
จี้เกษตรฯดูแลเจ้าของนาขึ้นค่าเช่าครม.ไฟเขียวประกันรายได้เคาะราคาเท่ารอบก่อน
ครม.ไฟเขียวประกันรายได้ชาวนารอบใหม่ นายกฯ สั่งกระทรวงเกษตรฯ ดูแลปัญหาเจ้าของนาขึ้นค่าเช่า หลังชาวนาได้เงินจากโครงการ กขช.กำหนดข้าวเปลือก 5 ชนิดเข้าโครงการ เคาะราคาและปริมาณประกันเท่าโครงการปี 2552/2553
นายวัชระ กรรณิการ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้มีมติเห็นชอบโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวปี 2553/2554 รอบที่ 1 หรือข้าวนาปี ตามมติคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ (กขช.) โดยในที่ประชุม นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ได้สอบถามกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เกี่ยวกับกฎหมายควบคุมค่าเช่าที่นา และหน่วยงานที่ดูแลเรื่องนี้มีหรือไม่ เนื่องจากได้รับร้องเรียนเรื่องการปรับเพิ่มค่าเช่าที่นา หลังจากที่เกษตรกรได้เงินจากโครงการประกันรายได้ ทำให้เกษตรกรได้รับความเดือดร้อน จึงมอบหมายให้กระทรวงเกษตรฯ รับเรื่องนี้ไปแก้ปัญหาด่วน
สำหรับโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวปี 2553/2554 กำหนดชนิดข้าวเปลือก ที่จะเข้าร่วมโครงการ 5 ชนิด ได้แก่ ข้าวเปลือกหอมมะลิ ข้าวเปลือกหอมจังหวัด ข้าวเปลือกปทุมธานี 1 ข้าวเปลือกเหนียวและข้าวเปลือกเจ้า ยกเว้นพันธุ์ข้าวที่มีอายุสั้นต่ำกว่า 100 วัน ส่วนราคาและปริมาณประกันรายได้เกษตรกรปีการผลิตนี้ จะเท่ากับโครงการในปี 2552/2553 รอบที่ 1 และ 2 โดยกำหนด ณ ความชื้น 15% ชนิดข้าวเปลือกหอมมะลิ 15,300 บาทต่อตัน ครัวเรือนละไม่เกิน 14 ตัน ข้าวเปลือกหอมจังหวัด 14,300 บาทต่อตัน ไม่เกิน 16 ตัน ข้าวเปลือกปทุมธานี 1 ราคา 11,000 บาทต่อตัน ไม่เกิน 25 ตัน ข้าวเปลือกเจ้า 10,000 บาทต่อตัน ไม่เกิน 25 ตัน และข้าวเปลือกเหนียว 9,500 บาทต่อตัน ไม่เกิน 16 ตัน
นางพรทิวา นาคาศัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า ครม.มีมติเห็นชอบแนวทางรัสเซียค้างชำระหนี้ค่าข้าวไทยวงเงิน 41.06 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เงินต้นจำนวน 36.44 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และดอกเบี้ย 4.62 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดย ครม.อนุมัติรับชำระหนี้ค่าข้าวไทยเฉพาะเงินต้น เป็นเงินสด (Draft cash) ภายใน 30 วัน นับแต่มีการลงนาม โดยในเร็วๆ นี้ ตนจะเดินทางไปรัสเซียเพื่อลงนามสัญญาชำระเงิน
“เชื่อว่าข้อสรุปดังกล่าวจะเป็นประโยชน์สูงสุดกับทั้งสองฝ่าย เพราะจะทำให้ปัญหานี้ยุติลงได้ และยังสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างสองประเทศ ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อไทยในการเจรจาเพื่อขายสินค้าอื่นๆ ให้รัสเซีย รวมถึงสินค้าข้าว เพราะขณะนี้รัสเซียเป็นประเทศที่มีกำลังซื้อสูงมาก” นางพรทิวาระบุ
นางพรทิวากล่าวด้วยว่า กรณีที่มีการตั้งข้อสังเกตกรณีการประมูลมันเส้น 7.4 หมื่นตัน ของหนองลังกาฟาร์ม และไพรสะเดาฟาร์ม ซึ่งเป็นฟาร์มที่อยู่ในเครือกาญจนา ของบริษัท กาญจนาฟาร์ม จำกัด ซึ่งมีนายวิวัฒน์ นิติกาญจนา และนางบุญยิ่ง นิติกาญจนา ที่ปรึกษา รมว.พาณิชย์ เป็นกรรมการนั้น ได้หารือกับปลัดกระทรวงพาณิชย์เพื่อให้ตั้งกรรมการสอบแล้ว ซึ่งในฐานะที่เป็นฝ่ายนโยบายคงไม่สามารถทราบได้ทุกเรื่อง



