ไลฟ์สไตล์

โลกใบนี้ดนตรีไทย - นาโกยา

โลกใบนี้ดนตรีไทย - นาโกยา

14 ก.ย. 2553

เมืองนาโกยา เป็นเมืองที่มีความใหญ่เป็นอันดับที่ 4 แต่มีความเจริญเป็นอันดับ 3 ของประเทศญี่ปุ่น ซึ่งผมได้ความรู้จากน้องทีมนักเรียนไทยที่ได้ทุนจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยให้ไปศึกษาต่อที่โอซากา น้องทีมทำหน้าที่เป็นไกด์นำทางพวกเรายังกล่าวต่ออีกว่า มาเมืองนาโกยาแ

  และที่ปราสาทนาโกยาด้านตะวันออกจะมีหมู่บ้านที่ชื่อว่า SHIRAKABE ซึ่งเป็นหมู่บ้านของพวกซามูไรในสมัย เอโดะ เขายังอนุรักษ์เอาไว้ให้ชาวต่างชาติเยี่ยมชม ส่วนที่ โตโยต้า มิวเซียม จะมีรถยนต์ของญี่ปุ่น ยุโรป และอเมริกาตั้งแต่ปีพ.ศ.1800-1960 มาจัดแสดงให้นักท่องเที่ยวเยี่ยมชมเช่นกัน แต่พวกเราทั้งสามคนคงไม่มีโอกาสไปที่นั่น เพราะว่าเวลา 13.00 น. ผมจะต้องทำการแสดงก่อน ในขณะที่ผมกำลังเดินลงจากชานชาลาก็เป็นเวลา 10.00 น. เกือบจะครึ่งแล้ว ดังนั้นผมทั้ง 3 คน จึงแบกสำภาระขึ้นรถแท็กซี่มุ่งไปยังสถานที่จัดงาน งานนี้ คืองานที่การท่องเที่ยวของประเทศญี่ปุ่นจัดให้ผู้โชคดีชาวญี่ปุ่น 200 ท่าน เข้าร่วมงาน ซึ่งเป็นงานโปรโมทการท่องเที่ยวของประเทศต่างๆ ในภูมิภาคเอเชีย เช่น มาเลเซีย ไทเป สิงคโปร์ และอีกมากมายหลายประเทศรวมถึงไทยเรา ภายในงานจะมีการเปิดฉายภาพยนตร์สั้น เป็นสถานที่ท่องเที่ยวของแต่ละประเทศเรียงกันไป โดยประเทศไทยเราได้รับเกียรติเป็นประเทศแรก โดยมีผมออกมาเดี่ยวระนาดเพลงจีนตอกไม้กับแบ็กกิ้งแทรค ก่อนที่ภาพยนตร์จะเริ่มขึ้น

