
กรมแพทย์เผยไม่มีข้อมูลชี้"ใช้บีบีเกิดโรคนิ้วล็อค"
กรมการแพทย์ ยันยังไม่มีข้อมูลยืนยัน "ใช้บีบีเกิดโรคนิ้วล็อค" เหตุไม่มีการวิจัย พร้อมเผยปี 52 มีผู้ป่วยนิ้วล๊อกเข้ารักษาที่ รพ.เลิดสิน 4 , 470 ราย พบผู้ป่วยหญิงมากกว่าชาย โดยเฉพาะแม่บ้าน ซักผ้า ทำงานบ้าน
ที่กรมการแพทย์ เมื่อวันที่ 13 ก.ย. นพ.เรวัต วิศรุตเวช อธิบดีกรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข แถลงถึงกรณีที่มีข่าวว่าการใช้โทรศัพท์มือถือแบล็คเบอรี่ หรือ บีบี อาจทำให้เกิดโรคนิ้วล็อคว่า จากข้อมูลของรพ.เลิดสิน กรมการแพทย์ พบว่า ปี 2552 ที่ผ่านมามีผู้ป่วยโรคนิ้วล็อค ทั้งปีมารักษาที่ รพ.เลิดสิน 4 , 470 ราย ส่วนใหญ่คนที่ป็นนิ้วล็อคมักจะเป็นวัยทำงาน หรือวัยกลางคน โดยพบว่ากลุ่มนี้จะออกแรงใช้นิ้วพอสมควร ติดต่อกันเป็นเวลานาน ซ้ำ ๆ หลายวันหรือเป็นเดือน ทำให้เกิดการอักเสบและบวมจนเป็นนิ้วล็อค ดังนั้นการเสียดสีที่ไม่รุนแรง ส่วนใหญ่จะไม่เป็น
อธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวต่อว่า บริเวณที่เป็นนิ้วล็อคกคือบริเวณข้อโคนนิ้ว หรือข้อต่อระหว่างกระดูกมือต่อจากนิ้ว สาเหตุของการเกิดนิ้วล็อคเกิดจากการใช้งานข้อนิ้วนั้นบ่อย ส่วนใหญ่จะเป็นการออกแรงซ้ำๆ ทุกวันนาน ๆ เช่น การทำงานบ้าน ซักผ้า เป็นเวลาหลายวัน หรือนานเป็นเดือน ทำให้เกิดการอักเสบ เอ็นบวมที่ข้อโคนนิ้ว เมื่อเอ็นบวมจะทำให้มีขนาดใหญ่กว่าปกติ ทำให้ไม่สามารถเหยียดนิ้วได้ตามปกติ ต้องรักษาด้วยการกรีดบริเวณที่บวมซึ่งการรักษานิ้วล็อคไม่เสียเงิน เพราะอยู่ในระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า
นพ.เรวัต กล่าวต่อว่า ตนไม่ได้ใช้บีบี แต่ไม่แน่ใจว่าการใช้บีบีออกแรงขนาดไหน แต่ไม่ว่าการทำอะไรก็ตามที่ใช้นิ้วมือออกแรงซ้ำๆ ก็อาจจะทำให้เกิดนิ้วล็อคได้ แต่ถ้าไม่ได้ออกแรงมากก็อาจจะไม่เป็น ดังนั้นกรณีของการใช้บีบียังไม่มีข้อพิสูจน์ชัดเจน คือ ยังไม่มีคนทำวิจัยหรือศึกษาเรื่องนี้ ดังนั้นคงยังไม่สามารถสรุปได้ว่าการใช้บีบีทำให้เกิดนิ้วล็อคหรือไม่ อย่างไรก็ตามหากมีใครที่ใช้บีบีแล้วเป็นโรคนิ้วล็อคอยากให้ติดต่อมาที่กรมการแพทย์จะได้ช่วยรักษาให้ฟรี รวมทั้งจะได้ตรวจหาสาเหตุว่า ปัญหาดังกล่าวเกิดจากการใช้บีบีหรือไม่ ขณะนี้คิดว่ามีคนใช้บีบีเยอะมาก หากเกิดปัญหานิ้วล็อคจริงก็คงจะมีการมีปรากฎให้เห็นและคงจะมีการแจ้งเตือนให้คนอื่นทราบ
อธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวด้วยว่า มีระดับ ผอ.ในกรมการแพทย์คนหนึ่งเป็นผู้หญิงที่เป็นโรคนี้ จากการสอบถามทราบว่าเป็นเพราะชอบซักผ้าด้วยมือไม่ชอบใช้เครื่องเนื่องจากกลัวไม่สะอาด ซึ่งพอซักผ้าจำนวนมากต้องบิดด้วยมือทำให้เป็นโรคนิ้วล็อคและเป็นหลายนิ้วมิใช่นิ้วเดียว ตอนนี้รักษาแล้วก็ยังไม่ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม
“สรุปคือ ณ ขณะนี้ยังไม่สามารถยืนยันได้ว่าการใช้บีบีทำให้เกิดโรคนิ้วล็อค แต่เรื่องปัญหาสายตานั้นคิดว่ามีแน่ เพราะการจ้องอะไรนาน ๆ ก็จะทำให้เกิดอาการเหมือนกับการใช้คอมพิวเตอร์นาน ๆ คือ ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อตา เห็นภาพซ้อน ตาแห้ง ดังนั้นควรพักสายตา อย่างไรก็ตามการใช้โทรศัพท์ไม่ว่ายี่ห้อใด การจ้องนาน ๆ ตัวหนังสือมีขนาดเล็ก ๆ แสงอาจจะไม่พอ อาจจะทำให้สายตามีปัญหาได้ แต่ไม่ได้ทำให้เกิดโรคร้ายแรงอะไร” นพ.เรวัต กล่าวและว่า ส่วนในเด็กที่ใช้ในบางรายอาจจะเป็นสาเหตุทำให้เกิดสายตาสั้นได้” นพ.เรวัต กล่าว
ด้าน นพ.อนันต์ เสรฐภักดี ผอ.รพ.เลิดสิน กล่าวว่า คนที่เป็นนิ้วล็อคมี 2 กลุ่ม คือ กลุ่มที่ใช้มือทำงาน ส่วนมากพบในผู้หญิงมากกว่าชาย ประมาณ 2 ต่อ 1 ที่พบบ่อยเช่น แม่บ้าน ที่ซักผ้า ทำความสะอาดบ้าน ทำอาหาร หิ้วถุง พออายุเลยกลางคนจะเริ่มพบมาก แต่ไม่ได้หมายความว่าต้องเป็นทุกคน นอกจากนี้อีกกลุ่มคือ คนที่มีโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน เก๊าท์ รูมาตอยด์ ก็อาจทำให้เกิดได้ หรือบางคนอาจเป็นหลังคลอดบุตร ซึ่งเกิดจากการเปลี่ยนแปลงฮอร์โมน
“ตอนนี้ยังไม่สามารถยืนยันได้ว่าการใช้บีบีทำให้เกิดโรคนิ้วล็อก แต่ก็ยังไม่บอกว่าบีบีไม่ใช่สาเหตุ เพียงแต่การใช้บีบียังไม่ได้รับการพิสูจน์ว่าทำให้เกิดโรคนิ้วล็อค หากจะพูดว่าการใช้บีบีทำให้เกิดโรคจะต้องมีการพิสูจน์ทางสถิติก่อน” นพ.อนันต์ กล่าว
“นิ้วที่เป็นมาก เรียงตามลำดับคือ นิ้วนาง กลาง ชี้ โป้ง โดยนิ้วก้อยพบน้อยที่สุด มือที่พบเป็นนิ้วล็อคมากคือ มือขวา ส่วนมือซ้ายก็พบได้ ทั้งที่มิใช้ข้างที่ถนัดแต่ก็หาสาเหตุไม่เจอว่าเพราะอะไร” นพ.อนันต์ กล่าว



