ไลฟ์สไตล์

เล่นหูเล่นตา-1

เล่นหูเล่นตา-1

13 ก.ย. 2553

ตีหนึ่งกว่าแล้ว...ใครส่วนใหญ่คงกำลังหลับใหลนอนเอาแรงไว้ต่อสู้กับชีวิตในวันพรุ่งนี้ ส่วนฉันวันเวลาไม่ค่อยสำคัญถ้าวันนั้นไม่ใช่วันทำงาน บางวันตื่นขึ้นมายังไม่รู้ว่าวันอะไร พอไปตลาดถึงค่อยรู้ว่า...อือ...วันหวยออก!

 งวดนี้เลขท้าย 2 ตัว ออก 1-1 (1 ก.ย.53) ฮิมิโตะ ณ เกียวโต นักเขียนคนโปรดของฉันบอกว่าทนความอ้างว้างและโดดเดี่ยวของเลข 1 ไม่ได้ แม้แต่จะต้มไข่กินก็ต้องต้มมากกว่า 1 ฟอง...อือ...ฉันก็เพิ่งรู้ตัวว่าฉันก็เป็นคล้ายๆ เธอ ทอดไข่ก็ต้องทอด 2 ฟอง เลี้ยงหมายังต้องเลี้ยง 2 ตัว มีลูกน้อง (ผู้ช่วย) ก็ต้องมี 2 คน ซื้ออะไรทีก็ต้องซื้อ 2 อัน ทั้งๆ ที่มันเหมือนกันทั้งแบบและสี โดยเฉพาะถ้วยชามช้อน ไม่เคยหาเหตุผลของมันจนกระทั่งได้อ่านหนังสือของฮิมิโตะ หรือว่าลึกลงไปฉันกลัวเลข 1 โดยไม่รู้ตัว มันก็เลยไหลรั่วออกมาทางการกระทำเพราะทุกๆ การกระทำสะท้อนความคิดอันซับซ้อน ถึงแม้ความคิดนั้นมันจะขัดแย้งอยู่ในตัวเราก็ตามที...

 ความกลัวเลข 1 ของคนบางคนเปิดโอกาสให้ใครอีกคนเข้ามาในชีวิต ฝันเอาว่า 1+1 จะเท่ากับ 2 ของแบบนี้ตาดีได้ตาร้ายเสียนะเพ่! (ตัวหรือตังค์ก็แล้วแต่) เห็นไหมการมีคู่คล้ายกับการแทงหวย มันคือการเสี่ยงโชคอย่างหนึ่งไม่มีใครรู้ว่าคนที่เข้ามาจะมาพร้อมเครื่องหมายบวกหรือลบ ส่วนคนอับโชคอย่างฉันเจอแต่ 1-1 = 0 จนตัวน่ะไม่หวงแล้ว ห่วงแต่ตังค์ (ความสวยก็ไม่เคยมี ความสาวก็หมดไปนานแล้ว) ดังนั้นเลข 1 สำหรับฉันแม้มันจะดูอ้างว้าง โดดเดี่ยวอย่างฮิมิโตะว่าไว้ แต่ฉันว่ามันเด่น มันมีเสน่ห์ มันฟังดูเกินเอื้อมดี “ที่ 1” แปลว่า “ที่สุด” แต่อาจไม่สุดจริง ถ้ามันไปเกี่ยวกับความหมายของการจัดลำดับเมีย  
    
 เมียคนที่ 1 เรียกอีกอย่างว่า เมียหลวง แปลอีกอย่างว่า “ที่สุด” ...ของความดี ความอดทน จนถึงความแก่ และความน่าเบื่อ ถึงเป็นคนแรกแต่ก็ไม่ได้เป็นคนสุดท้าย ถ้ามันมีเมียน้อยๆ ตามขบวนมาอีก แต่ก็เอาเถอะยังไงก็ยังใหญ่ที่สุดอยู่ดีเพราะมาคนแรกเลย...

 ในการแข่งขันต่างๆ คนที่ได้รับการจดจำและเชิดชูเกียรติที่สุดคือ คนที่ได้ที่ 1 เท่านั้น ที่เหลือก็จะด้อยลงไป (ยกเว้นแข่งขันประกวดร้องเพลงในเมืองไทย เพราะเห็นทีไร อีคนได้รองๆ ดังกว่าคนได้ที่ 1 ทุกทีสิน่า!)… แม้กระทั่งการอยู่เป็นโสดนั่นก็คือเป็น 1 เดียว ฉันก็ว่ามันก็เริดอีกนั่นแหละใครจะว่าองุ่นเปรี้ยวมะนาวหวานก็ตามใจ มันอิสระไร้พันธะ หิวก็กิน อิ่มก็นอน เหงาก็ออกไปเจอเพื่อน อยากจะทำตัวกเฬวรากแค่ไหนก็ไม่มีใครมาจับผิดชวนทะเลาะขอเลิก แล้วที่ชอบที่สุดเลยก็คือไม่มีใครมาพูดคำว่า “หิว” ใส่หน้า บางทีมันก็เหนื่อย บางทีมันก็ยุ่ง บางทีมันก็ไม่มีอารมณ์จะทำ ไม่รับผิดชอบได้ขนาดนั้น หิวก็หากินเองสิ!