 ชิน นาโกยาโฮเต็ล คือโรงแรมที่จัดงานนี้ ทันทีที่พวกเราไปถึงก็มุ่งหน้าห้องบอลรูม เพื่อจัดการซาวนด์เช็ก หรือทดสอบเสียงอย่างเร่งด่วน เพื่อที่จะมีเวลาเหลือลงไปเดินเล่น แต่กว่าจะเรียบร้อยทุกอย่าง ก็ปาเข้าไปเกือบเที่ยงวัน  พวกเราจึงมีโอกาสลงเดินได้แต่บริเวณรอบๆ โรงแรมเท่านั้น ในย่านนั้นไม่ค่อยมีอะไรให้ชมเท่าไหร่นัก พวกเราจึงตัดสินใจขึ้นห้องพัก ได้แต่ยืนมองตรงหน้าต่างของห้องชมวิวจากชั้น 8 ของโรงแรม  เห็นตึกรามบ้านช่องของเมืองนาโกยา มองดูแล้วมันก็คล้ายเมืองหาดใหญ่บ้านเราอยู่เหมือนกัน เพียงแต่ว่า ขนาดของเมืองนาโกยานั้นใหญ่กว่าเมืองหาดใหญ่บ้านเรา มองลงไปทางด้านซ้ายมือของห้องก็มองเห็นสถานีรถไฟชิงตันเซ็นที่เราเพิ่งมา และก็กำลังจะต้องกลับไปอีกในเวลาไม่ถึง 3 ชั่วโมง เนื่องจากรถไฟจากนาโกยาไปโอซากาจะออกในเวลา 15.10 น. ดังนั้นเมื่อผมแสดงเสร็จ ต้องรีบกลับโดยมีรถแท็กซี่เป็นพาหนะ ซึ่งผมเองก็แปลกใจว่าทำไมเจ้าหน้าที่ทาง ททท. ประจำโอซากาไม่ส่งรถตู้และคนดูแลของที่นั่นมาดูแลพวกเราเหมือนตอนที่ไปเที่ยว ทราบความว่า ตอนนี้บุคลากรของ ททท. จะต้องช่วยกันตกแต่งบูธ เพราะในวันพรุ่งนี้จะมีการจัดงานเทศกาลไทยครั้งที่ 8 ซึ่งจะจัดขึ้นบริเวณ NANGO เมืองใหม่ของโอซากาและอีกส่วนหนึ่งก็ต้องอยู่ที่บูธของงานที่นาโกยา และที่สำคัญการเดินทางด้วยรถไฟชินคันเซ็น ประหยัดเวลากว่านั่นรถยนต์ไปเอง เพราะเนื่องจากโอซากากับนาโกยาจะใช้เวลาเดินทางด้วยรถยนต์เกือบ 4 ชั่วโมง

 ในระหว่างทางที่ผมอยู่บนรถแท็กซี่ เพื่อไปสถานีรถไฟ ยังเห็นนักเรียนในระดับไฮสคูลเดินไปเดินมาตามถนน ก็อดแปลกใจไม่ได้ว่าทำไมนักเรียนที่เมืองนี้ ตอนที่ผมมาถึงตอน 10.00 น. กว่า เห็นนักเรียนที่นี่เดินไปเดินมา ขากลับบ่ายสองโมงกว่าก็ยังเดินกันไปมา การแต่งตัวก็เหมือนในหนังที่ผมดูที่ช่อง 41ของทรูวิชั่นส์ จะออกแนวโป้ๆ นิดๆ น่ารักหน่อยๆ แต่ถ้าจะว่ากันจริงๆ แล้วโรงเรียนราษฎร์ในบ้านเราในปัจจุบันหลายๆ โรงเรียนก็แต่งตัวคล้ายๆ กับที่นี่เหมือนกัน ในสมัยตอนที่ผมเป็นนักเรียนไม่เคยเห็นเด็กนักเรียนบ้านเราแต่งตัวแบบนี้ แสดงว่ากฎระเบียบของโรงเรียนราษฎร์ปัจจุบันไม่ค่อยเข้มงวดเหมือนสมัยก่อน หรืออาจเป็นเพราะโรงเรียนนานาชาติที่เกิดขึ้นเป็นดอกเห็ดในบ้านเราก็เป็นไปได้   สรุปว่าการเดินทางมาเมืองนาโกยาของผมเหมือนมาไม่ถึงเมืองนาโกยา เพราะว่าไม่ได้ไปที่ปราสาทนาโกยาและพิพิธภัณฑ์โตโยต้า แต่ก็มีส่วนได้ร่วมโปรโมทการท่องเที่ยวของเมืองไทยให้แก่ชาวญี่ปุ่นได้เห็น เอาล่ะครับ สำหรับฉบับนี้ก็คงเอาไว้แค่นี้ก่อน เอาไว้ฉบับหน้าผมจะมาเล่าถึงบรรยากาศของงานเทศกาลไทยครั้งที่ 8 ที่เมืองโอซากา ซึ่งในงานมีอะไรให้ผมได้แปลกใจอยู่หลายอย่าง ไปล่ะครับ เอาไว้พบกันใหม่ฉบับหน้านะครับ...สวัสดี

"ขุนอิน"