
"ผู้น้อยเลียขา ผู้ใหญ่บ้าอำนาจ"
เกือบจะทุกวันก็จะมีผู้ปรับทุกข์ให้ฟังด้วยหน้าตาหม่นหมองครองทุกข์ บางคนมีอาการเครียด บางคนเกือบคุ้มคลั่ง ส่วนด้านจิตใจไม่ต้องพูดถึง ล่มสลาย เบื่อหน่ายชีวิต ทุกข์ที่กล่าวถึงนี้ คือ...ผู้ใหญ่ลำเอียง แต่งตั้งตำแหน่งโดยปราศจากความยุติธรรม
การฟังคนเขาปรับทุกข์ ก็ได้ผลต่อตัวเรา ๓ ประการ คือ ๑.ผู้ใหญ่แบบไหนที่ผู้น้อยไม่ชอบและสร้างความบอบช้ำ เราจะได้ไม่เป็นผู้ใหญ่แบบนั้น ๒.ได้ช่วยปลอบประโลมใจ ๓.ได้ค้นคว้าหลักธรรมนำมาสั่งสอนและนำมาปกครองตนและบริวาร
ถึงแม้สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ศาสดา นักปราชญ์ทั้งหลาย ได้สั่งสอนเรื่องการเป็นผู้ใหญ่ที่ดี ซึ่งต้องไม่อคติต่อผู้ใต้บังคับบัญชา และสอนการเป็นผู้น้อยที่ไม่ควรอยากได้ ใคร่ดีด้วยการประจบสอพลอ
แต่ยิ่งนับวันคนสองประเภทนี้ก็จะมีมากขึ้น เพราะไม่สนใจศึกษาคำสอนอันทรงคุณค่าที่ได้แสดงผลสำเร็จและความเจริญของการปราศจากอคติ
อีกทั้งสอนความหายนะ ทั้งส่วนตัวและส่วนรวม ของผู้ที่มากด้วยอคติ ก็แล้วเมื่อบ้านเมืองนั้นๆ ถูกปกครองด้วยผู้ใหญ่ใจเบา ผู้น้อยเฉาโฉด ความล่มจมล้มเหลวก็เกิดขึ้น ทั้งแก่ส่วนตัวและแก่ส่วนรวม แล้วก็ต้องหาคนดีมาแก้สถานการณ์ที่พวกคนใจพาลกระทำกรรมชั่วไว้
ใครก็ได้ที่มีเงิน ลองพิมพ์โปสเตอร์คำกลอน "ผู้น้อยเลียขา ผู้ใหญ่บ้าอำนาจ" ติดตามที่สาธารณะ วัดวาอาราม ป้ายสถานที่ราชการ ถ้าหน่วยงานใดกล้าติด ก็แสดงว่าผู้บริหารหน่วยงานนั้นไม่ได้เป็นเช่นนั้น แต่ถ้าแจกไปแล้วไม่กล้าติด ก็แสดงว่าผู้นำองค์กรหรือหน่วยงานมีทั้ง
ผู้ยิ่งใหญ่ ทำอะไร ดีไปหมด แม้แต่ตด ก็ว่าหอม ดมดอมได้
ผู้น้อยไม่ กล้าบ่น ทนทนไป ผู้ใหญ่เสีย นิสัย ไม่ดีแล
ผู้น้อยเห็น ผู้ใหญ่ผิด ไม่คิดบอก เพราะปอกลอก สอพลอ ประจ๋อประแจ๋
ได้ครับพี่ ดีครับผม เหมาะสมแท้ มันตอแล หวังประโยชน์ จากโปรดปราน
หวังได้ยศ หนักหนัก ศักดิ์ใหญ่ใหญ่ ผู้น้อยไล้-เลียขา น่าสงสาร
ผู้ใหญ่เสีย-ผู้ใหญ่ ไร้วิจารณ์ ผู้น้อยเสีย สันดาน เพราะคลานเลีย
ถ้าผู้ใหญ่ ไม่หลงยอ สอพลอพลอย พวกผู้น้อย ก็ยากที่ นิสัยเสีย
ถ้าผู้ใหญ่ ชอบผู้น้อย คอยคลอเคลีย เขาด่า...ทั้งสองฝ่าย น่าอับอายจัง
"พระราชวิจิตรปฏิภาณ (เจ้าคุณพิพิธ) "