 เขียนมาถึงตรงนี้ จู่ๆ ก็…หิวโจ๊กขึ้นมาเฉยๆ ตัวคนเดียวไม่ต้องเกรงใจใคร อยากจะขนพริกออกมาตำหรือปล้ำกับตู้เย็นเวลาตีหนึ่งก็ไม่มีใครมาคอยว่า...ว่าแล้วก็เปิดตู้เย็นหยิบข้าวต้มออกมาเทใส่หม้อตั้งไฟให้เดือดแล้วลดไฟลงอ่อนๆ คนไปเรื่อยๆ ช่วงรอข้าวต้มเละเป็นโจ๊กก็หยิบอกไก่ลอกหนังออกมาหั่นเป็นชิ้นๆ เอาต้นหอมกับขิงมาซอยพอข้าวต้มเริ่มกลายร่างเป็นโจ๊กโยนคนอร์ซุปไก่ลงไป 1 ก้อน ใส่ซีอิ๊วขาวกับเกลือและเนื้อไก่ลงไปคนให้เข้ากันรอให้เดือดจนไก่สุก...เสร็จแล้ว...ง่ายเหลือเกิน ตักโจ๊กไก่ข้นๆ ร้อนๆ ใส่ถ้วยโรยต้นหอมซอยกับขิงสะบัดพริกไทยใส่ 2 ที...ตักใส่ปากทั้งๆ ที่ร้อนจี๋ควันกรุ่น...โจ๊กเนื้อละเอียดเนียนลิ้นกับรสหวานของเนื้อไก่...กินคำแรกน้ำตาจะไหล (ลวกคอ!) … คิดถึงแม่

 แม่ชอบต้มโจ๊กให้กินเวลาลูกๆ ไม่สบาย แม่ว่ากินง่ายคล่องคอแถมขิงก็ช่วยขับลมท้องจะได้ไม่อืด โจ๊กของฉันช่างต่ำตุ๊ดหากเทียบกับโจ๊กไก่ฝีมือแม่ แม่จะไปตลาดเลือกไก่สาวชะตาขาดมา 2 ตัว แล้วสั่งเชือด (โหด!) เอากลับมาเลาะเนื้อกับกระดูกเองที่บ้าน เนื้อไก่บ้านจะเหนียวนุ่มและหวานกว่าเนื้อไก่เลี้ยง แม่บอก... ตีสองแล้วคิดถึงแม่จัง แต่แม่คงหลับไปแล้ว ไม่รู้ทำไมภาพความทรงจำเกี่ยวกับอาหารของฉันกลับไม่มีภาพความรักที่แล้วๆ มาซ้อนอยู่เลยสักภาพ หรือมันไม่เหลืออะไรดีๆ ให้จำกระมัง อดเล่นบทเศร้าโรแมนติกเลย (หน้าให้มาก)

 โจ๊กถ้วยเล็กตักกินแค่ 3-4 คำก็หมด อุ่นท้องแต่ยังไม่อิ่มท้องเพราะเดี๋ยวอ้วน (กว่านี้) ฉันกลับมานั่งเขียนต้นฉบับต่อ ลองคิดดูว่าถ้ามีใครอยู่ด้วยคงเขียนไม่จบ คนคนนั้นคงขอโจ๊กกิน พออิ่มแล้วเขาคงเดินเข้าห้องนอน (เฉยเลย) ปล่อยให้ฉันยืนล้างถ้วยอยู่คนเดียว ตอนเช้าฉันก็ต้องฉุดตัวเองจากที่นอนทั้งๆ ที่ยังนอนไม่พอ ลุกขึ้นมาทำกับข้าวให้มัน เอ๊ย! เขาคนนั้นกินอีก แล้วล้างชามคนเดียวอีก ตกเย็นก็เป็นแบบนั้นอีก

 มันยังไงเนี่ยไอ้การอยู่กับใครเพื่อไม่ให้เหงาหรือจะได้ไม่ต้องอยู่สู้กับเลข 1 คนเดียวเนี่ย มันต้องเป็นภาระตลอดชีวิตเลยหรือ? ถ้าเขาคนนั้นดีก็แล้วไป แต่ถ้ามันไม่ดีก็คงเลิกไป แล้วถ้าเจอแบบไม่ถึงกับดีแต่ก็ไม่เลว รวมๆ แล้วไม่มีประโยชน์จะหาเหตุเลิกก็คงยาก อยู่ไปงั้นๆ อยู่ไปวันๆ อยู่ไปนานๆ เริ่มชิน...ชา...และเฉย โหย! ทรมานกว่าอยู่คนเดียวซะอีก เพราะมันทั้งทรมาน ทั้งรำคาญ รำคาญตัวเองยังพอว่า นี่ต้องมารำคาญอีกคน (อีกนาน) คิดเอาเองเถอะค่ะคุณ

 อย่างนี้แล้ว เลข 1 ก็ไม่แย่จนเกินไปนะ คุณว่าไหม? แต่หวยออก 11 นี่โกรธนะ ใครจะแทงถูก!

เจนนิเฟอร์ คิ้ม