
คุมเข้ม "โรคไข้เลือดออก" และ "ไข้หวัดใหญ่"
ช่วงฤดูฝน ขอย้ำเตือนให้ประชาชนป้องกันตัวเองไม่ให้ป่วย และร่วมป้องกันไข้หวัดใหญ่ โดยใช้มาตรการเดิมที่ยังได้ผลดี คือ ให้ผู้ป่วยเป็นหวัดใส่หน้ากากอนามัย หลีกเลี่ยงเข้าไปในที่คนแออัด ล้างมือบ่อยๆ และให้หยุดพักที่บ้านจนกว่าหายป่วย
ได้สั่งการให้ทุกจังหวัด เฝ้าระวังดูแลและคุมเข้มเรื่องนี้เป็นพิเศษ ตั้งแต่เดือนสิงหาคมเป็นต้นมา โดยเฉพาะพื้นที่ที่พบผู้ป่วยมาก และให้รายงานผลทั้งไข้เลือดออกและไข้หวัดใหญ่ ทุกสัปดาห์
กรณีโรคไข้เลือดออก ตั้งแต่เดือนมกราคมจนถึงขณะนี้ มีผู้ป่วยสะสม 75,852 ราย เสียชีวิต 87 ราย ในสัปดาห์ที่ผ่านมามีผู้เสียชีวิตเพิ่ม 10 ราย ได้แก่ นครศรีธรรมราช กรุงเทพฯ สมุทรปราการ ปัตตานี เชียงใหม่ และกำแพงเพชร จากข้อมูลการตรวจสอบ พบว่า ผู้ป่วยเฉพาะในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีมากใน 6 จังหวัด ได้แก่ นครราชสีมา บุรีรัมย์ ร้อยเอ็ด สุรินทร์ อำนาจเจริญ และศรีสะเกษ ส่วนอัตราผู้ป่วยไข้เลือดออกต่อประชากร 1 แสนคน เมื่อแยกเป็นรายภาค พบว่า ภาคตะวันออกเฉียงเหนือไม่ได้สูงกว่าภาคอื่น พบผู้ป่วย 96.87 ต่อประชากร 1 แสนคน ในภาคใต้ มีอัตราป่วย 226.76 ต่อประชากร 1 แสนคน ภาคเหนือ 124.83 ต่อประชากร 1 แสนคน
ส่วนโรคไข้หวัดใหญ่ 2009 พบผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่ทุกสายพันธุ์มียอดสะสมตั้งแต่เดือนมกราคม ถึง 4 กันยายน 2553 จำนวน 51,594 ราย เป็นไข้หวัดใหญ่ 2009 จำนวน 9,612 ราย คิดเป็นร้อยละ 20 ของไข้หวัดใหญ่ทุกสายพันธุ์ มีผู้เสียชีวิตจำนวน 63 ราย เมื่อเทียบกับปี 2552 มีผู้เสียชีวิต 194 ราย และ 10 จังหวัดแรก ที่พบผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่ 2009 มากที่สุดในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ได้แก่ นนทบุรี นครราชสีมา กรุงเทพฯ นครสวรรค์ ปทุมธานี สมุทรปราการ ลพบุรี อุดรธานี สุโขทัย และพิษณุโลก จะเห็นว่า พบผู้ป่วยอยู่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือเพียง 2 จังหวัด
ดังนั้น 2 โรคนี้ ไม่ได้ทำให้เกิดปัญหาผู้ป่วยล้นโรงพยาบาลเหมือนที่เป็นข่าว ปัญหาผู้ป่วยล้นโรงพยาบาลเป็นภาวะปกติทั่วไปของโรงพยาบาลขนาดใหญ่
ส่วนที่มีข่าวว่า กระทรวงสาธารณสุขให้ ยาโอเซลทามิเวียร์ มากเกินไปในผู้ป่วยไข้หวัด 2009 จนเกิดปัญหาดื้อยานั้น จากการรายงานของ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ตรวจสอบตัวอย่างผู้ป่วย 518 ตัวอย่าง พบมีการดื้อยา 7 ตัวอย่าง คิดเป็นร้อยละ 1.35 ซึ่งถือว่า ยังอยู่ในระดับสากล เช่นเดียวกับหลายประเทศทั่วโลก ซึ่งองค์การอนามัยได้ให้ตัวเลขดื้อยาได้ร้อยละ 1-2 โดยผู้ป่วยที่ดื้อยาทั้ง 7 ราย รักษาหายเป็นปกติ ไม่มีอาการรุนแรง มีแค่ 1 ราย ที่ต้องเปลี่ยนยารักษา และหายเป็นปกติแล้วเช่นกัน ส่วนผู้ป่วยที่เสียชีวิต 8 ราย ที่อยู่ในกลุ่มตัวอย่าง 518 ราย ไม่พบปัญหาเชื้อดื้อยาเลย
แม้องค์การอนามัยโลกประกาศให้ไข้หวัดใหญ่ 2009 เป็นไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาลแล้วก็ตาม แต่สถานการณ์ยังไม่สามารถวางใจได้ทั้งหมด ขอเตือนประชาชนทุกคน โดยเฉพาะผู้ที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยง ขอให้ไปรับการฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ ที่กระทรวงสาธารณสุขกำลังให้บริการฟรี ที่โรงพยาบาลภาครัฐทั่วประเทศ ซึ่งป้องกันได้ 3 สายพันธุ์ ทั้งไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาล 2 สายพันธุ์และไข้หวัดใหญ่ 2009 ด้วย จนถึงวันที่ 31 ตุลาคม 2553 ขณะนี้ มีกลุ่มเสี่ยงเข้ารับบริการฉีดแล้ว 1,059,000 ราย คิดเป็นร้อยละ 50 ของวัคซีนที่มีอยู่ 2.1 ล้านโด๊ส เฉพาะสัปดาห์ที่ผ่านมา มีผู้รับบริการฉีดวัคซีนมากขึ้น 2.7 แสนราย
นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข



