. และกระทบต่อผลประโยชน์ตามสัญยาสัมปทานที่ บมจ. กสท. มีอยู่เดิม ขณะที่การออกประกาศและการดำเนินการจัดสรรคลื่นความถี่โดย กทมช. ผู้ถูกฟ้องที่ 2 ดังกล่าวไม่ชอบด้วยกฎหมาย เนื่องจาก พ.ร.บ.องค์กรการจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ.2543 สิ้นสุดลงพร้อม รธน. ปี 2540 กทช. จึงไม่มีสถานภาพตามกฎหมาย ขณะที่ผู้ฟ้องมีคำขอวันที่ 13 ก.ย.ให้ศาลปกครองส่งความเห็นไปยังศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยว่า พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่น ฯ มาตรา 46,51,63 ขัดหรือแย้งต่อ รธน. ปี 2550 มาตรา 47 วรรคสอง และ มาตรา 305(1) หรือไม่   นั้น เห็นว่า เมื่อการพิจารณาของศาลปกครองย่าน 2.1 GHz อาจจะต้องใช้บทบัญญัติกฎหมายดังกล่าวในการบังคับคดีและวินิจฉัยการกระทำของผู้ถูกฟ้องทั้งสอง ศาลจึงต้องส่งความเห็นดังกล่าวไปให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย

 ดังนั้นคดีของผู้ฟ้องจึงมีมูลที่ศาลปกครองจะพิจารณาต่อไปว่า กทช. ผู้ถูกฟ้องที่ 2 มีอำนาจตามกฎหมายในการจัดสรรคลื่นความถี่ย่าน 2.1 GHz หรือไม่ ส่วนการพิจารณาวาจะคุ้มครองชั่วคราวหรือไม่ ศาลเห็นว่า การที่ศาลจะมีคำสั่งระงับการดำเนินการตามประกาศ กทช. นับจากนี้ไป มีผลเพียงให้การประมูลเลื่อนออกไปจากเดิม ซึ่งมีผลกระทบผู้ที่เกี่ยวข้องไม่มากนัก เนื่องจากมีผู้มีสิทธิเข้าร่วมประมูลเพียง 3 ราย หากเปรียบเทียบกับให้มีการประมูลตามกำหนดเดิมต่อไป ก็จะทำให้มีผู้ชนะการประมูล และให้ดำเนินการล่วงเลยไปจนถึงขั้นตอนการออกใบอนุญาตให้ผู้ชนะการประมูล

 ซึ่งหากต่อมาศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่น ฯ มาตรา 46,51,63 ขัดหรือแย้งต่อ รธน. ปี 2550 หรือศาลวินิจฉัยว่า การกระทำของผู้ถูกฟ้องทั้งสองไม่ชอบด้วยกฎหมาย ย่อมก่อให้เกิดความเสียหายที่มากกว่าและยากต่อการเยียวยาแก้ไขในภายหลัง และอาจเกิดกรณีฟ้องร้องเกี่ยวกับการประมูลที่จะทำให้เกิดปัญหายุ้งยากซับซ้อนยิ่งขึ้น ประกอบกับผู้ถูกฟ้องทั้งสอง ได้เคยชี้แจงศาลแล้วเมื่อวันที่ 15 ก.ย. ว่า การเปิดให้บริการโทรศัพท์ 3 G เป็นปัจจัยสำคัญทำให้เศรษฐกิจและสังคมของประเทศพัฒนา เจริญเติบโต โดยคาดว่าผลิตภัณฑ์มวลรวมของประเทศ หรือ จีดีพี ทั้งทางตรงทางอ้อม จะเพิ่มขึ้น 240,000 - 480,000   ล้านบาท ดังนั้นย่อมแสดงให้เห็นว่าหากศาลไม่ระงับการประมูลไว้ก่อน อาจเกิดผลกรระทบต่อเศรษฐกิจและสังคมโดยรวมอย่างมาก และเมื่อพิจารณาถึงจำนวนลูกค้าผู้ใช้บริการที่เฉพาะ บมจ.กสท. มีกว่า 30 ล้านเลขหมายแล้วถ้ารวมผู้ใช้บริการอื่นทั้งหมดย่อมมีจำนวนมาก จึงต้องคำนึงถึงความเสียหายที่จะเกิดขึ้นอีกด้วย

