ไลฟ์สไตล์

ตะลอนเมืองน่านดูงานสหกรณ์ฯรางวัลบริหารงานดีเด่น"ท่าวังผา"

ตะลอนเมืองน่านดูงานสหกรณ์ฯรางวัลบริหารงานดีเด่น"ท่าวังผา"

12 ก.ย. 2553

น่านไม่เพียงเป็นจังหวัดทางภาคเหนือที่มีภูมิประเทศสวยงาม โอบรอบไปด้วยแนวภูเขาเรียงราย ที่หลายคนมีความตั้งใจอยากไปเยี่ยมเยือนสักครั้งในชีวิต เพื่อสัมผัสความสวยงามด้วยตาของตนเองสักครั้ง แต่เป็นแหล่งเพาะปลูกพืชผลทางการเกษตรที่สำคัญ ไม่ว่าจะเป็นพืชผักต่างๆ ข้

ไม่เพียงเท่านั้นยังเป็นแหล่งที่ตั้งของสหกรณ์การเกษตรดีเด่นระดับชาติ ที่คว้ารางวัลชนะเลิศด้านการบริหารงานดีเด่นถึง 3 ปีซ้อน นั่นก็คือสหกรณ์การเกษตรท่าวังผา จำกัด ปัจจุบันสหกรณ์แห่งนี้มีสมาชิกรวมทั้งสิ้น 5,721 ราย ได้แก่สมาชิกสามัญ 3,886 ราย และสมาชิกสมทบ ซึ่งเป็นผู้สมัครเพื่อขอใช้บริการจากสหกรณ์อีก 1,835 ราย มีการจัดกลุ่มสมาชิกสหกรณ์เป็น 38 กลุ่ม สังกัดหมู่บ้านต่างๆ 59 หมู่บ้าน เพื่อง่ายต่อการดูแล  

  "ท่องโลกเกษตร" อาทิตย์นี้ตามรองอธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ "จิตรกร สามประดิษฐ์" และคณะ พาไปดูการดำเนินงานของสหกรณ์การเกษตรท่าวังผา จำกัด ที่มีคุณสุทัศน์ อุทธิยา เป็นประธาน และคุณวินัย หารต๊ะ เป็นผู้จัดการใหญ่ ภายใต้วิสัยทัศน์ที่ว่า "เป็นผู้นำทางด้านธุรกิจ ยกระดับคุณภาพชีวิตสมาชิกพร้อมชุมชน เน้นบุคลากรก้าวทันเทคโนโลยี  และมีความเป็นเลิศด้านผู้นำสหกรณ์” และมีคำขวัญประจำสหกรณ์ คือ บริการดี มีน้ำใจ กำไรคืนสู่สมาชิก

 คุณวินัย หารต๊ะ ผู้จัดการใหญ่สหกรณ์การเกษตรท่าวังผา จำกัด เปิดเผยว่า ธุรกิจหลักของสหกรณ์ในขณะนี้ประกอบด้วย ธุรกิจการรับฝากเงิน สินเชื่อ การรวมซื้อรวมขาย ธุรกิจแปรรูปผลผลิตทางการเกษตร และสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิง โดยธุรกิจรับฝากเงิน สหกรณ์จะเปิดบริการรับฝาก-ถอน ปัจจุบันรับฝากเงินจากสมาชิกอยู่ 2 ประเภท คือเงินฝากออมทรัพย์  (เผื่อเรียก) สหกรณ์คิดอัตราดอกเบี้ยให้แก่ผู้ฝากในอัตราร้อยละ 1.00 ต่อปี และเงินฝากออมทรัพย์พิเศษ สหกรณ์คิดอัตราดอกเบี้ยให้แก่ผู้ฝากในอัตราร้อยละ 1.25-3.75 ต่อปี

     ส่วนธุรกิจสินเชื่อเป็นการให้บริการเงินกู้แก่สมาชิก เพื่อนำไปลงทุนด้านการเกษตร แบ่งเงินกู้เป็น 5 ประเภท คือระยะสั้นเพื่อการอื่น (กำหนดชำระคืนเสร็จภายใน 12 เดือน) ระยะสั้นเพื่อผลิตผลหลัก (กำหนดชำระคืนภายในฤดูกาลผลิต) เงินกู้ระยะปานกลาง (กำหนดชำระคืนเสร็จภายใน 3 ปี) เงินกู้ระยะปานกลางพิเศษ (กำหนดชำระคืนเสร็จภายใน 5 ปี) เงินกู้การปรับปรุงโครงสร้างหนี้ของสมาชิก (ชำระคืนเสร็จภายใน  10 ปี) 

 นอกจากนี้สหกรณ์จัดหาสินค้ามาจำหน่ายให้แก่สมาชิกสามัญ และสมาชิกสมทบ และบุคคลภายนอกตามความต้องการ อาทิ ปุ๋ย ยาปราบศัตรูพืชเมล็ดพันธุ์พืช วัสดุอุปกรณ์การเกษตร วัสดุก่อสร้าง และเครื่องอุปโภคบริโภค ไว้คอยบริการที่ร้านค้าศูนย์กลางของสหกรณ์เอง และผ่านร้านค้าสาขาของสหกรณ์ ที่อยู่ตามกลุ่มสมาชิกและมีรถบริการจัดส่งสินค้าให้ฟรี 

 "สหกรณ์จะรวบรวมผลิตผลจากสมาชิกเพื่อจัดการขายให้ได้ราคาที่เป็นธรรม ป้องกันการถูกเอารัดเอาเปรียบจากพ่อค้าคนกลาง ซึ่งทุกปีทางสหกรณ์รวบรวมผลิตผลทั้งพืชไร่และพืชสวนที่ทางสหกรณ์ส่งเสริมแบบครบวงจร ซึ่งผลผลิตหลักของอำเภอท่าวังผา คือผักกาดเขียวปลี ข้าวโพดลูกผสม-มอนซันโต้ ยาสูบพื้นเมือง พริกแดง งาดำ  สับปะรด และลำไย"

