ไลฟ์สไตล์

แพ้ยา...แพ้ค่ารักษาแพง

แพ้ยา...แพ้ค่ารักษาแพง

13 ก.ย. 2553

พ่อสามีดิฉันอายุ 69 ปี มีอาการแพ้ยาผื่นขึ้นที่ใบหน้า และมีอาการหน้ามืด แน่นหน้าอก หายใจไม่ออก พ่อสามีก็เข้ารักษาที่โรงพยาบาลนนทเวช เมื่อวันที่ 1 กันยายน 2553 ซึ่งขณะนั้นเป็นโรงพยาบาลที่อยู่ใกล้บ้านมากที่สุด

 ในเบื้องต้นโรงพยาบาลวินิจฉัยว่า มีอาการแพ้ยาหรือแพ้อาหาร จึงเข้าแอดมิตไอซียู ภายหลังหมอได้วินิจฉัยว่า เป็นโรคสตีเวน จอห์นสัน ซินโดรม
 โดยในวันที่ 1-3 กันยายน โรงพยาบาลได้แจ้งค่ารักษาพยาบาลจำนวน 58,000 กว่าบาท ครอบครัวดิฉันจึงพยายามาหาทางออกโดยการย้ายโรงพยาบาลไปโรงพยาบาลของรัฐบาล เพื่อแบ่งเบาค่าใช้จ่าย เนื่องจากคุณพ่อเป็นข้าราชการบำนาญ เบิกค่ารักษาพยาบาลได้เฉพาะโรงพยาบาลของรัฐเท่านั้น
 โรงพยาบาลแจ้งว่า ต้องมีห้องที่ปลอดเชื้อหรือไอซียูก่อนจึงจะย้ายคนไข้ได้
 วันที่ 4-5 กันยายน โรงพยาบาลได้แจ้งค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมอีก 120,000 กว่าบาท ครอบครัวไม่มีเงิน ต้องไปกู้หนี้นอกระบบมาจ่ายค่ารักษา
 ตลอดหลายวันที่ผ่านมา ครอบครัวดิฉันก็พยายามประสานโรงพยาบาลอื่นโดยตลอด แต่ไม่มีเตียงเลย ขณะที่ค่ารักษาพยาบาลก็เพิ่มขึ้นทุกวัน
 ต่อมาวันที่ 6-7 กันยายน โรงพยาบาลแจ้งว่า ค่าใช้จ่ายคนไข้ที่จะต้องจ่ายอีกเป็นเงิน 190,000 บาท และยังไม่ใช่ค่าใช้จ่ายสุดท้าย ครอบครัวได้บอกขายรถที่บ้านเพื่อนำมาเป็นค่ารักษา แต่อาการพ่อของสามีก็ไม่ได้มีทีท่าว่าจะดีขึ้นเลย จนกระทั่งได้เตียงที่โรงพยาบาลของรัฐ จึงทำเรื่องย้ายโรงพยาบาลในคืนวันที่ 7 กันยายน เวลาประมาณ 1 ทุ่ม โรงพยาบาลแจ้งค่าใช้จ่ายเพิ่มอีก 120,000 บาท ครอบครัวเงินไม่พอจ่าย ขอจ่ายแค่ครึ่งหนึ่งก่อน แต่โรงพยาบาลไม่ยอม บอกว่าถ้าจ่ายไม่หมด ก็ไม่สามารถให้ย้ายโรงพยาบาลได้ ครอบครัวจึงไปกู้เงินนอกระบบมาจ่ายอีก
 โรงพยาบาลลดให้ 10% กรณีเป็นข้าราชการ แต่ครอบครัวก็ยังเห็นว่าค่ารักษาของโรงพยาบาลนี้แพงมากๆ ถ้าเทียบกับโรงพยาบาลเอกชนในเกรดเดียวกัน จากการตรวจสอบรายละเอียดเกี่ยวกับการรักษา รวมทั้งใบเสร็จรับเงิน พบว่ามีค่าใช้จ่ายเกินจริงหรือเรียกเก็บซ้ำซ้อนอยู่หลายรายการ ดังนี้