 อีกทั้งเมื่อพิจารณาความรับผิดชอบของผู้ถูกฟ้องทั้งสองแล้ว เห็นว่ายังมีดำเนินการช่วงเปลี่ยนผ่านไปสู่การจัดตั้งองค์กรใหม่เพื่อกำกับดูแลคลื่นความถี่ตาม รธน.ปี 2550 ด้วย ดังนั้นจึงมีเหตุเพียงพอที่ศาลกำหนดมาตรการคุ้มครองชั่วคราว ให้สำนักงาน กทช. และ กทช. ผู้ถูกฟ้องที่ 1-2 ระงับการอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่เพื่อการประกอบกิจการโทรศัพท์เคลื่อนที่ IMT ย่าน 2.1 GHz และการดำเนินการต่อไปตามประกาศ กทช. เรื่องหลักเกณฑ์และวิธีการอนุญาตใช้คลื่นความถี่เพื่อประกอบกิจการโทรศัพท์เคลื่อนที่ IMT ย่าน 2.1 GHz ลงวันที่ 23 ก.ค.53 ไว้เป็นการชั่วคราวจนกว่าคดีจะถึงที่สุดหรือศาลมีคำสั่งเป็นอย่างอื่น นับตั้งแต่วันที่ศาลมีคำสั่ง

 ส่วนที่ผู้ฟ้องขอให้ศาลห้ามไม่ให้ผู้ถูกฟ้องทั้งสอง กระทำการใดเกี่ยวกับการจัดคลื่นความถี่ ตามมาตรา 51 และ 63 ของ พ.ร.บ.องค์กรการจัดคลื่น ฯ และห้าม กทช. ออกระเบียบ ประกาศ ใดๆ เป็นการชั่วคราวนั้น ศาลเห็นว่าชั้นนี้ยังไม่สมควรมีคำสั่งตามคำขอดังกล่าว

 ขณะที่ พ.อ.นที ศุกลรัตน์ กรรมการ กทช.ให้สัมภาษณ์ผ่านรายการ "เก็บตกจากเนชั่น" หลังจากศาลปกครองกลางสั่งคุ้มครองชั่วคราวให้ กทช.ระงับประมูล 3จี ว่า ขณะนี้ยังไม่เห็นรายละเอียดของคำสั่งศาลที่ออกมา อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้ กทช.คงจะต้องยื่นอุทธรณ์ แต่จะต้องรอฟังคำสั่งของศาลที่จะออกมาเสียก่อนว่ามีรายละเอียดอย่างไร 

 ส่วนการดำเนินการเรื่องการประมูลที่จะเริ่มในวันที่ 20 กันยายนนั้น กรรมการ กทช.รายนี้กล่าวว่า ขั้นตอนทุกอย่างทาง กทช.ได้ดำเนินการในเรื่องดังกล่าวไว้พร้อมหมดแล้ว ดังนั้นคิดว่า กทช.คงจะต้องยื่นขออุทธรณ์ในเรื่องนี้ก่อน และจะรอคำสั่งของศาลปกครองสูงสุดที่จะออกมา หากศาลปกครองสูงสุดมีคำสั่งว่าอย่างไรก็พร้อมที่จะปฏิบัติตามคำสั่งนั้น ดังนั้นหากถึงวันที่ 20 กันยายน เวลา 09.00 น. ศาลปกครองสูงสุดยังไม่มีคำสั่งออกมา  กทช.คงจะต้องเลื่อนการประมูลออกไป

 "ในขณะนี้คงจะให้ความเห็นและรายละเอียดในเรื่องดังกล่าวไม่ได้ เพราะอาจจะเป็นการไปกดดัน และสร้างเงื่อนให้แก่ศาล ส่วนเรื่องของความเสียหายย่อมเกิดขึ้นอย่างแน่นอน เพราะขณะนี้การดำเนินการในขั้นตอนต่างๆ เรามีการดำเนินการไปแล้ว" พ.อ.นที กล่าว

 นายธนา เธียรอัจฉริยะ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายกลยุทธองค์กร บริษัทโทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น (ดีแทค) กล่าวว่า เพิ่งทราบข่าวว่าศาลปกครองรับคุ้มครองชั่วคราว จึงไม่สามารถจะเปิดเผยรายละเอียดได้มากนัก เพราะต้องการดูรายละเอียดคำสั่งศาล เบื้องต้นมองว่าจะเกิดผลกระทบต่ออุตสาหกรรมทั้งหมด เพราะการประมูลถูกหยุดชะงักลงและบริษัทก็จะได้รับผลกระทบด้วย

 นายวิเชียร เมฆตระการ หัวหน้าคณะเจ้าหน้าที่ผู้บริหาร บริษัทแอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส (เอไอเอส) กล่าวว่า ไม่น่ามีผลกระทบต่อประเทศ กทช.ต้องรีบอุทธรณ์ และขณะเดียวกันเอกชนจะต้องทำตาม กทช. และต้องรอลุ้นว่า กทช.จะสามารถยื่นอุทธรณ์ได้หรือไม่

