
คันฉ่องและโคมฉาย - ผู้นำกับธรรมะ (๑๐) หลงอำนาจ ชาติเดือดร้อน
หลุมดำประการที่ ๑ ของผู้บริหารคือ ยศ และยศมี ๓ แบบ
๑.อิสริยยศ คือ อำนาจ ถ้าใครได้เมาแล้วเสียคนไปเลย เมาอำนาจแล้วเสพติด วางไม่ได้ ปล่อยไม่ลง ปลงไม่เป็น สุดท้ายจะถูกอำนาจกัดกิน อำนาจมันกัดกินยิ่งกว่าน้ำกรด เพราะว่าน้ำกรดมันกัดกินคนยังเหลือกระดูก อำนาจ ถ้าได้กัดกินแล้วแม้แต่กระดูกก็ไม่เหลือ ฉะนั้นอย่าไปมัวเมาในอำนาจ
๒.เกียรติยศ คือเวลาได้รับรางวัล ได้รับการยกย่อง มีคนศรัทธา เคารพนับถือ อย่าเมา
๓.บริวารยศ คือ มีแต่พี่ เพื่อน น้อง บริษัท บริวารห้อมล้อม ก็อย่าเมา นี่คือหลุมดำของผู้บริหารประการที่หนึ่ง คือ ยศ ต้องไม่เมายศ เขาให้ยศเรามาเพื่อให้เราทำงาน ไม่ใช่ให้เรามาแล้วเมา ผู้บริหารจำนวนมากพอได้ยศ ได้ตำแหน่งมา มองไม่เห็นหัวเพื่อนที่เคยร่วมต่อสู้ด้วยกันมา ลำบากด้วยกันมา ชุดก็เปลี่ยน สูทก็เปลี่ยน รถก็เปลี่ยน โทรศัพท์ก็เปลี่ยน เปลี่ยนมันทุกอย่าง แม้กระทั่งเพื่อนก็เปลี่ยน คือลืมไปเลย พอได้ยศมาแทนที่จะใช้ยศ เป็นบันไดในการทำงานกลับใช้ยศให้เสียทุกสิ่งทุกอย่าง เพราะว่าเมายศ ฉะนั้นได้ยศแล้วอย่าหลงเมามัวในยศ
หลุมดำประการที่ ๒ คือ ทรัพย์ เป็นเพียงปัจจัย ใช่จุดหมายของชีวิต!
ทรัพย์ ก็คือเงิน เงินนี้ไม่ใช่จุดหมายของชีวิต โลกของเราที่วุ่นวายทุกวันนี้เพราะว่าเราคิดผิด เราคิดว่าเงินคือจุดหมายของชีวิต เงินคือพระเจ้า เงินคือศาสดา ฉะนั้น ศาสดาของโลกทุกวันนี้คือเงิน คัมภีร์ก็คือเครดิตการ์ด ใครถือแล้วรู้แจ้งทุกอย่าง พิธีกรรมก็คือรูดปรื๊ดๆ สาวกก็คือทั่วโลกที่ใช้บัตรพลาสติกกัน เงินในทัศนะของพระพุทธศาสนาก็คือปัจจัย ไม่ใช่จุดหมาย ใครคิดว่าคือจุดหมายแล้วยอมตายเพื่อเงินคนนั้นโง่เขลามาก เวลาเราทำบุญถวายเงินให้พระ เรียกว่า ถวายปัจจัย นี่คือวิธีการและท่าทีที่ถูกต้อง พระพุทธองค์บอกว่า เงินก็คือปัจจัย บางครั้งพระองค์ก็ตรัสว่า เงินคืออสรพิษ แต่ในทัศนะของคนทั่วไปเงินคือพระเจ้า เมื่อเราเข้าใจผิดอย่างนี้โลกถึงได้วุ่นวาย