 ผู้จัดการสหกรณ์คมเดิมระบุอีกว่า นอกจากนี้ยังมีธุรกิจแปรรูป-โรงดอง โดยได้รับงบประมาณสนับสนุนเงินทุนจากกรมส่งเสริมสหกรณ์ในการก่อสร้าง จำนวน 60 บ่อ ซึ่งบ่อดองนี้สามารถดองแปรรูปผลิตผลการเกษตร คือผักกาดเขียวปลีใบ ผักกาดเขียวปลีกรีด พริกแดง ขิง และพืชอื่นๆ ตามที่ทางโรงงานหรือตลาดต้องการ เพื่อออกจำหน่ายได้ครั้งละ 1.5-2.5 ล้านกิโลกรัม

 "การแปรรูปผลผลิตที่สำคัญของสหกรณ์อีกอย่างก็คือ การแปรรูปลำไยอบแห้งบรรจุกล่องขนาด 10 กิโลกรัม ส่งออกจำหน่ายยังตลาดในประเทศและต่างประเทศ และยังมีโรงอบลดความชื้นเมล็ดพันธุ์พืช ขนาด 30 ตันต่อวัน โรงงานผลิตปุ๋ยอินทรีย์ปั้นเม็ด กำลังผลิตวันละ 3,000 กิโลกรัม เครื่องผสมอาหารสัตว์ และเครื่องบดข้าวโพด กำลังผลิต 1,000  กิโลกรัมต่อครั้งอีกด้วย"

 คุณวินัยย้ำด้วยว่า จากการดำเนินธุรกิจที่สหกรณ์ทำหลากหลายประเภทดังกล่าวข้างต้น ทำให้ปัจจุบันสหกรณ์มีทุนเรือนหุ้น 63,575,710.00 บาท ทุนสำรอง 16,440,674.95 บาท ปริมาณธุรกิจที่มียอดการดำเนินงานสูงสุดได้แก่ ธุรกิจรับฝากเงิน 147,188,054.71 บาท รองลงมาได้แก่ ธุรกิจสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิง ธุรกิจสินเชื่อ ธุรกิจการซื้อ ธุรกิจแปรรูป  และธุรกิจการขาย ทำให้สหกรณ์มียอดกำไรสุทธิประจำปี  6,912,779.92 บาท

 ด้วยความร่วมแรงร่วมใจของสมาชิกในการร่วมดำเนินธุรกิจและกิจกรรมต่างๆ กับสหกรณ์ บวกกับความเสียสละของคณะกรรมการและฝ่ายจัดการ ส่งผลให้สหกรณ์การเกษตรท่าวังผา จำกัด ได้รับการยกย่องเป็นสหกรณ์ดีเด่นแห่งชาติ 3 ครั้ง ครั้งแรกปี 2532 ครั้งที่ 2 ปี 2540 และครั้งที่ 3 ปี 2550 และยังมีรางวัลเกียรติยศอื่นๆ ที่ยืนยันความสำเร็จของสหกรณ์แห่งนี้อีกมากมาย   

ด้าน จิตรกร สามประดิษฐ์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ กล่าวถึงการสนองนโยบายรัฐบาลในการพัฒนาการดำเนินงานของสหกรณ์ว่ามีอยู่ 2 เรื่อง คือ 1.การแปรรูป 2.การตลาดสินค้าเกษตร โดยเฉพาะลำไยซึ่งกำลังออกสู่ตลาดในช่วงนี้ ทางกรมส่งเสริมสหกรณ์ได้วางแผนโดยการหาพ่อค้ามาให้เกษตรกร หรือการขนส่งลำไยสู่ผู้บริโภคโดยเร็วโดยหาบริษัทผู้ขนส่งมาช่วยในเรื่องนี้

"เรามีกองทุนพัฒนาสหกรณ์จัดสรรเงินทุนประมาณปีละ 200 ล้านบาท ซึ่งจะรู้ว่าลำไยสุกตอนไหน เก็บเกี่ยวได้เมื่อไหร่ ลิ้นจี่เก็บเกี่ยวเมื่อไหร่ เรารู้เลยว่าผลผลิตลิ้นจี่จะออกก่อนต่อด้วยลำไยทางภาคเหนือ หลังจากลำไยกับลิ้นจี่หมด ผลไม้ภาคตะวันออกประมาณเดือนพฤษภาคม เดือนมิถุนายน ก็จะมีผลผลิตออกมาทั้งเงาะ ทุเรียน มังคุด ลางสาด ลองกอง เงินทุนก็จะมาช่วยเกษตรกรตรงนี้ เพราะการรวบรวมผลไม้ก็ใช้เวลาไม่กี่วัน 3 - 5 วัน ก็ได้คืน" รองอธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์เผยพร้อมย้ำว่า

ด้านตลาดลำไยต่างประเทศขณะนี้มีจีนเป็นคู่ค้าร่วมซึ่งนำไปอบแห้ง รวมทั้งเวียดนามที่ได้สั่งซื้อลำไยสดช่อของเมืองไทยไปขาย ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องดีที่มีตลาดเพิ่มมากขึ้น โดยปีนี้มีผลไม้ออกสู่ตลาดน้อยแต่กลับมีพ่อค้าอยากจะรับซื้อเป็นจำนวนมาก ปีนี้ถือว่าตลาดเป็นของผู้ขาย ตลาดเป็นของสมาชิกสหกรณ์อย่างแท้จริง

สุรัตน์ อัตตะ