 นายศุภชัย เจียรวนนท์ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่ผู้บริหาร บริษัททรู คอร์ปอเรชั่น กล่าวว่า รู้สึกผิดหวัง หวังว่าการอุทธรณ์จะเดินหน้าต่อไปได้

 นายจุติ ไกรฤกษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) เปิดเผยว่า ยังมั่นใจว่าจะมีประมูล 3จีเกิดขึ้นภายในปีนี้ กทช.จะต้องยื่นอุทธรณ์ศาลปกครอง คาดว่าการยื่นอุทธรณ์ดังกล่าวจะใช้เวลาพิจารณาไม่นาน ขณะเดียวกันมั่นใจว่าประชาชนได้ใช้ 3 จี เนื่องจากทีโอทีได้เปิดให้บริการ ในส่วนที่จะเปิดให้ประมูลมั่นใจว่า กทช.จะรีบแก้ปัญหาดังกล่าวให้เดินหน้า รัฐบาลยังมีนโยบายผลักดัน 3จีต่อไป

 นายจิรายุทธ รุ่งศรีทอง กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท กสท โทรคมนาคม กล่าวว่า การที่ กทช.จะยื่นอุทธรณ์ไม่ได้หมายความว่าการประมูลจะเกิดขึ้นได้ เพราะต้องรอจนกว่าศาลจะมีคำสั่ง และการที่บริษัท ทีโอที เตรียมยื่นฟ้องในประเด็นเดียวกันก็ช่วยทำให้เรื่องนี้มีน้ำหนักมากขึ้น

 อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้วันเดียวกัน สำนักงาน กทช.ได้เชิญผู้มีสิทธิ์เข้าร่วมประมูลใบอนุญาต 3จี ทั้ง 3 ราย ให้เข้ามาทดลองระบบ ก่อนที่จะทำการประมูลจริงในวันที่ 20 กันยายน โดยนายประเสริฐ อภิปุญญา รองเลขาธิการ กทช.กล่าวถึงกระบวนการประมูลว่า หลังจากนี้แต่ละบริษัทจะส่งผู้เข้าร่วมประมูลทั้ง 8 คน เข้ารายงานตัว ณ โรงแรมเอวาซอน ไฮ-อเวย์ หัวหิน เวลา 13.00 น. วันที่ 19 กันยายน เพื่อเข้าสู่พื้นที่ประมูลจริง

 รายงานข่าวแจ้งว่า การทดลองระบบเริ่มตั้งแต่ 09.00 น. เปิดให้บริษัท เรียล มูฟ จำกัด ได้ทดลองระบบโดยการแบ่งทีมให้ลองใช้ระบบแข่งขันกันเอง ซึ่งผู้ที่มาทดลองระบบประกอบด้วย นายศุภชัย เจียรวนนท์ ประธานคณะผู้บริหาร บมจ.ทรู คอร์ปเรชั่น นายอธึก อัศวานันท์ รองประธานกรรมการ หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านกฎหมาย บมจ. ทรู นายนพปฎล เดชอุดม หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านการเงิน นายอติรุฒม์ โตทวีแสนสุข ผู้อำนวยการบริหารด้านลูกค้าองค์กรธุรกิจ นายขจร เจียรวนนท์ กรรมการบริหารทรูมูฟ นายธัช บุษฎีกานต์ ผู้อำนวยการด้านกฎหมายโทรคมนาคม บมจ.ทรู คอร์ป

 ขณะที่เวลา 12.00 น. จะเป็นรอบทดลองของบริษัท ดีแทค อินเตอร์เนต เซอร์วิส จำกัด นำทีมโดย นายทอเร่ จอห์นเซ่น ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Mr.Terje Borge รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มการเงินและบัญชี Mr.Roar Wiik Andreassen รองประธานฝ่ายกลยุทธ์และพัฒนาธุรกิจ นายธนา เธียรอัจฉริยะ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มกลยุทธ์องค์กร และนางวีระนุช กมลยะบุตร ผู้อำนวยการอาวุโสสายงานกฎหมายและรัฐกิจสัมพันธ์

 จากนั้นในรอบ 15.00 น. จะเป็นรอบทดลองของ บริษัท แอดวานซ์ ไวร์เลส เน็ทเวิร์ค จำกัด นายสมประสงค์ บุญยะชัย ประธานกรรมการบริหารกลุ่มชินคอร์ป และนายวิเชียร เมฆตระการ หัวหน้าคณะเจ้าหน้าที่ผู้บริหารเอไอเอส จะนำทีมมาด้วยตนเอง