ฉะนั้นผู้บริหารเมื่อได้อำนาจมาแล้ว เขาให้คุณขึ้นมาบริหารเงินที่เป็นภาษีอากรของประชาชน คือเครื่องมือในการบริหารของคุณ อย่าคิดว่านั่นคือเงินของคุณ มันคือ มือไม้ให้คุณบริหาร คุณเป็นเจ้าของบริษัท เงินที่ผู้ถือหุ้นลงขันมาให้คุณทำงานก็คือเงินให้คุณทำงาน ไม่ใช่คิดว่าเป็นเงินของคุณทั้งหมด ปัญหาที่เกิดขึ้นในบริษัทยักษ์ใหญ่ทั้งหลาย ก็เพราะผู้ถือหุ้นยักษ์ใหญ่ทั้งหลายคิดว่าเอาเงินของผู้ถือหุ้นแล้วก็ซิกแซ็กเข้าบัญชี ไปดูบริษัทใหญ่ๆ ที่มีปัญหา บริษัทเอนรอน (Enron) ก็ดี บริษัทที่ถูกตรวจสอบก็ดี ที่เกิดวิกฤติทั้งหลายก็ดี ปัญหาเกิดขึ้นเพราะว่าผู้บริหารทั้งหลายไปซิกแซ็กกับเงินของคนอื่น ต้องบอกตัวเองอยู่บ่อยๆ ว่าเงินคือปัจจัย เงินคือเครื่องมือในการบริหารงาน ไม่ใช่จุดหมายของชีวิต ถ้าเราเข้าใจอย่างนี้ผู้บริหารก็จะใช้เงินเป็นเครื่องมือ ไม่ได้ใช้เงินเป็นเป้าหมาย ถ้าใช้เงินเป็นเป้าหมายเท่าไรก็หายนะเท่านั้น
หลุมดำประการที่ ๓ คือ อำนาจ
อำนาจนี้สำคัญมากๆ เพราะว่ามีเสน่ห์ยวนใจเป็นพิเศษ ใครเสพติดเข้าแล้วก็มักจะวางไม่ลง แม้แต่ในสถานศึกษาบางทีเรามาเรียนด้วยกันอยู่ห้องเดียวกัน บางคนเมื่อได้เป็นหัวหน้าห้อง เริ่มรู้สึกว่าเรามีอำนาจ บางทีไปทำงานด้วยกัน ไปดูงานต่างประเทศด้วยกัน เป็นตากล้องประจำคณะ นี่ก็มีอำนาจ เพียงแค่กล้องหนึ่งตัวก็ทำให้คนมีอำนาจได้ ดังนั้นถ้ามีอำนาจต้องระมัดระวัง
ยศ ทำให้คนเหลิง ก็น่ากลัว ทรัพย์ทำให้คนหลงก็น่ากลัว แต่ไม่น่ากลัวเท่าอำนาจ เพราะคุณมียศ คุณใช้ได้อย่างจำกัด คุณมีทรัพย์คุณใช้ได้อย่างจำกัด แต่ถ้าคุณมีอำนาจคุณจะสั่งให้คนที่มียศ มีทรัพย์มาเป็นลูกน้องคุณก็ได้ อำนาจมันจึงเหนือกว่า ผู้บริหารจะต้องระมัดระวังการใช้อำนาจให้มาก
ทางพุทธศาสนาได้แนะหลักในการใช้อำนาจไว้ว่า
๑.ต้องได้รับมาอย่างสง่างาม
๒.ใช้อย่างโปร่งใส
๓.ผลลัพธ์คือเพื่อประโยชน์สุขของประเทศชาติและประชาชนส่วนใหญ่
ใครเป็นผู้บริหารแล้วบริหารผิดไปจากตรรกะที่วางเอาไว้ จะไม่ประสบความสำเร็จในฐานะผู้บริหาร เช่นได้มาโดยไม่สง่างาม ใช้ไปอย่างไม่โปร่งใส และผลลัพธ์ก็ไม่เพื่อประโยชน์สุขของประเทศชาติและคนส่วนใหญ่ ถ้าผิดจากนี้ถือว่าตกหลุมดำของผู้บริหารทันที
"ว.วชิรเมธี"



