
จม.ถึงผู้แทน ถึง รมว.ศึกษาธิการ (2)
"ชีวิตครู (อัตราจ้าง)" ผลกระทบที่ตกอยู่ที่นักเรียนตาดำๆ นักเรียนต้องเรียนกับครูหน้าใหม่ๆ กว่าจะเข้าที่เข้าทางใช้เวลานานพอควร พอครูใหม่เริ่มทำงานเข้าที่ มีประสบการณ์ ไม่นานมีอันต้องลาออกไป หมุนเวียนกันไปไม่รู้จักจบสิ้น
นักเรียนสับสน ครูสอนไม่เหมือนกัน เปลี่ยนหน้าไปไม่ซ้ำกันแต่ละเทอม แนวทางจัดการเรียนการสอนต่างกัน กว่าจะเข้าที่จวนจะปิดภาคเรียนแล้ว นักเรียนจะได้อะไร
ความจริงครู (อัตราจ้าง) ทั้งหลาย ไม่ต้องการละทิ้งนักเรียนด้วยการลาออกจากอาชีพ ไม่ต้องการดิ้นรนหางานใหม่ ไม่ต้องการอ่านข่าวรับสมัครงาน ข่าวเปิดสอบบรรจุสายงานอื่น ไม่ต้องการที่จะเริ่มกับอาชีพใหม่ เพียงเพราะครู (อัตราจ้าง) ต้องการความมั่งคง ความก้าวหน้าในอาชีพ
ตอนนี้ครู (อัตราจ้าง) ไม่รู้จะหันหน้าไปพึ่งใครได้จริง วันๆ มีแต่ข่าวการยกเลิกบัญชีครูผู้ช่วยบ้าง จะเปิดสอบใหม่บ้าง ครูพันธุ์ใหม่ที่จะจบมาบรรจุโดยไม่ต้องสอบแล้วครู (อัตราจ้าง) ที่ทำงานมาเป็นสิบๆ ปี จะเอาไปไว้ที่ไหน ไม่มีข่าวที่จะสร้างขวัญและกำลังใจให้ครูอัตราจ้างเลย หรือแม้แต่จะติดต่อสอบถามไปยัง สอศ.โดยตรง ก็ไม่เคยได้รับข้อมูลที่ชัดเจนเลยสักครั้ง เกียรติศักดิ์ศรีแตกต่างกับข้าราชการครู เทียบกันไม่ได้
นี่หรือคือการปฏิรูปการศึกษาของประเทศไทย ที่มีการแบ่งชนชั้นครูในสังคมไทย แล้วเมื่อไหร่การศึกษาไทยจะพัฒนาเทียบชั้นอารยประเทศ บุคลากรทางการศึกษานับวันจะมีจำนวนลดน้อยถอยลงไปตามกาลเวลา มีหลายสาเหตุ เช่น เกษียณ เปลี่ยนอาชีพ และอีกหลายประการที่ทำให้บุคลากรเหล่านี้มีจำนวนลดลงไป
คำถามที่จะฝากถึงนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ว่าทุกวันนี้ สพฐ. อบต. และ กศน.เปิดสอบกันหลายพันอัตราทั่วประเทศ คนดีๆ เก่งๆ ที่เป็นลูกจ้าง ครู (อัตราจ้าง) ของ สอศ. แห่กันไปสอบได้บ้าง ไม่ได้บ้าง ใครที่ได้ถือว่ามีโชคดี ไม่ต้องทนทุกข์กายทุกข์ใจกับการเป็นครูอัตราจ้างของ สอศ. ที่ไร้ซึ่งความมั่นคง ที่รอคอยความหวังลมๆ แล้งๆ สักวันหนึ่งจะมีอะไรดีขึ้นบ้าง ตราบใดที่ยังปล่อยให้มี ครู (อัตราจ้าง) ขาดขวัญและกำลังใจอยู่อย่างนี้
ชมรมครูอัตราจ้าง สอศ.