 ยาผู้ป่วยใน 140,000 บาท ค่าเวชภัณฑ์ 125,000 บาท ค่าบริการโลหิต 10,000 บาท ค่าตรวจทางเทคนิคการแพทย์ 19,990 บาท ค่าตรวจวินิจฉัยรังสีปกติ 3,150 บาท ค่าอุปกรณ์ทางการแพทย์ นอกห้องผ่าตัด 18,935 บาท ค่าอุปกรณ์ทางการแพทย์ในห้องผ่าตัด 900 บาท ค่าบริการทางการพยาบาล 400 บาท ค่าบริการทางการพยาบาลไอซียู 15,000 บาท ค่าบริการทางการแพทย์อื่นๆ 200 บาท ค่าบริการโรงพยาบาล 3,000 บาท ค่าตรวจรักษาผู้ป่วยนอกฉุกเฉิน 500 บาท ค่าตรวจรักษาผู้ป่วยในครั้งต่อไปสำหรับการรับตัวครั้งนั้น 900 บาท ค่าตรวจรักษาผู้ป่วยหนักครั้งแรกสำหรับการรับตัวครั้งนั้น 5,300 บาท ค่าตรวจรักษาผู้ป่วยหนักครั้งต่อไปสำหรับการรับตัวครั้งนั้น 16,200 บาท ค่าทำศัลยกรรมและหัตถการของแพทย์ 2,000 บาท ค่าห้องไอซียู 18,000 บาท ค่าอาหารผู้ป่วยในวันแรก 265 บาท ค่าอาหารทางการแพทย์ 740 บาท ค่าบริการรถพยาบาล 1,750 บาท ค่าบริการอื่นๆ 639 บาท ผลิตภัณฑ์บำรุงผิว 80 บาท 
 รวมยอดค่าใช้จ่าย 7 วัน ทั้งสิ้น 283,232 บาท
ญาติผู้ป่วย
ตอบ
 สอบถามฝ่ายการแพทย์ และฝ่ายอำนวยการ โรงพยายาบาลนนทเวช หลายครั้ง เลขาฯ ผู้รับเรื่อง แจ้งว่า ผู้บริหารของโรงพยาบาลรับทราบแล้ว ผู้บริหารจะติดต่อและชี้แจงข้อสงสัยของญาติผู้ป่วยโดยตรง โรงพยาบาลไม่สามารถชี้แจงผ่านสื่อได้ เนื่องจากเป็นสิทธิ์ของผู้ป่วย ไม่สามารถเปิดเผยข้อมูลผู้ป่วยให้บุคคลภายนอกรับทราบได้ หากอยากทราบข้อเท็จจริงให้สอบถามกับญาติผู้ป่วยเอง
 ด้าน ญาติผู้ป่วย แจ้งว่า ผู้อำนวยการฝ่ายการแพทย์ และประธานบริหาร โรงพยาบาลนนทเวช ได้โทรติดต่อกับญาติ แจ้งว่าโรงพยาบาลไม่สามารถลดค่าใช้จ่ายใดๆ ได้อีก เนื่องจากเป็นรูปของบริษัท แต่สามารถชี้แจงข้อเท็จจริงตามใบเสร็จได้
 ล่าสุดวันที่ 11 กันยายน ผู้อำนวยการฝ่ายการแพทย์ ติดต่อญาติผู้ป่วยอีกครั้ง แจ้งว่า โรงพยาบาลได้ประชุมกันแล้ว ไม่สามารถลดให้ได้อีก 20% แต่ลดให้ 10% เฉพาะค่ายาเท่านั้น เพราะเห็นแก่มนุษยธรรม ซึ่งปกติจะไม่ลดให้ โรงพยาบาลจะพิจารณาเป็นกรณีๆ ไป
ลุงแจ่ม