ไลฟ์สไตล์

ยืดอายุกล้วยไม้ด้วยก๊าซอาร์กอน
งานวิจัยวิธีเก็บรักษาหลังตัดดอก

ยืดอายุกล้วยไม้ด้วยก๊าซอาร์กอน งานวิจัยวิธีเก็บรักษาหลังตัดดอก

14 ก.ย. 2553

แม้ปัจจุบันประเทศไทยจะเป็นผู้ส่งออกกล้วยไม้สกุลหวายรายใหญ่ของโลก แต่ก็เป็นที่ทราบกันดีว่าปัจจัยหนึ่งที่มีผลต่อการส่งออกคือการเก็บรักษาคุณภาพหลังการตัดดอกให้สด และอยู่ได้นานและมีอายุการใช้งานนานที่สุด โดยทั่วไปการเก็บรักษากล้วยไม้จะเก็บรักษาในสภาพดัดแปลงบร

   โดยการเติมก๊าซที่เหมาะสมเข้าไป ที่นิยมคือเพิ่มก๊าซไนโตรเจนให้สูง ปริมาณก๊าซออกซิเจนต่ำกว่าบรรยากาศปกติ ทั้งนี้เพื่อให้อัตราการหายใจของดอกกล้วยไม้ลดลง กระบวนการเมแทบอลิซึ่มภายในดอกกล้วยไม้เกิดช้าลง ลดการสังเคราะห์และการทำงานของเอทิลีน และใช้อุณหภูมิที่ต่ำเพื่อช่วยลดความเสียหาย ป้องกันรักษากล้วยไม้ให้มีคุณภาพดี
 ด้วยเหตุดังกล่าวทำให้มีนักศึกษากลุ่มหนึ่ง ประกอบด้วย วัชรกรณ์ ร่วมพันธ์ ชานิณี แตงขำ นักศึกษาภาควิชาวิศวกรรมการเกษตร คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี โดยมีอาจารย์วรินธร ยิ้มย่อง เป็นอาจารย์ที่ปรึกษา ได้ศึกษาและทดลองใช้ก๊าซอาร์กอนเพื่อยืดอายุเก็บรักษากล้วยไม้ ซึ่งจากผลการทดลองก็เป็นที่น่าสนใจ สำหรับวงการส่งออกกล้วยไม้ที่ต้องพัฒนาให้เติบโตต่อไปในอนาคต

 เจ้าของผลงานเล่าว่า เริ่มจากทดลองเก็บรักษากล้วยไม้ภายใต้สภาพดัดแปลงบรรยากาศในบรรจุภัณฑ์ โดยใช้ถุงพลาสติกชนิด PP ร่วมกับการเติมก๊าซอาร์กอนที่ 20, 40 และ 60 วินาที เปรียบเทียบกับการเก็บรักษาโดยใช้ถุงพลาสติกชนิด PP ที่ไม่ได้เติมก๊าซอาร์กอน จากนั้นนำไปเก็บรักษาไว้ที่อุณหภูมิ 13 องสาเซลเซียส ความชื้นสัมพัทธ์ที่ 90-95 เปอร์เซ็นต์ แล้วพบว่าการเก็บรักษาทั้งสองวิธี(แบบเติมก๊าซอาร์กอนและไม่เติม) สามารถเก็บรักษาได้ที่ 20 วัน แต่มีผลการทดลองที่น่าสนใจคือ การเติมก๊าซอาร์กอนในภาชนะบรรจุเป็นเวลา 40 และ 60 วินาที สามารถลดอายุการปักแจกันของดอกกล้วยไม้ หลังจากการเก็บรักษาเป็นเวลา 20 วัน

 ผู้ทดลองยังได้อธิบายอีกว่า ที่ผลออกมาอย่างนี้เพราะก๊าซอาร์กอนมีผลต่อการผลิตก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ กล่าวคือ การเติมก๊าซอาร์กอนเป็นเวลา 20 และ 40 วินาที จะลดการผลิตก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ส่วนการเติมก๊าซอาร์กอนที่เวลา 60 วินาที จะเพิ่มการผลิตก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์

 นอกจากนั้นยังพบว่าก๊าซอาร์กอนยังมีผลต่อการผลิตเอทิลีน ซึ่งชุดบรรจุภัณฑ์ที่ไม่ได้เติมก๊าซอาร์กอนจะมีอัตราการผลิตเอทิลีนสูงกว่าชุดที่เติมก๊าซอาร์กอนตลอดระยะเวลาการเก็บรักษา สำหรับก๊าซเอทิลีนนั้นตามธรรมชาติพืชจะมีการปลดปล่อยก๊าซเอทิลีนออกมาเมื่อเข้าสู่ระยะสุกแก่ ถ้าเป็นผลไม้ก็สุก ดอกกล้วยไม้ก็มีการปล่อยเอทิลีนเช่นกัน ยิ่งอัตราปล่อยเอทิลีนมากเท่าไรก็ทำให้การบานของดอกเร็วขึ้นเท่านั้น 

 นับว่าเป็นการค้นพบที่เป็นประโยชน์เลยทีเดียวสำหรับแนวทางการพัฒนาคุณภาพการส่งออกกล้วยไม้ของประเทศไทยเพื่อจะก้าวไปเป็นอันดับหนึ่งของโลก

 สำหรับผู้ใดที่สนใจอยากทราบรายละเอียดสามารถติดต่อสอบถามไปได้ที่โทร.08-1851-3382 ในวันและเวลาราชการ